7 วิธีเพิ่มยอดคลิกให้พุ่ง ด้วยการเปลี่ยนเว็บไซต์จากน่าเบื่อให้น่าใช้

Strategy

เว็บไซต์คือบ้านของแบรนด์

เคยเจอกับปัญหา ทำยังไงเว็บไซต์ก็ไม่ดึงดูดมั้ยคะ ทั้งที่ข้อมูลก็ครบ ข้อมูลทำมาอย่างดี แต่เหมือนคนไม่อยากจะเข้ามาดูเอาซะเลย 

เว็บไซค์คือบ้านของแบรนด์ ที่มีช่องทางต่าง ๆ ทั้งสื่อเก่า (โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ ภาพยนตร์ ฯลฯ) และสื่อใหม่ (โซเชียลมีเดีย) เป็นหน้าต่าง ประตูให้กลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าถึงแบรนด์ได้ ซึ่งเว็บไซต์จะสะท้อนตัวตนของแบรนด์ออกมา  ถ้ารูปลักษณ์ของเว็บไซต์ไม่น่าสนใจ น่าเบื่อ ไม่ดึงดูดพอ เขาก็ไม่อยากเข้า

นอกจากการสะท้อนตัวตนของแบรนด์ออกมาแล้ว เว็บไซต์ยังมีความสำคัญมาก ๆ เป็นศูนย์รวมข้อมูลที่ครบถ้วน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะสร้างความสนใจและดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย เพิ่มยอดคลิกของคนที่เข้ามาในเว็บไซต์ของคุณให้สูงขึ้น

ภาพจาก vallatest

แต่มันไม่ใช่ทุกอย่าง การออกแบบเว็บไซต์ก็เป็นอีกสิ่งสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามได้เลย เพราะหน้าตาของเว็บไซต์ที่เป็นมิตรกับกลุ่มเป้าหมาย เรียกคนให้เข้ามาอยู่บนเว็บฯของคุณได้ เป็นปัจจัยหนึ่งที่ดึงดูดคน เพิ่มโอกาสให้เขาอยากเปิดคอนเทนต์ที่คุณใส่ไว้บนเว็บฯ เมื่อเขาอ่าน เขาชอบ เขาเห็นด้วย เขาจะแชร์มัน ทำให้เว็บไซต์ของคุณเป็นที่รู้จัก และมี traffic บนเว็บไซต์มากยิ่งขึ้นไปอีก

ถ้าเว็บไซต์เป็นบ้านหลังหนึ่ง บ้านหลังสวยจะดึงดูดให้คุณอยากเข้าไปข้างในมากแค่ไหนเพื่อชมว่าข้างในสวยงามยังไงบ้าง

คำถามคือ เราจะทำยังไงให้เว็บฯของเราไม่น่าเบื่อ

7 วิธีเปลี่ยนเว็บไซต์จากน่าเบื่อให้น่าใช้

1. Don’t let them get lost

40% ของผู้เข้าชมเว็บฯจะออกหลังจากเลื่อนจบหน้าแรก – Neilpatel

Navigation หรือระบบนำทางในเว็บไซต์ที่จะทำให้กลุ่มเป้าหมายใช้งานเว็บไซต์ได้สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น แสดงอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นได้ง่าย เช่น ด้านบน หรือมุมขวาบน ควรอยู่ในตำแหน่งเดียวกันในทุกหน้าเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน ควรมีรายการที่พอเหมาะไม่มากเกินไปจนลายตา ไม่น้อยเกินไปจนหาไม่เจอ และมีการตอบสนองต่อผู้ใช้ เช่น เปลี่ยนสีเมื่อคลิก ทำให้ผู้ใช้รู้ว่าปุ่มนี้เคยกดแล้ว

2. Make it simple

ภาพจาก topdesignmag

เว็บไซต์ที่ใช้ยากคือเว็บไซต์ที่ไม่น่าใช้ การออกแบบเว็บไซต์จึงต้องคิดถึงคนที่ไม่เคยใช้เว็บฯนี้มาก่อน การมีปุ่มนู่นนี่นั่น ป๊อบอัพต่าง ๆ ขึ้นเต็มจอไปหมด ทำให้เขาเกิดความสับสน ถูกดึงความสนใจระหว่างทางจนไปไม่ถึงคอนเทนต์ 

การมีพื้นที่สีขาวอยู่บนเว็บไซต์ไม่ใช่เรื่องที่แย่ ดังนั้นแล้วการทำเว็บไซต์ให้เรียบง่าย ใช้งานสะดวก เข้าใจได้ไวจึงจะทำให้คนเข้าถึงสิ่งที่เขาต้องการจากเว็บไซต์ได้จริง ๆ

