5 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ “Facebook News” แท็บใหม่จากเฟสบุ๊คที่จะแสดงเฉพาะคอนเทนต์จากสำนักข่าว

Growth Update

หลังจากไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมาที่ Facebook ได้เปิดตัวแท็บใหม่นั่นก็คือ Facebook News เซคชั่นใหม่ที่จะแสดงเฉพาะคอนเทนต์จากสำนักข่าว ปัจจุบันพวกเขาก็ได้เปิดให้ผู้ใช้บางส่วนได้ทดลองเล่นแล้วที่ประเทศสหรัฐ โดยมีสำนักข่าวชื่อดัง เช่น The Wall Street Journal, USA Today, BuzzFeed และ New York Times มาร่วมเผยแพร่คอนเทนต์ในช่วงการทดสอบก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการนี้

โดยทีมงานของ Facebook ก็ได้พูดถึงจุดประสงค์ของ Facebook News ไว้ในบทความว่า… 

การควบคุมและคัดกรองเรื่องราวต่างๆ ที่ผู้ใช้จะได้เห็น รวมถึงมอบสิทธิ์ให้ผู้ใช้ได้ค้นพบข่าวสารหลากหลายและกว้างขึ้นผ่านแอพพลิเคชั่นเฟสบุ๊ค – Facebook

แต่อย่างไรก็ตาม ในการเปิดตัว Facebook News ก็ยังทำให้ผู้คนเกิดคำถาม และข้อสงสัยเกี่ยวกับเซคชั่นนี้มากมาย เช่น 

  • จะมีสื่อหรือสำนักข่าวไหนบ้างที่ได้เผยแพร่คอนเทนต์ในเซคชั่นนี้ ? 
  • พวกเขามีวิธีรับมือกับข่าวหรือข้อมูลที่ผิดพลาดอย่างไร ?
  • ใครจะเป็นตรวจสอบคอนเทนต์ที่จะนำมาลงในเซคชั่นนี้ ?
  • สื่อหรือสำนักข่าวจะได้ข้อมูลอะไรบ้างจากการใช้งานของผู้ใช้ ?

ซึ่งทาง Facebook เองก็ได้ออกมาอธิบายและตอบคำถามเหล่านี้แล้วบางส่วน ในบทความนี้เราจึงนำคำตอบเหล่านั้นมาสรุปเป็น 5 สิ่งสำคัญที่ควรรู้เกี่ยวกับเซคชั่น Facebook News ครับ 

ไปเริ่มกันได้เลย

1. ภาพรวมของเซคชั่น Facebook News 

ปัจจุบันในช่วงที่ Facebook กำลังทดสอบนี้ ผู้ใช้ (ที่ถูกเลือกให้ทดลองใช้งาน) จะสามารถใช้งานเซคชั่น Facebook News ได้ผ่านเวอร์ชั่นสำหรับ mobile เท่านั้น โดยมันจะเป็นแท็บที่มีสัญลักษณ์เป็นรูปหนังสือพิมอยู่ส่วนบนของหน้าจอ 

ภาพจาก theverge

เมื่อกดเข้าไปที่แท็บนี้แล้ว ผู้ใช้จะได้เห็นลิสต์ของ Stories จากสำนักข่าว ที่แสดงถึงไฮไลท์ของข่าวในแต่ละวัน รวมถึงหมวดหมู่ที่เฉพาะเจาะจงของข่าว เช่น Business , Health หรือ Science นอกจากนี้ก็ยังมีพื้นที่ที่ให้ผู้ใช้สามารถเลือกรับเฉพาะคอนเทนต์จากสำนักข่าวหรือสื่อที่ตัวเองได้ทำการ Subscribe ไว้อย่างเดียวได้ 

ซึ่งจะแตกต่างจากการเสพข่าวบนเฟสบุ๊ครูปแบบเดิมที่เราจะได้เห็นข้อมูลหรือข่าวสารใหม่ๆ บน News Feeds จากการแชร์ของเพื่อน ครอบครัว หรือเพจที่เราติดตามเท่านั้น โดยที่บางทีอาจจะเป็นสิ่งที่เราไม่ได้สนใจหรือต้องการเห็น 

2. สื่อหรือสำนักข่าวไหนบ้างที่สามารถเผยแพร่คอนเทนต์ในเซคชั่น Facebook News ได้ ?

