เพิ่ม Lead ให้ไว ด้วยกลยุทธ์ E-mail Marketing อีกหนึ่งความได้เปรียบทางการตลาด ที่ธุรกิจไม่ควรมองข้าม

Strategy

ภาพจาก freepik 

ในโลกของการตลาดออนไลน์ปัจจุบันนั้น มีสิ่งต่าง ๆ มากมายที่จะช่วยดึงดูดลูกค้าเข้ามา ไม่ว่าจะด้วยความน่าสนใจของตัว Product หรือ Service เอง วิธีการนำเสนอต่าง ๆ หรือแม้กระทั่ง โปรโมชั่น และยังมีกลยุทธ์ทางการตลาดอีกมากมาย เช่น Content Marketing, Inbound Marketing, การใช้ SEO / SEM หรือแม้กระทั่ง Facebook Ads เองก็ตาม 

แต่มักจะมีอยู่วิธีหนึ่งที่หลายคนมักมองข้าม ทั้ง ๆ ที่เจ้าตัวนี้ เป็นสิ่งที่อยู่กับเรามานานมาก เราแทบจะใช้สิ่งนี้กับทุกอย่างบนโลกออนไลน์เลย ไม่ว่าจะเป็นเกมออนไลน์ Social Media ต่าง ๆ  (เรียกว่าอยู่กันมาตั้งแต่สมัย MySpace, MSN และ Hi5) หรือแม้กระทั่ง ธุรกิจ ธุรกรรมทางการเงิน

ใช่แล้วครับ สิ่งที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่ก็คือ E-mail 

ภาพจาก  lyfemarketing

นอกจากเอาไว้แค่ส่งเมลกันไปมา ส่งงานให้กับอาจารย์ ส่งงานให้กับเจ้านาย ติดต่อคุยงานต่าง ๆ สอบถามสารทุกข์สุขดิบกับเพื่อนที่อยู่กันคนละทวีป จริงอยู่ที่ถึงแม้ปัจจุบันจะมี Application ให้เลือกใช้กันอย่างมากมาย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า E-mail นี่แหละ ที่เป็นตัวกุญแจสำคัญที่เราทุกคนใช้กันในชีวิตประจำวันมากที่สุดเลยก็ว่าได้

ภาพจาก assets.pcmag.com 

สิ่งที่อยากจะพูดถึงใน Content นี้ก็คือ E-mail นั้น ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีสำคัญที่นักการตลาดรวมถึงธุรกิจต่าง ๆ ไม่ควรมองข้าม เพราะเราสามารถทำ Marketing ผ่าน E-mail ได้ หรือเรียกอีกนัยหนึ่งก็คือ การทำ E-mail Marketing นั่นเอง 

แต่สำหรับหลายคนที่ไม่รู้ว่า E-mail Marketing นั้นคืออะไร และควรทำอย่างไร เดี๋ยวเราจะมาเล่าให้ฟังครับ

‘จริงๆ แล้วการทำ Email Marketing นั้นไม่ได้ซับซ้อนและยุ่งยากอะไรเลยครับ สิ่งที่ต้องทำให้ถูกต้องนั้นมีแค่ 3 อย่างหลัก ๆ คือ วางแผน ลงมือ และประเมินผล แค่นั้นเอง’ 

ภาพจาก osiaffiliate

E-mail Marketing เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ทางการตลาดออนไลน์ ที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในรูปแบบของอีเมล โดยเป้าหมายของเรา ไม่ใช่มีไว้เพื่อการขายโดยตรง (Direct Sell) แต่จุดประสงค์ของการทำการตลาดแบบอีเมลมาร์เก็ตติ้งคือ เพื่อการ ประชาสัมพันธ์ การทำ โฆษณา สินค้าและบริการใหม่ ๆ การเผยแพร่ ข้อมูลข่าวสาร หรือ โปรโมชั่น นั่นเองครับ หรือยิ่งไปกว่านั้นเราก็สามารถสร้าง Customer Loyalty ได้ด้วยผ่านการทำกลยุทธ์นี้เช่นเดียวกันครับ ถ้าทำถูกวิธีและทำเป็นฮะ 

ภาพจาก pnglot 

ทำไม E-mail Marketing ถึงเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่หลาย ๆ คนมักมองข้ามละ

อาจเป็นเพราะว่าในปัจจุบัน ผู้คนมักมีความรู้สึกในแง่ลบกับ E-mail เนื่องด้วย Spam ที่ได้รับในแต่ละวันและจากการสำรวจได้พบว่า E-mail ที่ได้รับในแต่ละวันนั้น มีจำนวนไม่น้อยเลยที่ถูกส่งมาหาเราจากหลายธุรกิจ แต่ว่าเนื้อหาข้างในนั้นไม่ได้ตรงกับความสนใจของเราเลย

