ฉีกการเขียนคอนเทนต์แบบเดิม ๆ ด้วยกลยุทธ์ Visual Communication

ฉีกการเขียนคอนเทนต์แบบเดิม ๆ ด้วยกลยุทธ์ Visual Communication
Light
Dark

ทำไมการสื่อสารด้วยภาพถึงทรงพลัง?

32% ของมาร์เก็ตเตอร์บอกว่า รูปภาพเป็นรูปแบบที่สำคัญที่สุด ในคอนเทนต์สำหรับธุรกิจของพวกเขา – Hubspot

สายตาของเราไม่ได้ถูกสะกดให้มองไปตำแหน่งของรูปภาพเป็นที่แรกแค่เพราะว่ามันเป็นรูปที่สวยเฉย ๆ หรอกค่ะ (แต่ก็จะไม่ปฏิเสธว่ารูปสวย ๆ มีส่วนอย่างมากเลยล่ะ) อาจจะฟังดูเป็นวิทยาศาสตร์เกินไปหน่อย แต่สมองของคนเราย่อยข้อมูลที่เป็นภาพได้เร็วมากกว่าตัวหนังสือตั้ง 60,000 เท่า

ดังนั้นแล้วการใส่ภาพเข้าไปสักนิดจะทำให้คอนเทนต์ของคุณน่าสนใจมากขึ้น คนอ่านเข้าถึงเนื้อหาได้ไวมากขึ้น (ถ้าคุณใส่ภาพที่เขาสามารถเชื่อมโยงมันกับเนื้อหาได้)

สมองใช้เวลา ¼ วินาทีในการเข้าใจภาพ และความสนใจของผู้อ่านจะอยู่ในช่วง 8 วินาทีเท่านั้น

นั่นจึงทำให้ข้อมูลที่เป็นภาพมีประสิทธิภาพอย่างมากในการดึงดูดความสนใจและสร้างความเข้าใจ

ในการทำการตลาดบนสื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ก็มักจะหยิบจุดแข็งของรูปภาพมาใช้ เพราะมันคือสิ่งแรกที่คนจะเห็นเมื่อมีการแชร์เกิดขึ้น!

หากถามว่าภาพทรงพลังแค่ไหน?

Instagram, Youtube, Pinterest, Imgur ไปจน meme รูปภาพอีกนับร้อยที่คุณแชร์ให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันในชีวิตประจำวัน…

การประสบความสำเร็จของสื่อต่าง ๆ ที่นำเสนอโดยใช้ Visual Content เหล่านี้น่าจะเป็นคำตอบให้กับคุณได้เป็นอย่างดี

ไม่พลาดทุกข้อมูลที่ช่วยให้ธุรกิจคุณเติบโตได้เร็วยิ่งขึ้น

ติดตามได้หลากหลายช่องทางที่คุณสะดวก ไม่ว่าจะเป็น e-mail, line หรือ youtube
Subscribe

ข้อความอย่างเดียว… น่าเบื่อจะแย่ แก้ได้ด้วย Visual Content

การเขียนคอนเทนต์ที่มีแต่ข้อความเพียงอย่างเดียวทำให้ไม่รู้ว่าแต่ละหัวข้อจะเริ่มตรงไหน แล้วท้ายที่สุดแล้วมันจะจบที่ตรงไหน คนอ่านจะมองไม่ออกว่าอะไรในเนื้อหาที่สำคัญ เพราะทุกอย่างก็เป็นตัวอักษรเหมือน ๆ กันหมด แต่คุณสามารถทำให้มันน่าสนใจมากขึ้นด้วยภาพไม่กี่รูป

คุณน่าจะเริ่มคุ้นเคยกับการใช้รูปภาพเข้ามาประกอบในคอานเทนต์พอสมควร แต่ Visual Content นั้นเป็นมากกว่าการใช้รูปภาพเพื่อความสวยงาม พักสายตา หรือทำให้เข้าใจเนื้อหาได้รวดเร็ว คุณสามารถเล่นกับ Visual Communication ได้หลากหลายกว่านั้น

และวันนี้เรามี Visual Content 7 แบบมาแนะนำให้กับคุณ

ไปดูกันเลยว่าคุณสามารถใช้ภาพแบบไหนในบทความของคุณได้บ้าง!

