Articles
Light
Dark
Light
Dark

Instagram Growth Strategy : ตัวอย่างกลยุทธ์การเพิ่มยอด Followers บน Instagram

Stage 2 : Not Enough Traffic
Instagram Growth Strategy : ตัวอย่างกลยุทธ์การเพิ่มยอด Followers บน Instagram
RATTANAWADEE M.

Part-time marketer, Full-time learner อยากเห็นผู้ประกอบการไทย มีความรู้ ความเข้าใจด้านการตลาด และเติบโตอย่างยั่งยืน

นักเขียน
RATTANAWADEE M.
RATTANAWADEE M.

Part-time marketer, Full-time learner อยากเห็นผู้ประกอบการไทย มีความรู้ ความเข้าใจด้านการตลาด และเติบโตอย่างยั่งยืน

นักเขียน

เลือกอ่านตามหัวข้อ

ในหนึ่งวันมีรูปภาพและวีดีโอที่ถูกอัพโหลดขึ้นบน Instagram กว่า 95 ล้านคอนเทนต์ทั่วโลก แน่นอนว่าหากมองในมุมมองโอกาสทางธุรกิจก็ถือว่าเป็นแหล่งที่น่าสนใจ เพราะมีปลาชุกชุม มี Potential Customer ของคุณอยู่มาก

แต่คำถามต่อมาคือ... แล้วทำอย่างไรคอนเทนต์ของคุณถึงจะกลายเป็นคอนเทนต์คุณภาพที่จะไม่ถูกกลืนหายไปในกลีบเมฆของกลุ่มคอนเทนต์ 95 ล้านคอนเทนต์เหล่านั้น

การสร้าง engagement ให้กับกลุ่มผู้ใช้งาน Instagram ไม่ว่าจะเป็นการเรียกยอดไลค์ แชร์ คอมเมนต์ เซฟรูป ส่งรูปภาพ คลิ้กลิงค์น bio ก็ถือเป็นการ interact ที่มีประโยชน์อย่างมากแล้ว แต่ทว่าพวกเขายังไม่ได้กด Follow แอคเคาท์ของคุณ ก็อาจทำให้กลุ่มคนที่มา Interact กับแบรนด์ของคุณหลุดหายไปในที่สุด

ดังนั้นแล้วเรื่องนี้ถือเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งของเจ้าของธุรกิจอย่างมาก ในการที่ธุรกิจจะทำการ Target Custom Audience เพื่อเปลี่ยนจาก Non-follower ให้กลายมาเป็น Follower ในเวลาต่อมา

วันนี้เราจะมาพูดถึงวิธีการและตัวอย่างกลยุทธ์ในการเพิ่มยอด Followers บน Instagram อย่างวัดผลได้กันค่ะ 

ตัวอย่างกลยุทธ์การเพิ่มยอด Followers บน Instagram

#1 สร้าง Engagement Custom Audience

โดยเป็นการกำหนดกลุ่มลูกค้าที่ Instagram ของธุรกิจคุณต้องการจะเข้าถึง สามารถเลือกขนาดของกลุ่มเป้าหมาย และ criteria อื่น ๆ ได้อีกด้วย เช่น การเลือกประเภทความสนใจ , ประวัติการเคย interact กับแอคเคาท์คุณ เป็นต้น

คุณสามารถทำการตั้งค่าต่าง ๆ เหล่านี้ผ่าน Dashboard ในหน้า Ads Manager 

และทำการเลือกแบบ Custom Audience


จากนั้นให้เลือกตั้งค่าแบบที่คุณต้องการ ตามตัวอย่างในภาพ 


นอกจากทำการตั้งค่าต่าง ๆ เหล่านี้แล้ว คุณอาจสร้างตาราง Excel แบบฉบับของคุณเองขึ้นมาเพื่อที่จะ Track Progress ของแอคเคาท์คุณได้ 

ตัวอย่างดังภาพด้านล่าง มีการติดตามยอด Follower รายสัปดาห์ และคิด Growth Rate เพื่อดูว่าการกำหนด custom Audience ของคุณมีประสิทธิผลมากแค่ไหน เพื่อทำการพัฒนาปรับปรุงให้ดีขึ้นต่อไปนั่นเองค่ะ 




#2 หา Hashtag ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ 

หลังจากทำการเลือกกลุ่ม Target ตามข้อด้านบนไปแล้วนั้น ก็ถึงเวลาที่จะ เลือก Hashtag ที่เหมาะกับธุรกิจของคุณกัน 

เริ่มต้นจากการเปิดแอพขึ้นมา และไปที่ปุ่ม Explore ในหน้า Instagram 


สมมติว่าแบรนด์ของคุณเป็น Digital Marketing Agency คุณอาจลองเสิร์ชหา Hashtag ประเภทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจคุณมากที่สุด เช่น #facebookads