ภาพจาก business2community

ข้อดีของการทำ E-mail Marketing

– เพิ่มโอกาสในการขายได้มากขึ้น : เพราะธุรกิจส่วนใหญ่จะใช้ E-mail แจ้งโปรโมชั่น ข่าวสารข้อมูลต่าง ๆ รวมถึง ส่วนลดพิเศษในแต่ละเดือน ซึ่งส่งผลให้สามารถเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าหรือบริการได้มากขึ้นครับ

– สะดวก / รวดเร็ว : สามารถประหยัดเวลาในการทำงานได้อย่างมาก เพราะสามารถส่งถึงผู้รับหลาย ๆ คนได้ในเวลาอันแสนรวดเร็ว ทำให้สามารถประหยัดเวลาในการทำงานได้นั่นเองครับ

– ควบคุมค่าใช้จ่าย : จากสถิติข้อมูลที่ได้ทำการค้นคว้ามาได้พบว่า E-mail Marketing มีค่าใช้จ่ายที่ต่ำมาก เมื่อเทียบกับการทำตลาดในรูปแบบอื่น ๆ หรือโฆษณาประเภทต่าง ๆ เป็นต้น และสามารถกำหนดงบประมาณค่าใช้จ่ายได้ค่อนข้างแน่นอน

– แบ่งกลุ่มลูกค้าได้อย่างตรงจุด : จากข้อมูลที่ลูกค้าได้ทำการ Subscribe เพื่อยอมรับและติดตามข่าวสารของเราผ่าน E-mail ทำให้เราสามารถแยก Category ได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลให้ข้อมูลที่จะส่งไปหาผู้รับแต่ละคน หรือแต่ละ Group นั้น On-Point มากยิ่งขึ้นครับ

– ติดตามผล / วัดผล : เพราะเราสามารถดูข้อมูลย้อนหลังได้ว่า อีเมลที่ส่งไปนั้นถึงมือผู้รับเป็นจำนวนกี่ฉบับ มีผู้เปิดดูเป็นจำนวนเท่าไร และมียอดคลิกลิงค์ในแต่ละอีเมลนั้นเป็นจำนวนกี่ครั้ง

ภาพจาก entrepreneur.com

E-mail Marketing ที่ดี ควรเป็นอย่างไร

การทำ E-mail Marketing ให้ได้ผลนั้น เป็นงานที่ต้องใช้ความใส่ใจและเข้าใจผู้บริโภคเป็นอย่างมาก เพราะว่าถ้าเราพลาดแม้แต่จุดเดียว สิ่งที่เราทำมาทั้งหมดอาจจะไม่ได้ผลเลยทันที (บางทีอาจจะไปอยู่ใน Spam / Junk Mail เลยก็ได้)

ดังนั้นก่อนที่เราจะเริ่ม Process การทำ Email Marketing ของตัวเองให้ได้ผล เราควรที่จะเข้าใจก่อน ว่าเราจะใช้กลยุทธ์นี้เพื่ออะไร เช่น เพื่อที่จะสร้างสายสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อที่จะเพิ่มยอดขายสินค้าหรือบริการ หรือเพื่อการโฆษณา เป็นต้น

ขั้นตอนในการทำ E-mail Marketing

1. วางแผน : ใช่แล้วครับ เหมือนกลยุทธ์อื่น ๆ สิ่งแรกที่เราต้องทำเลยคือ ‘การวางแผน’ เพื่อกำหนดทิศทางในการส่ง E-mail โดยวิธีที่อยากแนะนำและง่ายที่สุดเลยคือ วางตารางการส่งอีเมลให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ของธุรกิจ และควรส่ง E-mail อย่างสม่ำเสมอ ตรงเวลา เพื่อสร้างการจดจำให้กับกลุ่มลูกค้าที่ได้รับ E-mail Marketing ของเรา

2. สร้าง Mailing List : Mailing list คือ list รายชื่อของผู้ที่ต้องการรับ E-mail Marketing ของเรา
ซึ่ง Mailing list ที่ดีนั้นควรได้จากรายชื่อ E-mail ของลูกค้าที่ได้ให้เราไว้ (ในที่นี้คือการ Subscribe) แล้วนำมาเก็บรวบรวมจัดเป็นหมวดหมู่ตามความต้องการของผู้รับให้เรียบร้อย

3. Call-To-Action ! : ในการส่ง E-mail ทุกฉบับ ควรจะมี Objective ในการส่ง E-mail นั้น ๆ ก่อน ว่าอยากให้ลูกค้ามีพฤติกรรมอย่างไรหลังจากที่ได้อ่าน E-mail ของเรา โดยตัวอย่างของ Call to Action นั้นอาจเป็นการให้ลูกซื้อสินค้า หรือเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ หรือเป็นการแชร์ข้อมูลข่าวสาร เป็นต้น