1. Photos

ภาพถ่ายเป็นอะไรที่ must-have ในบทความบางประเภทเลย อย่างเช่น บทความท่องเที่ยวที่ต้องมีภาพประกอบ ภาพภาพเดียวจะสามารถอธิบายได้ตั้งแต่อารมณ์ ความรู้สึก อากาศ ความสวยงาม ความตื่นตา ฯลฯ

เลิกไปเลยกับการเขียนเรียงความยาวสิบหน้าเพื่อพรรณนา ใช้หนึ่งภาพกับข้อความเสริมอีกสักหน่อย รับประกันว่าผลลัพธ์ที่คุณจะได้จากผู้อ่านต่างกันจากหน้ามือเป็นหลังมือแน่นอน

ถ้าหากว่าคุณไม่สามารถเก็บภาพมาได้จริง ๆ หรือยังไม่พอใจรูปที่ถ่ายมา ลองหาเว็บไซต์ที่แจกภาพฟรีหรือเว็บไซต์ขายภาพออนไลน์ก็เป็นทางที่ดีมากทางหนึ่ง ในเว็บจะมีรูปภาพในมุมต่าง ๆ ให้คุณได้เลือกชิ้นที่เหมาะสมที่สุดมาประกอบลงบนบทความของคุณ

สิ่งต้องห้ามเด็ดขาดคือ อย่าเอารูปจากที่คุณค้นหาใน google มาใช้ในทันที คุณจำเป็นที่จะต้องหาก่อนว่าใครเป็นเจ้าของรูปเพื่อขออนุญาตนำมาใช้งาน ซึ่งรูปแต่ละรูปนั้นจะมีข้อกำหนดในการใช้ที่แตกต่างกันออกไป เช่น อนุญาตให้นำไปใช้ได้ฟรี โดยต้องให้เครดิตผู้สร้าง อนุญาตให้นำไปใช้ได้ฟรีแต่ต้องไม่ใช้ในเชิงธุรกิจ เป็นต้น

5 เว็บไซต์ขายภาพออนไลน์

1. Shutterstock ขายภาพถ่าย ภาพเว็คเตอร์ คลิปวีดีโอ และดนตรี

‍

‍

2. Istockphoto ขายภาพถ่าย ภาพเว็คเตอร์ และคลิปวีดีโอ

‍

‍

3. Dreamstime ขายภาพถ่าย ภาพเว็คเตอร์ คลิปวีดีโอและคลิปเสียง

‍

‍

4. Fotolia by Adobe ขายภาพถ่าย โมเดล3D และคลิปวีดีโอ

‍

‍

5. Depositphotos ขายภาพถ่าย ภาพเวคเตอร์ และคลิปวีดีโอ

‍

‍

2. Screenshots

มีผลวิจัยออกมาว่า คนเราจะทำตามวิธีที่มีทั้งตัวอักษรและภาพช่วยอธิบายได้ดีกว่าวิธีที่ไม่มีภาพถึง 323%

ภาพถ่ายหน้าจอเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดถ้าคุณต้องการที่จะอธิบายขั้นตอนบนหน้าจอของคุณ (ทั้งบนคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ)

ในหมวดหมู่บทความทั้งหมด How-to เป็นประเภทบทความที่ฮิตฮอตเป็นอันดับต้น ๆ เลยล่ะ แต่บทความ How-to ที่ดี ต้องทำให้คนอ่านเข้าใจและแก้ปัญหาที่เขากำลังเจออยู่ได้ ซึ่งอีกนัยหนึ่ง ก็พูดได้ว่า “คุณต้องอธิบายจนเห็นภาพ” ในส่วนนี้คุณลดการอธิบายของคุณได้โดยการใช้ภาพให้เขาเห็นจะ ๆ ไปเลย

‍

3. Graphs and Charts

รู้หรือไม่?
ว่าคนอ่านสนใจรูปภาพที่อธิบายข้อมูลได้มากกว่า และในหลาย ๆ ครั้งก็เลือกที่จะไม่สนใจรูปประกอบสวยงามที่ตกแต่งบนเว็บไซต์

จุดประสงค์ของผู้เข้าชมเว็บไซต์ของคุณ คือ การเข้ามาหาอะไรบางอย่างที่เขาอยากได้หรือว่าบางอย่างที่จะแก้ปัญหาให้เขาได้ สิ่งที่เขาสนใจจึงเป็น ‘ข้อมูลที่จะช่วยเขาได้’