โดยไปที่แถบค้นหาตรง Tags และเสิร์ชคำดังกล่าวไป 


จะเห็นได้ว่า เมื่อเสิร์ชไปหนึ่งคำ ก็จะมีแท็กที่เกี่ยวข้องตามมาด้วยเต็มไปหมด ทำให้เห็นว่ามีแฮชแท็กไหนอีกบ้างที่น่าสนใจ เพื่อที่จะนำมาใช้ได้เพิ่มเติมค่ะ

แต่เท่านี้ยังไม่พอ แม้ว่าจะมีแฮชแท็กมากมายที่คุณสามารถใช้ได้ แต่ก็ไม่ใช่ทุกแฮชแท็กที่จะมีผลดีเสมอไป 

เราจึงแนะนำให้คุณทำการวัดผลแฮชแท็กแต่ละตัวที่คุณสนใจ โดยทำเป็นตารางวัดผลขึ้นมา ดังภาพ 


คุณอาจพบว่ามีหลายแฮชแท็กที่คุณคิดว่า เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ และมีคนจำนวนมากเสิร์ชหาหรือใช้คำเหล่านี้ 

แต่นั่นอาจไม่ใช่แฮชแท็กที่คุณควรใช้เสมอไปค่ะ

แล้วทำไมจึงไม่ควรใช้แฮชแท็กเหล่านี้ ที่เหมือนจะดูดี ?

เราลองมาดูตัวอย่าง แท็ก #facebookads กัน เมื่อลองศึกษาดูดี ๆ จะพบว่าแท็กเหล่านี้มีผู้คนใช้เป็นจำนวนมาก แต่กลับเป็นคอนเทนต์ที่ ทำมาเพื่อเรียกไลค์ เรียกแชร์ เนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกับ Digital marketing เลยด้วยซ้ำไปในบางที และเป็นพวก spam ซะส่วนใหญ่ 

เมื่อคุณทำการศึกษาให้ดี จึงพบว่า แท็กดังกล่าวไม่น่าใช้เอาซะเลยค่ะ 

เพราะฉะนั้นแล้ว นอกจากจะดูเพียงจำนวนโพสต์ของแท็กนั้น ๆ แต่แนะนำให้ทุกคนเข้าไปดูคุณภาพของคอนเทนต์ในแท็กนั้นด้วย เพื่อคว้าโอกาสจากการใช้แฮชแท็กใน organic content ให้ได้ดีที่สุด 

#3 ลองนำโพสต์ของคนอื่นมาวิเคราะห์

ใช้เวลาในการวิเคราะห์อินสตาแกรมของแอคเคาท์แบรนด์อื่นดูว่าคอนเทนต์เหล่านั้นมีประสิทธิภาพหรือไม่ ทั้งในด้านของ engagement ต่าง ๆ, เนื้อหาในแต่ละโพสต์ ใช้แคปชั่นเป็นอย่างไร, มีการตั้ง bio และภาพรวมของแอคเคาท์แบรนด์เป็นอย่างไรบ้าง แล้วพวกแอคเคาท์เหล่านั้น มีผลตอบรับที่ดีหรือไม่ อย่างไร เพื่อคุณจะนำมาปรับใช้กับของคุณเอง เรื่องที่คุณอาจพิจารณาดูได้จากแอคเคาท์ของคนอื่น ๆ เช่น

Engagement Rate ของเขาดีหรือไม่ 

หากมีแอคเคาท์อยู่สองอัน อันแรกมีคน Follow 200,000 คน แต่กลับมียอดไลค์และคอมเมนต์ต่อโพสต์รวมกันประมาณ 500
ในขณะที่อีกแอคเคาท์มี 200 followers แต่มีคนไลค์และคอมเมนต์ 30 ครั้งต่อโพสต์
สิ่งนี้บอกอะไรเราได้บ้าง ?
กรณีบ่งบอกว่า แม้จะมียอด Follow มาก แต่หากคนที่มาติดตามแอคเคาท์ของคุณเหล่านั้นไม่ได้มี engagement กับแบรนด์คุณเลย ก็ย่อมไม่มีประโยชน์อะไรนั่นเอง เพราะสุดท้ายแล้วเราต้องการให้คนมาติดตาม เพื่อที่เค้าจะได้มีส่วนร่วมกับแบรนด์และวันหนึ่งจะหลายมาเป็นลูกค้าของเรา หรือจากลูกค้าก็จะเป็น Loyaty ต่อแบรนด์มากขึ้นนั่นเอง 

คุณภาพของคอนเทนต์ 

มาลองศึกษากรณีศึกษาคอนเทนต์สองชิ้นนี้กัน 

ภาพจาก socialmediaexaminer.com

จะเห็นได้ว่า ทั้ง 2 โพสต์นี้ เป็นคอนเทนต์ที่ถูกสร้างขึ้นมาในลักษณะคล้ายคลึงกัน คือเป็นโพสรูปภาพและมีแคปชั่นอธิบาย แต่กลับมีคน engage (ในที่นี้ดูได้จากยอดไลค์) ที่แตกต่างกันอย่างเห็นชัด 