4. วิเคราะห์ : ขั้นตอนตรวจสอบ วัดประสิทธิภาพของ E-mail โดยในการส่ง E-mail แต่ละครั้งต้องสามารถนำมาวิเคราะห์ผลได้ว่า มีจำนวนการเปิดอ่านเท่าไร? มี Feedback หรือผลตอบรับจากลูกค้าอย่างไรบ้าง? และสุดท้าย E-mail Marketing ฉบับนั้นสามารถสร้างยอดขายให้กับธุรกิจของเราได้หรือเปล่านั่นเองครับ

5. ปรับปรุงรูปแบบ กลยุทธ์ : หลังจากที่เราได้วิเคราะห์ ตรวจสอบ ประเมิน E-mail Marketing แล้ว สิ่งต่อไปที่ต้องทำคือ การปรับปรุงกลยุทธ์ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นต่อไปในทุกครั้งที่ส่งครับ

ภาพจาก sfdcstatic.com

Email Marketing สามารถเพิ่มจำนวน Lead ได้อย่างไร

ก่อนอื่นเลยเรามาทำความรู้จักกับคำว่า Lead กันก่อนครับ ซึ่งในวงการ Marketing หรือ Business นั้น Lead ในที่นี้มีความหมายคือ กลุ่มที่อาจจะเป็นลูกค้าของเราในอนาคต มีแนวโน้มที่จะเป็นลูกค้าของเรา เพราะความหมายของคำนี้ คือกลุ่มคนที่สนใจในสินค้าหรือบริการของเรา ดังนั้นเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจ การเพิ่มจำนวน Lead ก็เป็นส่วนที่มีความสำคัญอยู่ในลำดับต้น ๆ เลยทีเดียว

เพราะ “Lead” หรือรายชื่อที่ได้มานี้ คือคนที่ “สนใจ”
ในสินค้าและบริการของเราจริง ๆ
ดังนั้นธุรกิจจึงมีโอกาสสูงที่จะปิดการขายได้จากคนกลุ่มนี้

ได้ Lead มาแล้วทำอย่างไรต่อ?

หลังจากที่เราเปลี่ยน “คนแปลกหน้า” ให้กลายเป็น “คนรู้จัก” แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการสร้างความสัมพันธ์ วิธีการที่นิยมใช้คือการทำ E-mail Marketing นำเสนอสินค้า/บริการ หรือโปรโมชั่นต่าง ๆ ซึ่งจะนำไปสู่การปิดการขายได้นั่นเองครับ 

เปลี่ยน “คนรู้จัก” ให้เป็น “ลูกค้าตัวจริง”

ภาพจาก agilecrm 

เพิ่ม Lead ให้ไว ด้วยการออกแบบ E-mail

อาจฟังดูไม่น่าเชื่อ แต่เป็นเรื่องจริงครับ เพราะ Hubspot (บริษัทผู้ให้บริการ Marketing Platform) ได้เผยแพร่กลยุทธ์ที่น่าสนใจไว้ดังนี้

1. Heading of E-mail

แน่นอนว่าประตูด่านแรกที่จะให้เป้าหมายของเราเข้าไปอ่านในนั้นคือ หัวเรื่อง หรือ Subject ของ E-mail ซึ่งในส่วนนี้เราจึงควรจะใช้เวลาในการคิดชื่อหัวข้อที่ สร้างสรรค์ และ น่าดึงดูด เราขอแบ่งเป็น 3 หัวข้อย่อยดังนี้ครับ

1.1 Get to the point เจาะจง และตรงจุด

การใช้หัวเรื่อง E-mail บอกตรง ๆ แบบนี้เป็นข้อดีอย่างมาก เพราะทำให้ผู้ที่ได้รับอีเมลนั้นรับรู้ได้อย่างชัดเจนและเข้าใจได้ง่ายว่าเราต้องการสื่อสารอะไร เนื้อหาเป็นไปแนวไหน และอยากให้ทำอะไรต่อไปตามเนื้อในที่ได้เขียนมาอีกด้วย

1.2 Personalised

ดึงดูดความสนใจได้ดี ซึ่งกระบวนการใช้ Personalised ที่ดีคือการรู้จักชื่อจริง หรือชื่อเรียกของคนที่นักการตลาดกำลังส่ง E-mail นั้น ๆ ไป ทำให้ผู้รับรู้ว่านี้คืออีเมล์ที่ส่งมาหาโดยเฉพาะ จากคนที่รู้จักจริง นอกจากจะใช้ชื่อแล้ว ยังสามารถเพิ่มการ Personalised ได้แบบต่าง ๆ เช่นใส่ความชอบ ชื่อเมืองที่อยู่ ด้วยการใส่ใจและปรับแต่งให้มีความสมบูรณ์ที่สุดนี้จะสามารถทำให้อีเมล์ถูกเปิดอ่านได้โดยง่าน Ex. สวัสดีคุณ A เรารู้ว่าคุณกำลังมีปัญหา ที่ต้องการให้เราช่วยเหลือ

