Stage 5 : Scaling Like A Rockstar

5 สิ่งที่นักการตลาดสาย Blockchain ควรรู้ในปี 2022

5 สิ่งที่นักการตลาดสาย Blockchain ควรรู้ในปี 2022
Light
Dark
Cartoon Tanaporn
Cartoon Tanaporn

มนุษย์เป็ดเขียนคอนเทนต์ ชอบเขียนมากกว่าพูด เสพติดการมองพระจันทร์เป็นชีวิตจิตใจ และหลงใหลในช่วงเวลา Magic Hour ของทุกวัน

นักเขียน

หากคุณมอง Blockchain เป็นเพียงเรื่องเกี่ยวกับการเงินการลงทุนเท่าใน Cryptocurrency อย่าง Bitcoin, Ethereum หรืออื่น ๆ ตอนนี้คุณอาจพลาดโอกาสในการทำธุรกิจไปแล้วก็ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณเป็น ‘นักการตลาด’ ที่ต้องการพาให้ธุรกิจเติบโตขึ้นไปอีก 

เพราะ Blockchain ในปัจจุบันไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่เรื่องของการเงินเท่านั้น แต่ไม่ว่าคุณจะเป็นนักการตลาดที่อยู่ในอุตสาหกรรมไหน ก็สามารถนำธุรกิจเข้าไปสู่วงการ Blockchain ได้ทั้งนั้น เพราะ Blockchain จะเข้ามาสร้างโอกาสให้กับนักการตลาดมากมายมหาศาล อย่างที่เรามักเห็นกันบ่อยครั้งในธุรกิจเกม ออกกำลังกาย หรือแม้แต่อสังหาริมทรัพย์เอง Blockchain ก็ล้วนเข้าไปมีส่วนหนึ่งแล้วทั้งสิ้น

ในวันนี้ The Growth Master เลยอยากจะมาแนะนำ 5 สิ่งที่นักการตลาดสาย Blockchain ควรรู้ในปี 2022 เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมพาให้ธุรกิจของคุณ To The Moon ไปพร้อมกันในปีนี้ จะมีอะไรกันบ้าง ไปดูกันได้เลย

ไม่พลาดทุกข้อมูลที่ช่วยให้ธุรกิจคุณเติบโตได้เร็วยิ่งขึ้น

ติดตามได้หลากหลายช่องทางที่คุณสะดวก ไม่ว่าจะเป็น e-mail, line หรือ youtube
Subscribe

การตลาด Blockchain คืออะไร? 

Blockchain is forming a direct data exchange between consumers and brands like never before.

การตลาด Blockchain คือ สิ่งที่จะเข้ามาทำให้วงการการตลาดและโฆษณามีลักษณะและการทำงานรูปแบบใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด โดยตอนนี้ผู้ประกอบการธุรกิจทุกคนอาจจะตระหนักได้แล้วว่า Blockchain เป็นมากกว่าแค่เรื่องของการลงทุนใน Cryptocurrency เพียงอย่างเดียว

เพราะสำหรับการทำธุรกิจและการโฆษณา บนเทคโนโลยี Blockchain ผู้บริโภคจะเป็นเจ้าของและเลือกได้ว่าจะขายข้อมูลของตัวเองให้กับนักการตลาดหรือผู้โฆษณาโดยตรงหรือไม่ โดยที่ไม่ต้องผ่านตัวกลางอย่างบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ ๆ ระดับโลกที่มีข้อมูลของผู้ใช้งานจำนวนมหาศาลอยู่ในมือ เช่น Google หรือ Facebook 

อย่างที่รู้กันดีว่า ปัจจุบันบริษัทที่ยกตัวอย่างไป 2 บริษัทนี้นับว่ามีอิทธิพลต่อวงการการทำโฆษณาของธุรกิจเป็นอย่างมาก ซึ่งเราจะเรียกว่า “ตัวกลาง” ที่ทำให้ธุรกิจเชื่อมเข้าหาผู้บริโภคได้อย่างง่ายดายมากขึ้น