กราฟและชาร์ต คือ รูปภาพที่เป็นเครื่องที่จะช่วยอธิบายตัวเลข สถิติ และในเวลาเดียวกันนั้นก็ทำให้คนจำข้อมูลได้ง่ายขึ้นด้วยรูปทรงของกราฟและชาร์ต

‍

‍

เครดิตรูปภาพจาก : www.freepik.com

4. Product images

ในการขายสินค้าหรือบริการสักอย่าง คุณต้องการรูปภาพดี ๆ มาจับคู่กับคำอธิบาย บทวิจารณ์ รีวิว รูปจะช่วย preview ทำให้ดูจับต้องได้มากขึ้น ดังนั้นในการถ่ายภาพของสินค้า/บริการ จึงจำเป็นที่จะต้องใส่ใจทุกรายละเอียด ตั้งแต่อุปกรณ์ในการถ่าย การควบคุม สภาพแวดล้อมของสถานที่ถ่าย ฉากต่าง ๆ เพราะรูปของสินค้า/บริการนี้เป็น display ที่จะแสดงถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้อีกด้วย

‍

‍
IKEA ถ่ายภาพห้องตัวอย่างลงบนแกลลอรี่ของตัวเอง ในห้องตัวอย่างนั้น สินค้าเกือบทั้งหมดเป็นของอิเกียเอง จะมีการถ่ายห้องในมุมต่าง ๆ ไว้ พร้อมกับถ่ายในระยะ close up สิ่งของแต่ละชิ้นพร้อมบอกว่า ชิ้นนั้นคือสินค้าที่ชื่ออะไร มีราคาเท่าไหร่บ้าง ทำให้คนอ่านได้เห็นภาพของการนำเฟอนิเจอร์จากอิเกียไปตกแต่งบ้านหรือที่ทำงานของเขามากขึ้น ซึ่งมีส่วนช่วยในการตัดสินใจซื้อเป็นอย่างมากเลยล่ะ!

5. Infographics

ผลสำรวจบอกว่า การใช้งานอินโฟกราฟิคเพื่อโปรโมทธุรกิจออนไลน์ ช่วยเพิ่ม traffic บนเว็บไซต์ได้มากถึง 12%!

หากพูดถึงวิธีที่จะดึงดูดความสนใจผู้อ่านและช่วยลดการอธิบายข้อมูลจำนวนมากให้เหลือน้อยลง คงต้องบอกว่า “อินโฟกราฟิค” เป็นวิธีที่ยืนหนึ่งในด้านนี้

คอนเทนต์ที่ใช้อินโฟกราฟิคถูกอ่านมากกว่าคอนเทนต์ที่ใช้แต่ข้อความอย่างเดียวถึง 30 เท่า

คุณสามารถใส่สถิติ ย่นย่อข้อมูลต่าง ๆ ลดภาระของตัวอักษรลง ให้ภาพได้ทำหน้าที่แทน ที่สำคัญกว่านั้นคือ ‘อินโฟกราฟิค’ ดูสนุกและสร้างสรรค์กว่า บอกเล่าเรื่องราวในแบบที่ข้อความไม่สามารถทำได้

6. Banners, Flipbooks and Catalogs

แบนเนอร์ คือ ภาพโฆษณาที่มีจุดประสงค์ให้คนคลิกเพื่อพายังเว็บเป้าหมาย มีขนาดให้เลือกใช้อย่างหลากหลาย โดยทั่วไปคนจะใช้เวลากวาดตามองบนเว็บไซต์รวม ๆ ไม่นาน ถ้าแบนเนอร์ไม่เตะตา คนก็จะมองข้ามมันไปอย่างรวดเร็วจนแบนเนอร์ไม่ได้ทำหน้าที่ของมันเลย

ช่องทางสู่ความสำเร็จของคุณ ส่วนหนึ่งของขึ้นอยู่ความสวยแบนเนอร์และความน่าดึงดูด ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นความสวยอย่างเดียว อย่าลืมว่า แบนเนอร์คือป้ายโฆษณา ข้อความบนป้ายก็มีส่วนช่วยให้แบนเนอร์ดึงดูดให้คนคลิกเข้าไปได้เหมือนกัน และแบนเนอร์ที่ดี จะต้องไม่สร้างความรำคาญให้กับเว็บไซต์หลักด้วยนะ