1.3 Start with Question

ด้วยการทำหัวข้อ E-mail ในรูปแบบการตั้งคำถามนี้จะช่วยในการสร้างการอยากรู้อย่างมาก การใช้คำถามในการตั้ง เป็นหลักการที่สำคัญในการทำงานเขียนที่จะดึงดูดความสนใจของผู้อ่าน ด้วยการใช้ 5W+1H นั้นคือ What, When, Where, Why, How เข้ามาในการตั้งคำถาม ด้วยวิธีการนี้จะทำให้สามารถจับความสนใจ และกระตุ้นความอยากรู้ของคนรับ E-mail จนรีบเปิดอ่านได้เลย

2. เนื้อหาต้อง ชัด สด โดน

ถ้าเราเขียนยาวยืดเยื้อ บางทีอาจปิดไปก่อนที่จะเจอประเด็นสำคัญก็ได้ อย่าลืมไปว่า ในหนึ่งวันผู้ที่ได้รับ E-mail ไม่ได้รับแค่ของเราคนเดียว แต่อาจได้รับเป็น 10 เลยก็ว่าได้ พยายามพลิกให้เป็นโอกาสเสมอ โดยสื่อสารให้ตรงจุด กระชับ และครบถ้วน

3. สื่อสารโดยใช้รูปภาพ

จากการวิจัยพฤติกรรมของคนจาก Hubspot พบว่าสมองของคนเราสามารถประมวลผลของรูปภาพได้เร็วกว่าข้อความถึง 6 หมื่นเท่า นั่นหมายความว่า การที่เราใส่รูปภาพเข้าไปแทนในบางส่วนของเนื้อหา จะทำให้กลุ่มเป้าหมายของเราเข้าใจในสิ่งที่เราต้องการจะสื่อได้อย่างรวดเร็วนั่นเอง

4. นำ Social Media / Official Website ของเรามาช่วย

E-mail ก็เหมือนประตู ที่จะพาเราไปสู่ห้องต่าง ๆ ภายในบ้าน ดังนั้นการใส่ลิงก์ของช่องทาง Online ของเราลงไปในส่วนหนึ่งของ E-mail นั้นก็จะสามารถทำให้เป้าหมายเข้าถึงธุรกิจได้ดีมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของ Official Website ที่เปรียบเสมือนบ้านของหัวใจนั่นเอง

ภาพจาก benchmarkemail

สรุป

ถึงแม้ว่าจำนวนผู้ใช้ E-mail เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ E-mail Marketing นั้นเป็นการทำการตลาดที่มีคุณภาพในการเพิ่ม Lead แต่สำหรับกลยุทธ์ในการใช้ E-mail Marketing นั้น ก็เป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือของการทำ Digital Marketing เท่านั้น แน่นอนว่าธุรกิจไม่สามารถมุ่งเน้นการทำ Marketing ช่องทางใดช่องทางหนึ่งได้เพียงอย่างเดียว เพราะแต่ละวิธีก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยและวัตถุประสงค์ในการทำ ซึ่งเราเองก็ต้องทำความเข้าใจในรูปแบบธุรกิจของเรา และเลือกใช้วิธีการที่เหมาะสมด้วยถึงจะได้ผลดีที่สุด

จริงอยู่ที่วิธีการใช้งานของ E-mail Marketing นั้นอาจจะต่างกับการใช้ Social Media หรือกลยุทธ์การทำการตลาดแบบอื่น ๆ อยู่ค่อนข้างมาก แต่หัวใจสำคัญแล้วก็ยังคงเหมือนกันกับกลยุทธ์อื่น ๆ นั่นก็คือการสร้างและส่งมอบคุณค่าให้กับกลุ่มเป้าหมายนั่นเองครับ

เกี่ยวกับนักเขียน

Sasin Imla

Content Writer

นักศึกษาการตลาดย่านบางเขนที่ชอบดื่มกาแฟและสนใจในเรื่องของแวดวงอุตสาหกรรมดนตรีอย่างถอนตัวไม่ขึ้น มักพบเขาได้ตามคอนเสิร์ตทั้งไทยและเทศ รวมถึงร้านกาแฟต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพ

The Growth Master คือสื่อด้านการตลาดด้าน Growth Hacking เราอยากช่วยให้ผู้ประกอบการ นักการตลาด นักพัฒนา และดีไซน์เนอร์ได้นำศาสตร์นี้ไปประยุกต์ใช้จริง

  •  
    184
    Shares
  • 184
  •  
  •