นอกจากนี้เมื่อเข้าเว็บไซต์ ไม่ใช่ทุก ๆ คนจะมาไล่อ่านทุกตัวอักษรว่าเว็บฯมีอะไรบ้าง อันไหนอยู่ตรงไหน แต่คนจะอ่านแบบผ่าน ๆ เพื่อหาสิ่งที่เขาต้องการ ถ้าใส่มากเกินไป อาจทำให้เขามองข้ามสิ่งที่เขาต้องการจะหา และเมินเว็บไซต์ของคุณไปในที่สุด

และที่สำคัญ อย่าลืมว่าตัวอักษรที่ใช้จะต้องอ่านง่าย การใช้ตัวอักษรที่รูปทรงดูหวือหวาไม่ได้ตอบโจทย์เสมอไป โอเคมันอาจจะสวย แต่จุดประสงค์ของคนอ่านคืออยากอ่านหรืออยากดูตัวอักษรที่สวยล่ะ

3. Write for audience

ภาพจาก digitaloptima

อย่าเขียนให้ตัวเอง แต่ต้องระลึกอยู่เสมอว่าเราเขียนเพื่อกลุ่มเป้าหมายของเรา ลองเปรียบเทียบคำว่า เราคือใคร กับ เราทำอะไรให้คุณได้ เพราะกลุ่มเป้าหมายต้องการให้คุณแก้ปัญหาบางอย่างนั้นให้กับเขา

ถ้ายังไม่เห็นภาพ มาลองดูตัวอย่างกันสักนิด

เราเป็นที่หนึ่งในด้าน Growth hacking ของประเทศไทย มีประสบการณ์ในด้านนี้มาอย่างยาวนาน …..

Growth hacking คือ วิธีที่จะทำให้คุณสามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดกับเอเจนซี่ด้าน Growth hacking ที่แรกของเมืองไทย …..

4. Photos are the rooms to breathe

เว็บไซต์ที่มีแต่ตัวหนังสือ จะเต็มไปด้วยข้อมูล แต่คุณรู้อะไรไหม เว็บไซต์แบบนี้คือเว็บไซต์ที่น่าเบื่อมากที่สุด ลองคิดดูสิ ถ้าคุณต้องมานั่งเลื่อนผ่านตัวหนังสือยาวกว่าหางว่าว รูปภาพ (รูปถ่าย อินโฟกราฟิค ฯลฯ) จะช่วยให้คนอ่านได้พักสายตา และพร้อมที่อ่านจะต่อ

แต่ควรระวังการใช้รูปที่เข้ากับเนื้อหา หรือ การใช้รูปที่เยอะเกินไป เพราะจะทำให้เกิดความสับสนได้เหมือนกัน

5. Let content lead the design

ก่อนที่กลุ่มเป้าหมายจะรู้จักคุณผ่านเว็บไซต์ คุณจะต้องรู้อย่างชัดเจนก่อนว่า คุณเป็นยังไง มีสไตล์แบบไหน นำเสนอคอนเทนต์แบบไหน กลุ่มลูกค้าของคุณคือใคร เป็นยังไง แล้วปล่อยสไตล์คุณออกมาในการดีไซน์เว็บไซต์ให้เป็นไปในทางเดียวกัน

การออกแบบเว็บไซต์ คุณต้องมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนว่า เว็บไซต์ของคุณมีไว้เพื่อกลุ่มเป้าหมายไหน เพื่อทำอะไร เพื่อให้ความรู้ เพื่อสร้างคอมมูนิตี้ เพื่อขายสินค้า และคุณต้องรู้ว่า กว่าผู้เข้าชมเว็บฯจะไปถึงจุดหมายของคุณ เขาต้องผ่านกระบวนการอะไรบ้าง

การทำเว็บไซต์เพื่อโปรโมทสินค้า คุณต้องรู้การเดินทางของเขาบนเว็บของคุณจะเป็นยังไง วิธีการซื้อของเขาเริ่มยังไง

ซึ่งสิ่งเหล่านี้คุณจะต้องออกแบบเว็บไซต์ของคุณให้เขาสามารถท่องผ่านคอนเทนต์พวกนี้ได้โดยไม่ติดขัด และทำให้คุณสามารถเปลี่ยนผู้ชมเป็นผู้ซื้อได้ด้วยดีไซน์ที่คุณออกแบบให้เขา