แนะนำเครื่องมือสร้างแบนเนอร์ง่าย ๆ : Bannersnack

‍

‍

ถ้าหากว่าคุณต้องใช้ Flipbooks หรือ Catalogs สำหรับสินค้า/บริการของคุณบนเว็บไซต์ คุณก็จะต้องใช้วิธีสร้างที่แตกต่างกันออกไปจากแบนเนอร์ แต่ต้องขอบคุณยุคดิจิทัลที่ทำให้เราสามารถสร้างฟลิปบุ๊กบนเว็บออนไลน์ได้

แนะนำเครื่องมือสร้างฟลิปบุ๊ก : Flipsnack

‍

7. Video

64% ของผู้บริโภคบอกว่า เมื่อได้ดูวิดีโอแล้ว พวกเขาก็มีแนวโน้มจะซื้อสินค้านั้นๆ

การทำการตลาดที่ดี มาร์เก็ตเตอร์จะต้องหยิบสื่อที่เหมาะสมและสามารถสื่อสารได้ตามจุดประสงค์มากที่สุด วีดีโอเองก็เป็นสื่อที่นิยมมากในสื่อทั้งหมด บางครั้งภาพอย่างเดียวยังไม่พอ การมีเสียงเข้ามาร่วมด้วย จะสร้าง engagement ได้มากกว่า จึงทำให้หลาย ๆ แบรนด์แข่งขันกันผลิต Video Content

วีดีโอจึงมีพลังอย่างมากในการเล่าเรื่อง จนสามารถเปลี่ยน leads เป็น customers ได้

Extra Gum’s The Story of Sarah & Juan

เป็น Viral Video Marketing ที่แชร์เรื่องราวของคู่รักโดยที่ไม่ได้เป็นการเสนอขายตรง ๆ แต่เป็นการ tie-in สินค้าเข้ากับเรื่องราว เล่นกับความผูกพัน เวลาที่คู่รักสร้างความทรงจำด้วยกัน เขาจะมีของบางอย่างเข้ามาเชื่อมโยงระหว่างกัน ซึ่งในเรื่องราวนี้ คือ Extra Gum โดยเขียนเหตุการณ์ต่าง ๆ ระหว่างพวกเขาลงบนเปลือกกระดาษหมากฝรั่ง

เรื่องราวถูกเล่าอย่างไหลลื่นจนโฆษณาหมากฝรั่งกลายเป็นเรื่องโรแมนติกไปได้ ความประทับใจนี้จะทำให้ผู้ชมมีภาพของ Extra Gum อยู่ในใจโดยไม่รู้ตัว


40% ของผู้เข้าชมเลือกปิดเว็บไซต์เมื่อใช้เวลาเปิดเกิน 3 วินาที

Visual Content จะดึงดูดใจให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์ใช้เวลาบนเว็บฯของคุณมากขึ้น แต่หลายเว็บก็ตกม้าตายกับยาเสพติดที่เรียกว่า “ความไวบนโลกดิจิทัล” อะไรที่เคยคิดว่ามันไว ในตอนนี้มันช้าเหลือเกิน

บทความที่มีข้อมูลขนาดใหญ่อย่าง Visual Content จะทำให้เว็บไซต์ต้องใช้เวลาในการเปิดมากขึ้น ซึ่งคุณต้องบริหารจัดการทั้งขนาดของงานและผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้วย

แนะนำเครื่องมือสำหรับย่อไฟล์ภาพออนไลน์ :

  • Adobe Photoshop
  • Affinity Designer
  • TinyPNG – คุณสามารถทำได้บนเว็บไซต์

‍

‍

สรุป

Visual Communication จะช่วยให้กลุ่มเป้าหมายตัดสินใจก้าวเข้ามาเป็นลูกค้าของคุณได้ง่ายขึ้น พวกเขาจะเข้าใจคุณผ่านภาพเหล่านั้น เพียงคุณต้องเลือกอย่างรอบคอบว่า คอนเทนต์แต่ละอย่างควรใช้ภาพแบบไหนถึงจะสื่อสารได้ดีที่สุด อย่าลืมว่าทุกรายละเอียดบนทุกภาพมีความสำคัญในการสื่อความหมาย และทุกอย่างบนภาพนั้นจะสื่อถึงแบรนด์ของคุณ

แหล่งอ้างอิง: kinsta, columnfivemedia, hubspot, progressivecontent‍

ไม่พลาดทุกข้อมูลที่ช่วยให้ธุรกิจคุณเติบโตได้เร็วยิ่งขึ้น

ติดตามได้หลากหลายช่องทางที่คุณสะดวก ไม่ว่าจะเป็น e-mail, line หรือ youtube
Subscribe