สำหรับตอนนี้ คอนเทนต์ในเซคชั่น Facebook News ส่วนใหญ่จะมาจากสำนักข่าวชื่อดัง อย่างเช่น The New York Times, Business Insider, The Wall Street Journal, The Washington Post และ BuzzFeed แต่ทั้งนี้ก็จะมีข้อมูลและข่าวสารที่มาจากสำนักข่าวท้องถิ่นด้วย 

โดย Mark Zuckerberg ตำแหน่ง CEO ของ Facebook ได้เน้นว่า สำนักข่าวที่ได้เผยแพร่คอนเทนต์ในเซคชั่นนี้จะต้องเป็นสำนักข่าวที่เชื่อถือได้เท่านั้น และห้ามไม่ให้สื่อที่เกี่ยวข้องกับการเมืองฝั่งใดฝั่งหนึ่งเข้ามาเผยแพร่หรือโฆษณาในเซคชั่นนี้ 

แต่มันก็ยังเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันของหลายๆ ฝ่าย เพราะ Facebook ก็ได้อนุญาตให้สำนักข่าวอย่าง Breitbart ได้เข้ามาเผยแพร่คอนเทนต์ในเซคชั่นนี้ ซึ่ง Breitbart นั้นขึ้นชื่อเรื่องการเป็นสื่อที่ (ดูเหมือนจะ) เอนเอียงไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง มีเนื้อหาที่รุนแรงและเหยียดเชื้อชาติ ทำให้หลายคนวิตกกังวลว่าจะได้รับข่าวสารที่เป็นเท็จ หรือถูกจูงจมูกเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง  

ภาพจาก  thedailybeast.com

โดยในมุมมองของ Mark Zuckerberg เขากลับมองว่าการที่ Facebook News จะเป็น “Trusted Source” แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ มันก็ควรจะเป็นพื้นที่ที่รวมข้อมูลและข่าวสารจากหลากหลายมุมมองไม่ใช่จากมุมมองของใครมุมมองหนึ่งที่จะสามารตัดสินได้ว่านั่นเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง 

3. Facebook มีโมเดลการจ่ายเงินให้กับสื่ออย่างไร ? 

มีรายงานว่า Facebook ได้จ่ายเงินกว่า 1 ล้านเหรียญให้กับสำนักข่าว (เฉพาะบางราย) เพื่อให้พวกเขาเข้ามาเผยแพร่คอนเทนต์ในเซคชั่นนี้ แต่พวกเขาก็ปฏิเสธที่จะประกาศอย่างชัดเจนถึงโมเดลการจ่ายเงินให้กับสื่อที่มาเผยแพร่คอนเทนต์ในเซคชั่นนี้ 

ทั้งนี้แทนที่จะแจ้งถึงรายละเอียดของโมเดลการจ่ายเงิน Mark Zuckerberg กลับพูดเชิงนัยๆ ว่าเขาจะให้ความสำคัญกับจำนวนคอนเทนต์คุณภาพของสื่อนั้นๆ รวมถึงจำนวนของผู้คนที่อ่านคอนเทนต์ และ Subscribe กับสื่อ 

“เราให้คุณค่ากับจำนวนของคอนเทนต์ที่ผู้ใช้มองว่ามีคุณภาพ …และจำนวนของคนที่เป็น Subscriber และดูคอนเทนต์นั้น” – Mark Zuckerberg 

4. ข้อมูลอะไรบ้างที่ผู้ใช้จะถูกเก็บระหว่างการใช้งาน Facebook News ? 