ภาพจาก builtin

ซึ่งการเข้ามาของ Blockchain จะทำให้ทั้งผู้บริโภคและนักการตลาดสามารถหลีกเลี่ยงแพลตฟอร์มเหล่านั้นได้ เพราะตัวกลางที่กล่าวไปมักจะเข้ามาควบคุมข้อมูลหรือการทำธุรกรรมต่าง ๆ ของธุรกิจ ซึ่งบ่อยครั้งธุรกิจไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลเหล่านั้นได้ ไม่รู้ว่าเงินที่เสียไปกับการทำโฆษณาในแต่ละครั้ง เป็นข้อมูลที่มาจากตัวผู้บริโภคจริงหรือไม่

แต่ข้อมูลของผู้บริโภคที่อยู่บนเทคโนโลยี Blockchain จะมีความโปร่งใส แม่นยำ มีความน่าเชื่อถือ นักการตลาดสามารถตรวจสอบได้ นับเป็นข้อมูลที่มีคุณภาพมากกว่าแบบเดิม ทำให้เรามีความสามารถในการใช้ข้อมูลของผู้บริโภคดีมากกว่าเดิมยิ่งขึ้นแน่นอน

ดังนั้นแล้ว ถ้าหากธุรกิจหรือนักการตลาดคนใดที่รู้จัก Blockchain และสามารถนำมาปรับใช้กับการทำธุรกิจได้ ก็จะถือว่าเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้ก่อนใคร

5 สิ่งที่นักการตลาดสาย Blockchain ควรรู้ในปี 2022

ตอนนี้ความท้าทายสำหรับนักการตลาดทุกคน คือ จะต้องตามเทรนด์และเทคโนโลยีในปัจจุบันให้ทัน และเทคโนโลยี Blockchain ก็เป็นอีกหนึ่งความท้าทายนั้น เราไปดูกันต่อเลยว่า 5 สิ่งที่นักการตลาดสาย Blockchain ควรรู้ในปี 2022 จะมีอะไรบ้าง?

โมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ กระตุ้นให้ลูกค้ามีส่วนร่วมกับแบรนด์มากขึ้น

เคยไหมที่ทำแคมเปญการตลาด เพื่อหวังอยากให้ลูกค้าเข้ามามีส่วนร่วมเยอะ ๆ แต่ผลลัพธ์ที่ออกมากลับไม่เป็นแบบที่คิดไว้?

การทำการตลาดแบบเดิม ๆ อาจไม่ได้สร้างความน่าตื่นเต้นให้กับลูกค้าของเราอีกต่อไป Blockchain จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เข้ามาทำให้ธุรกิจสามารถสร้างโมเดลในรูปแบบใหม่ บนโลกของ Blockchain ที่สร้างความแตกต่างให้กับธุรกิจของคุณจากธุรกิจอื่น ๆ ได้

ยกตัวอย่างเช่น Cryptibles โทเค็นดิจิทัลบน Ethereum Blockchain ที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าอยากมีส่วนร่วมกับแบรนด์ รวมถึงกระตุ้นการซื้อขายสินค้าจากลูกค้าโดยเฉพาะ (Cryptibles มักจะถูกใช้กับธุรกิจ Mobile Games หรือ Influencer ที่ต้องการสร้างความแตกต่างและความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ความเป็นหนึ่งเดียว ให้กับผู้ใช้หรือผู้ติดตาม)

โดยที่ ​Cryptibles จะให้ทีมการตลาดของคุณได้ร่วมกันออกแบบ Digital Currency, ของสะสมดิจิทัล, โทเค็นที่เป็นแบบ Interactive หรือโทเค็นที่เพิ่มให้ผู้บริโภคอยากมีส่วนร่วม หรือจูงใจให้พวกเขาซื้อสินค้าของแบรนด์เพิ่มเติม เพื่อได้รับโทเค็นเป็นการตอบแทน สำหรับโทเค็นนี้ลูกค้าก็สามารถสะสมเพื่อไปแลกรับของรางวัลที่ไม่เหมือนใครได้