มาวิเคราะห์กันว่าสาเหตุเกิดจากอะไร

รูปทางซ้าย : 

  • มี engagement ที่น้อยกว่ารูปทางขวามาก 
  • แคปชั่นที่ใช้เป็นประเภทการยัด Hashtag เข้ามาเยอะ ๆ เพื่อหวังว่าจะทำให้โพสต์นั้น Rank ขึ้นมาเป็นอันดับต้น 
  • เนื้อหาในคอนเทนต์นั้นไม่มีความเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวโยงกับ Audience เลย
  • หากเข้าไปดูตรงหน้า bio จะพบว่าไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับแอคเคาท์เอาไว้เลยว่า ทำอะไร เกี่ยวข้องกับอะไร ทำให้ที่กดเข้มาดูอาจงงได้ และกดออกไปในที่สุด

รูปทางขวา :

  • รูปภาพและเนื้อหาทั้งหมด เกี่ยวข้องกัน 
  • มีแคปชั่นอธิบายชัดเจน เป็นลักษณะการให้ความรู้กับผู้ติดตาม
  • เมื่อเข้าไปดูที่ Bio จะพบว่าได้ระบุไว้ชัดเจนว่า จุดประสงค์ของแอคเคาท์นี้มีไว้เพื่ออะไร เกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง เพื่อที่คนที่จะกดติดตามจะได้รู้ว่าพวกเขาเหมาะกับคอนเทนต์ในแอคเคาท์นี้หรือไม่ 

เคล็ดลับเพิ่มเติม 

เวลาที่คุณคอมเมนต์หรือสร้างบทสนทนากับกลุ่มแฟน ๆ รวมไปถึงการตั้งแคปชั่นต่าง ๆ นั้น ควรใส่ความเป็นมนุษย์ลงไปด้วย ความหมายก็คือ ทำให้คนที่มาอ่านรู้สึกว่า เขากำลังได้คุยกับใครสักคน มีการใส่อารมณ์และความรู้สึกลงไปในเนื้อหาด้วยนั่นเอง

ตัวอย่างเช่น 

  • การแชร์ประสบการณ์ส่วนตัว ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในโพสต์นั้น
  • ตั้งคำถามปลายเปิด เพื่อให้แฟน ๆ ที่ติดตาม Instagram ของคุณได้มีโอกาสเข้ามาตอบ มาแชร์กัน เป็นเหมือน community อันหนึ่ง 
  • ไม่ทำตัวเป็นguruรู้ทุกเรื่อง จนเกินไป เปิดโอกาสให้คนอื่นได้เข้ามามีส่วนร่วมและแสดงความคิดเห็นของพวกเขามากขึ้น 

สามวิธีนี้จะเป็นตัวช่วยให้คนอื่น ๆ อยากเข้ามามีส่วนร่วมและแชร์ประสบการณ์ พูดคุยกับแบรนด์ของคุณมากขึ้นอีกด้วยล่ะค่ะ

สรุป

เอาล่ะค่ะ และทั้งสามกลยุทธ์ที่ได้กล่าวไปข้างต้น ซึ่งได้แก่


#1 สร้าง Engagement Custom Audience
#2 หา Hashtag ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ
#3 ลองนำโพสต์ของคนอื่นมาวิเคราะห์


ถือเป็นสามกลยุทธ์ที่คุณสามารถนำไปลองปรับใช้ได้ทันที เพื่อช่วยสร้าง Engagement ที่ดี และเพิ่มฐาน Follower ให้กับ Instagram ของธุรกิจได้มากขึ้น และที่สำคัญคือต้องไม่ลืมที่จะวัดผล วัดประสิทธิภาพของกลยุทธ์ที่ทำเหล่านั้นกันด้วยนะคะ เพื่อที่คุณจะได้ไม่ลงแรงไปเปล่า ๆ 

แต่จะสามารถมีข้อมูลมา backup แล้วนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์เพื่อดูว่าอะไรที่ได้ผลดี และอะไรที่ควรปรับปรุงต่อ ๆ ไปให้ดีขึ้นนั่นเอง

หวังว่าทุก ๆ คนที่ติดตามจะได้นำข้อมูลดี ๆ เหล่านี้ไปลองปรับใช้กัน เพื่อประโยชน์ในการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืนกันนะคะ คอนเทนต์ต่อ ๆ ไปจะเป็นเกี่ยวกับอะไร รอติดตามกันได้เลยค่ะ 

แหล่งอ้างอิง : socialmediaexaminer.com



Subscribe