หลังจากที่ Facebook ถูกเพ้งเล็งเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลผู้ใช้ พวกเขาก็ได้ทำการปรึกษาหารือกันอย่างจริงจังกับสื่อเพื่อตกลงกันถึงเรื่องข้อมูลที่ฝั่งสื่อจะได้ 

ภาพจาก  cnbc

สุดท้ายพวกเขาก็ได้ออกมาประกาศว่าพวกจะไม่แชร์ข้อมูลส่วนตัวหรือกิจกรรมต่างๆ ของผู้ใช้ให้กับสื่อ นอกจากว่าผู้ใช้คนนั้นจะเลือกเชื่อมต่อแอคเคาท์ของเขากับสื่อหรือสำนักข่าวที่เขาได้ทำการ Subscribe ไว้ในเว็บไซต์ของสื่อ พวกเขาก็อาจจะได้รับข้อมูลบางส่วนไปเท่านั้น

“เราไม่ได้ให้ข้อมูล (ของผู้ใช้) กับ Advertisers และมันจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น” – Mark Zuckerberg 

5. ใครจะเป็นเลือกคอนเทนต์ที่จะนำมาลงในเซคชั่น Facebook News ? 

คอนเทนต์ในเซคชั่น Facebook News จะถูกคัดสรรค์โดยทีมงาน (ที่เป็นคน) และอัลกอริทึมที่เป็นระบบอัตโนมัติ เพื่อนำเสนอข่าวสารที่ตรงใจกับความชอบของแต่ละบุคคล โดยทีมงานจะมีหน้าที่ข่าวสารใน Stories จะถูกคัดกรองโดยทีมงาน และข่าวที่ได้เห็นบนหน้า Feed ส่วนใหญ่ก็จะถูกคัดกรองด้วยระบบอัลกอริทึม ซึ่งได้เก็บข้อมูลมาจากข่าวสารหรือสิ่งที่คุณอ่านนั่นเอง 

สรุปฟีเจอร์ที่น่าสนใจของ Facebook News 

Today’s Stories : คอนเทนต์รูปแบบ Stories ที่คัดกรองโดยทีมงานจากสำนักข่าว เพื่อนำเสนอข่าวที่น่าสนใจของแต่ละวัน

Personalization : เนื้อหาข่าวที่คัดสรรค์มาเพื่อคุณโดยเฉพาะ ซึ่งถูกคัดสรรค์โดยระบบอัลกอริทึม ที่ได้เก็บข้อมูลมาจากข่าวสารที่คุณอ่าน หรือหัวข้อข่าวที่คุณสนใจและติดตามอยู่นั่นเอง 

Topic sections : หัวข้อข่าวแต่ละหมวดหมู่อย่างชัดเจน โดยจะเน้นไปที่หมวดหมู่ Business, Entertainment, Health, Science & tech และ Sports

Your Subscriptions : เซคชั่นที่ผู้ใช้สามารถเลือกเชื่อมต่อเว็บไซต์ของสำนักข่าวที่ได้ทำการ Subscibe ไว้ได้ เพื่อที่เลือกอ่านข่าวจากสำนักข่าวนั้นๆ ได้

Controls : ฟีเจอร์ที่ผู้ใช้สามารถเลือกที่จะซ่อนหรือควบคุมข่าวที่ที่ต้องการหรือไม่ต้องการเห็นได้ 

อย่างไรก็ตามปัจจุบัน Facebook ได้เริ่มทดสอบเซคชั่น Facebook News และขยายการใช้งานไปกว่า 6,000 พื้นที่ในสหรัฐอเมริกาแล้ว และคาดว่าอีกเพียงไม่กี่เดือนพวกเขาก็อาจจะขยายการงานนี้ให้กับประเทศอื่นๆ อีก

สำหรับใครที่เป็นสื่อ หรือสำนักข่าวในไทย แนะนำว่าควรจับตามองเรื่องนี้ไว้ให้ดีๆ เลยครับ

แหล่งอ้างอิง: varietythedrum , fortune , techcrunch

เกี่ยวกับนักเขียน

Jaruphat K.

Project Manager

Young passionate ที่มีความหลงใหลในเรื่องของการทำธุรกิจและการตลาด เคยเข้าร่วมอบรมและได้ประกาศนียบัตรจาก Google AdWords

The Growth Master คือสื่อด้านการตลาดด้าน Growth Hacking เราอยากช่วยให้ผู้ประกอบการ นักการตลาด นักพัฒนา และดีไซน์เนอร์ได้นำศาสตร์นี้ไปประยุกต์ใช้จริง

  •  
    60
    Shares
  • 60
  •  
  •