6. Meeting the expectations of the mobile users

ภาพจาก penningtocreative

ตอนนี้เราอยู่ในยุคที่เป็น multi-screen การอ่านเว็บไซต์ เราไม่ได้อ่านผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างเดียว กลับกัน เราอ่านเว็บไซต์เหล่านี้ผ่านโทรศัพท์หรือแท็ปเล็ตมากกว่าเสียอีก 

ชีวิตที่เร่งรีบ การเข้าถึงเว็บไซต์ผ่านแพลตฟอร์มเหล่านี้จึงง่ายกว่ากันมาก ไม่เกะกะ เราสามารถอ่านได้ทุกที่ ทุกเวลา ที่มีอินเทอร์เน็ต หน้าเว็บฯผ่านจอของแพลตฟอร์มอื่นจึงส่งผลต่อความอยากใช้ของกลุ่มเป้าหมายด้วย

เช่น เว็บไซต์ถูกทำออกมาโดยที่มีตัวอักษรขนาดเล็ก ไซต์เป็นสีเหลี่ยมแนวนอนตามรูปร่างของจอคอมพิวเตอร์ เมื่อมาอยู่หน้าจอเล็ก ๆ อย่างโทรศัพท์มันเล็กลงมาก อ่านยากไปก็ไม่น่าอ่าน คนออกแบบเว็บไซต์จึงต้องทำการบ้านเรื่องนี้ให้ดีว่าเว็บฯจะหน้าตาเป็นยังไงเมื่ออยู่บนแพลตฟอร์มอื่น

7. Be friendly and funny

เว็บไซต์ที่ดูเป็นมิตร จากออกแบบที่ลงตัว นุ่มนวล มีการเขียนคอนเทนต์ รวมถึงการโต้ตอบที่สนุกสนาน (มากน้อยขึ้นอยู่กับว่าวางตัวตนของแบรนด์ไว้แบบไหน) ทำให้คนสนใจ อยากเข้ามาอ่าน อยากเข้ามาพูดคุยกับแบรนด์ของคุณ

ในจุดนี้มันจะช่วยสร้างคอมมูนิตี้ให้เกิดขึ้นบนเว็บไซต์ของคุณ เป็นสังคมเล็ก ๆ ที่จะขยายใหญ่ขึ้น เพิ่มคนที่คอมเมนท์คุยบนเว็บไซต์ ตอบโต้กัน ทำให้เว็บฯของคุณมีชีวิตชีวาและไม่น่าเบื่อ

สรุป

รูปร่างหน้าตาของเว็บไซต์นั้นถูกออกแบบให้ต่างกันออกไปตามจุดประสงค์การของแบรนด์ว่า ต้องการมีเว็บฯนี้ไปเพื่อทำอะไร ดังนั้นแล้วจุดประสงค์จึงเป็นอย่างแรกที่ Web designer ควรยึดไว้เป็นและออกแบบมันออกมาโดยคำนึงถึงความเป็นมิตรต่อผู้เข้าชมเว็บฯ และการเดินทางบนเว็บไซต์ของคนที่เข้ามา ว่าเขาจะมีวิธีการแบบไหนเพื่อเดินทางไปให้ถึงจุดประสงค์ของเว็บฯ เหมือนที่ได้พูดไปในข้อ 5 ว่าถ้าจุดประสงค์คือการขาย เขาจะต้องเจออะไรบ้างจนกว่าจะไปถึงหน้ากดซื้อ เป็นเป้ามหายที่แบรนด์จะต้องออกแบบให้เขาไปถึงจุดที่เราต้องการได้

อ่านจนถึงตรงนี้ เชื่อว่า 7 วิธีที่ได้กล่าวมาจะเป็นคำตอบที่เป็นประโยชน์ให้กับคุณ 🙂

“Design is not just what it looks like and feels like. Design is how it works.”

– Steve Jobs

แหล่งอ้างอิง: sitebuilderreportam2bmarketingaddthismonitorbacklinks 

เกี่ยวกับนักเขียน

Rachkorn u.

(try my best to be) content marketing writer

Part time student, full time self-developer
มั่นใจในศักยภาพมนุษย์ที่จะพัฒนาขึ้นได้เรื่อย ๆ ขี้กลัวและชอบเอาชนะ(ใจตัวเอง)ไปพร้อม ๆ กัน
กำลังตื่นเต้นกับ Growth Hacking

The Growth Master คือสื่อด้านการตลาดด้าน Growth Hacking เราอยากช่วยให้ผู้ประกอบการ นักการตลาด นักพัฒนา และดีไซน์เนอร์ได้นำศาสตร์นี้ไปประยุกต์ใช้จริง

  •  
    146
    Shares
  • 146
  •  
  •