 ซึ่งของสะสมหรือโทเค็นนั้น ก็สามารถนำไปเก็บสะสม, Trade หรือแบ่งปันให้กับเพื่อนหรือแฟนคลับต่อไปได้อีกด้วย ดังนั้นการลองทำแคมเปญการตลาดใหม่ ๆ โดยใช้ Blockchain เข้ามาเป็นอีกทางเลือกหนึ่งก็ถือว่าเป็นการสร้างความดึงดูดรูปแบบใหม่ให้กับลูกค้าได้เช่นกัน

ภาพจาก builtin

สามารถซื้อพื้นที่โฆษณาได้โดยไม่ผ่านตัวกลาง

ปัจจุบันในฐานะที่เราเป็นนักการตลาด สิ่งแรก ๆ ที่เราต้องรู้ คือ แพลตฟอร์มที่เราจะไปซื้อพื้นที่โฆษณานั้น เป็นเว็บไซต์ที่มีคุณภาพ มีความน่าเชื่อถือจริง และมีกลุ่มเป้าหมายที่ธุรกิจเราสนใจอยู่หรือไม่ 

ซึ่งถ้าหากเว็บไซต์นั้นเป็นเว็บไซต์ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน มีกลุ่มเป้าหมายที่เราตามหา และมีความน่าเชื่อถืออย่างที่เราบอกไป เช่น Google นั่นหมายถึงว่าเราก็ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้กับเว็บไซต์นั้น เพื่อดำเนินการลงโฆษณา

แต่บนระบบ Blockchain เราไม่จำเป็นต้องพึ่งพาตัวกลางหรือเครือข่ายโฆษณา (Ad Network) อย่าง Google หรือ Facebook เพื่อลงโฆษณาเลย เพราะธุรกิจสามารถลงโฆษณาบนเว็บไซต์ไหน ๆ ก็ได้ โดยใช้ Smart Contract บน Blockchain เข้ามาช่วยรับประกันความปลอดภัยและถูกต้องของสัญญาที่ตกลงกันไว้

ภาพจาก bitclave

ยกตัวอย่างเช่น Bitclave แพลตฟอร์มที่ใช้ Smart Contract เข้ามาเชื่อมธุรกิจกับผู้บริโภคเข้าด้วยกัน ซึ่งผู้บริโภคสามารถเลือกได้ว่าจะรับข้อเสนอในการแบ่งปันข้อมูลส่วนตัวให้กับธุรกิจหรือไม่ เช่น ความสนใจ, ความชอบ หรือความรู้สึกหลังจากดูโฆษณาของแบรนด์ เพื่อแลกกับรางวัลตอบแทน ซึ่งการทำแบบนี้แบรนด์ก็จะได้รับข้อมูลที่ถูกต้องจากผู้บริโภคโดยตรง

นั่นทำให้แบรนด์สามารถนำข้อมูลเหล่านั้นไปคิด วิเคราะห์ และประยุกต์ใช้เพิ่มเติม เพื่อทำการลงโฆษณาครั้งต่อไปได้อย่างตรงกลุ่มเป้าหมายจากข้อมูลที่ได้รับมา ยิ่งไปกว่านั้น แบรนด์ก็สามารถตรวจสอบได้อีกว่า ผู้ที่เข้ามาดูโฆษณานั้นเป็นกลุ่มคนที่ตรงกับหลักเกณฑ์ที่เราตั้งไว้หรือไม่ ซึ่งไม่จำเป็นต้องทำผ่านตัวกลางอย่าง Google เลย แต่ทำได้บนทุกเว็บไซต์บนระบบ Blockchain

ภาพจาก partners

หลีกเลี่ยงการฉ้อโกงค่าโฆษณา (Ad Fraud) 

ปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นโซเชียลมีเดียหรือเว็บไซต์ไหน ๆ ก็อาจมีการฉ้อโกงค่าโฆษณาเกิดขึ้นได้ เช่น การที่เว็บไซต์ที่ให้บริการลงโฆษณาใช้บอทเพื่อปั่นยอดวิว แล้วเรียกเก็บค่าโฆษณาจากบริษัทเจ้าของโฆษณาเกินจริง เพราะการที่เพจหรือ Account มีจำนวนผู้ติดตาม หรือจำนวน Engagement จากโฆษณาเยอะ ก็สามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กลุ่มเป้าหมายมาซื้อสินค้าของธุรกิจนั้นได้อีกทางหนึ่ง

ถ้าลองยกตัวอย่างจากการที่ปัจจุบัน มีซอฟต์แวร์ซื้อขายโฆษณาอย่าง Programmatic หรือการลงโฆษณาออนไลน์แบบ Banner Display กับสื่อต่าง ๆ ผ่านโปรแกรมอัตโนมัติ ซึ่งข้อดีของการใช้ Programmatic จะทำให้นักทำโฆษณาได้ราคาพื้นที่สื่อที่สมเหตุสมผล และสามารถเลือกให้โฆษณาไปปรากฏต่อหน้ากลุ่มเป้าหมายที่ต้องการได้ (ซึ่งต่างจากการโฆษณาแบบเก่าที่ Fix พื้นที่แบบตายตัวมาให้เลย ซึ่งผู้ลงโฆษณาไม่มีสิทธิ์เลือกว่าจะให้โฆษณาไปอยู่ตรงไหนของเว็บไซต์)

ภาพจาก businessofapps

แต่การซื้อโฆษณาผ่าน Programmatic ที่ดูเหมือนว่าจะเป็นข้อดี กลับมีข้อเสียเช่นกัน เพราะก็มีการโกงโฆษณาจากบอทแฝงมาด้วย ถ้าเทียบกับการซื้อขายโฆษณาทั้งหมดในธุรกิจโฆษณา โดยมีผลการสำรวจออกมาแล้วว่า 39% ของ Traffic ที่มาจากการโฆษณากับ Programmatic มาจาก Bad Bot ในขณะที่ 25% มาจาก Good Bot ส่วนอีก 36% นั้นเป็นตัวเลขที่มาจากการคลิกของคนจริง ๆ 

*Good Bot = บอทที่เป็นประโยชน์กับเว็บไซต์ เช่น Search Engine Bots ที่ช่วยค้นหาบน www. เพื่อหาคอนเทนต์ที่จะมาช่วยปรับปรุงผลลัพธ์บน Search Engine ให้ดีขึ้น อย่าง Googlebot 

**ส่วน Bad Bot = บอทที่มีเจตนาไม่ดีต่อเว็บไซต์ของเรา เช่น บอทที่เข้ามาปั่นยอดวิว เพื่อปลอมเป็น Traffic บนเว็บไซต์ ทำให้ค่าโฆษณาของเราแพงขึ้น

Blockchain จึงเข้ามาทำให้ปัญหา Ad Fraud หมดไป…

ตัวอย่างหนึ่งจาก AdEx (หรือ Re-branding ใหม่ในชื่อว่า Ambire) เครือข่ายโฆษณาแบบกระจายอำนาจ ได้สร้างแพลตฟอร์มบน Blockchain ที่เป็นพื้นที่ระหว่างเจ้าของพื้นที่โฆษณา นักโฆษณา และผู้ชมได้ใช้พื้นที่นั้นเพื่อเข้าถึงโฆษณา โดยที่นักโฆษณาที่ชนะการประมูลพื้นที่ก็นำโฆษณาไปแสดงบนพื้นที่นั้น ๆ และเจ้าของพื้นที่ก็นำโฆษณามาแสดงให้ผู้ชมดู 

ซึ่งสิ่งที่สำคัญของการทำโฆษณาบนเทคโนโลยี Blockchain คือ ผู้ชมโฆษณาจะมี ID เป็นของตัวเอง ถ้าหากพวกเขามาดูหรือคลิกโฆษณา เจ้าของพื้นที่ก็จะนำตัวเลขข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ยืนยันกับเจ้าของโฆษณาได้ด้วยว่าคนดูเข้ามาดูหรือคลิกด้วยตัวพวกเขาเองจริง ไม่ใช่บอทจากแพลตฟอร์มนั้น

ปัญหา Ad Fraud จากบอทของแพลตฟอร์มนั้นจึงหมดไป นักการตลาดที่ต้องทำโฆษณาบ่อย ๆ จึงไม่ต้องกังวลเลยว่าจะเผชิญปัญหาถูกโกงค่าโฆษณา ทำให้ทุกฝ่ายมั่นใจได้ว่าจะได้เห็นประสิทธิภาพและผลตอบแทนจริง ๆ จากโฆษณานั้นอย่างแน่นอน

ตัวเลือกในระบบ Payment จะมีความหลากหลายมากขึ้น

Blockchain ทำให้ระบบ Payment มีความหลากหลายกว่าเดิม เพราะในอนาคตอันใกล้นี้ คาดว่าโลกของเราอาจจะเข้าสู่ยุคของสังคมไร้เงินสดมากขึ้น ดังนั้นยิ่งธุรกิจมีตัวเลือกในการชำระเงินเยอะ ทำให้ลูกค้าก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินสด หรือชำระเงินด้วยบัตรเครดิตอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว 

อย่างที่รู้กันว่า Blockchain มีความเกี่ยวข้องกับ Cryptocurrency โดยตรง ซึ่งเราจะเห็นได้จากการที่มีสกุลเงินดิจิทัลมากมาย เช่น Bitcoin (BTC), Ethereum (ETH), Cardano (ADA), Polkadot (DOT) และอื่น ๆ อีกมากมายให้เลือกใช้

ปัจจุบันหลายธุรกิจทั่วโลกก็เริ่มยอมรับการจ่ายเงินด้วย Cryptocurrency กันมากขึ้นแล้ว ซึ่งจากรายงานของเว็บไซต์ Ceifx บอกว่า มีบริษัทมากกว่า 15,000 แห่งทั่วโลก เช่น Overstock, Microsoft, AT&T และ Wikipedia มีการยอมรับ Bitcoin เข้ามาเป็นหนึ่งในระบบ Payment ของบริษัทแล้ว

เช่นเดียวกันกับในประเทศไทยของเราเอง บางบริษัทอสังหาริมทรัพย์ก็ได้เปิดโอกาสให้ใครก็ตามที่สนใจซื้อคอนโดหรือบ้าน สามารถจ่ายเงินด้วย Cryptocurrency อย่าง Bitcoin ได้แล้ว นี่ก็ถือว่าเป็นการเปิดโอกาสให้กับลูกค้าได้มีตัวเลือกในการชำระเงินมากขึ้นนั่นเอง

*เมื่อเดือนมกราคม 2022 ที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงาน ก.ล.ต. และกระทรวงการคลัง ได้ร่วมกันประกาศว่าไม่อนุญาตให้ใช้คริปโทเคอร์เรนซีในการชำระค่าสินค้าในประเทศไทยแล้ว ซึ่งนี่ก็เป็นการตัดสินใจที่หลายฝ่ายไม่เห็นด้วยเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ทั้ง 3 หน่วยงานก็ได้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั่วไปถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่หลังจากที่รับฟังความคิดเห็นไปแล้ว ผลจะออกมาเป็นอย่างไรก็ต้องมาติดตามกันต่อไป

ภาพจาก sansiri

นอกจากนั้น Blockchain มีความโปร่งใส ไม่ว่าใครก็สามารถตรวจสอบข้อมูลทุกอย่างได้อย่างง่ายดาย ซึ่งปัญหาการโกงนั้นเกิดขึ้นได้ยากมาก ทำให้ธุรกิจไม่จะเป็นต้องกังวลในระบบ Payment เลยว่าจะเจอปัญหาเช็คปลอม เช็คเด้ง บัตรเครดิตเสีย หรือปัญหาการปฏิเสธการชำระเงินอื่น ๆ หรือไม่ และที่สำคัญ ธุรกิจก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้กับตัวกลาง เช่น ธนาคาร ในแต่ละปีหรือในแต่ละธุรกรรมอีกด้วย

ดังนั้น การนำ Blockchain มาใช้ อาจเรียกได้ว่าเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดสำหรับธุรกิจอีกวิธีหนึ่ง เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดในอนาคต ช่วยสร้างความได้เปรียบและความเชื่อมั่นให้กับธุรกิจของคุณได้มากกว่าบริษัทอื่น ๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกันได้

ภาพจาก coindesk

บริษัทขนาดเล็กจะเรียกความไว้ใจจากลูกค้าได้ง่ายขึ้น

ถ้าหากคุณเป็นนักการตลาดในสตาร์ทอัปที่เพิ่งก่อตั้งมาได้ไม่นาน และมีน้อยคนที่รู้จัก หลายคนจะรู้กันดีว่ากว่าที่จะสร้างแคมเปญหรือวางกลยุทธ์ให้ธุรกิจของคุณโดดเด่นและสร้างความไว้ใจให้กับลูกค้าในอุตสาหกรรมนั้น ๆ อาจเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าคุณทำธุรกิจในอุตสาหกรรมที่มีผู้เล่นยักษ์ใหญ่ที่มีฐานลูกค้าจำนวนมากอยู่แล้ว การที่จะสร้างความไว้วางใจ ทำให้พวกเขาหันมาเชื่อถือ และกลายเป็นลูกค้าของธุรกิจอาจเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากในช่วงแรก

แต่ด้วยระบบ Blockchain ไม่ว่าคุณจะเป็นธุรกิจสตาร์ทอัปที่เพิ่งก่อตั้ง หรือเป็นธุรกิจขนาดเล็ก ก็สามารถสร้างความไว้ใจได้อย่างรวดเร็ว เพราะระบบ Blockchain มีความโปร่งใส และมีความแม่นยำของข้อมูลเป็นอย่างมาก ไม่ว่าใครก็เข้ามาพิสูจน์ได้ว่า ผลิตภัณฑ์ที่คุณทำคืออะไร มาจากไหน สามารถเห็นทุกขั้นตอนการพัฒนา พวกเขาก็จะมีความกล้าซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการของธุรกิจคุณด้วยความเต็มใจมากกว่าคู่แข่งรายอื่น

สรุปทั้งหมด

Blockchain ถือว่าเป็นเทรนด์และเทคโนโลยีใหม่ที่นักการตลาดอย่างคุณจะต้องตามให้ทัน เพราะในอนาคตอันใกล้นี้ เราเชื่อว่าธุรกิจทั่วโลกจะต้องนำ Blockchain เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจอย่างแน่นอน และ Blockchain จะช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถเอาชนะบริษัทใหญ่ ๆ, ช่วยลดต้นทุน, เพิ่มความโปร่งใส, สามารถตรวจสอบได้ และเรียกความน่าเชื่อถือจากลูกค้าได้อีกด้วย

หากนักการตลาดลองเปิดใจรับนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาใช้ในการทำธุรกิจ บริษัทของคุณก็จะกลายเป็นทีมที่ล้ำสมัยกว่าบริษัทอื่น ๆ ซึ่งจะนำไปสู่การทำกำไรให้ธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ (เริ่มก่อนก็มีโอกาสมากกว่านั่นเอง)


Source: commpro, igpr, ama, aqilliz, medium, cmswire, marketingoops, datadome, anura



ไม่พลาดทุกข้อมูลที่ช่วยให้ธุรกิจคุณเติบโตได้เร็วยิ่งขึ้น

ติดตามได้หลากหลายช่องทางที่คุณสะดวก ไม่ว่าจะเป็น e-mail, line หรือ youtube
Subscribe