Articles
Light
Dark
Light
Dark

Lead Generation Hacks: 5 ตัวอย่างกลยุทธ์การเพิ่มรายชื่อว่าที่ลูกค้าอย่างรวดเร็ว

Stage 3 : Not Enough Sell & Users
Lead Generation Hacks: 5 ตัวอย่างกลยุทธ์การเพิ่มรายชื่อว่าที่ลูกค้าอย่างรวดเร็ว
PEA TANACHOTE

อดีตนักร้อง ที่ผันตัวมาเขียนคอนเทนต์ เชียร์ลิเวอร์พูล ชอบดู We Bare Bears นักเขียนคอนเทนต์ที่ใครๆ ก็ต้องการตัว (โดยเฉพาะตำรวจ)

นักเขียน
PEA TANACHOTE
PEA TANACHOTE

อดีตนักร้อง ที่ผันตัวมาเขียนคอนเทนต์ เชียร์ลิเวอร์พูล ชอบดู We Bare Bears นักเขียนคอนเทนต์ที่ใครๆ ก็ต้องการตัว (โดยเฉพาะตำรวจ)

นักเขียน

เลือกอ่านตามหัวข้อ

แน่นอนว่าจำนวนของคนที่เริ่มรู้จักกับธุรกิจของคุณ คุณก็จะสังเกตได้จากค่าวัดผลนี่แหละ อย่างเช่น Impression (การแสดงผล), Reach (การเข้าถึง), Traffic (คนที่เข้าเว็บไซต์) นั้นอาจจะไม่เพียงพอในการบ่งบอกว่าคุณจะสามารถสร้างรายได้หรือยอดขายให้กับธุรกิจของคุณได้หรือไม่ 

แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่าสิ่งที่กล่าวไปข้างต้นคือ จำนวนของ ‘Lead’ หรือ ‘ว่าที่ลูกค้า’ ที่จะเป็นคนที่แสดงพฤติกรรมบางอย่างที่บ่งบอกได้ว่าเค้านั้นสนใจในสินค้าหรือบริการของเรา พร้อมกับให้ข้อมูลบางอย่างเพื่อระบุตัวตนของพวกเขา ซึ่งถือว่าเป็นคนที่เข้าใกล้การปิดการขายของเรามากขึ้นแล้วนั่นเอง 

และเพื่อให้ได้ Lead เหล่านั้นมา เราจะต้องทำสิ่งที่เรียกว่า “Lead Generation” หรือการเก็บ Lead นั่นเอง ซึ่งในบทความนี้เราจะคุณไปเราจะพาคุณไปเรียนรู้ 5 ไอเดียกลยุทธ์การทำ Lead Generation เพื่อเพิ่มรายชื่อลูกค้าอย่างรวดเร็วกันครับ 

แต่ก่อนอื่นคุณต้องรู้จักความหมายของคำว่า “Lead Generation” ให้มากขึ้นก่อนครับ

Lead Generation คืออะไร ?

Lead Generation คือกระบวนการในการดึงดูดและเปลี่ยนคนทั่วไปให้กลายมาเป็นคนที่มีแนวโน้มที่จะเป็นลูกค้าของเราด้วยกลยุทธ์และวิธีทางด้านการตลาดต่างๆ ถ้าให้อธิบายง่ายๆ มันก็คือ กระบวนการสร้าง Lead นั่นเอง 

ความสำคัญของมันคือ ยิ่งเรามีกระบวนการทำ Lead Generation ที่ดีเท่าไหร่ เราก็จะได้ลิสต์รายชื่อของกลุ่มคนที่พร้อมสำหรับกับการขายของเรามากเท่านั้น 

โดยการทำ Lead Generation นั้นจะอยู่ในช่วง Stage ที่ 2 ของหลักการทำ Inbound Marketting นั่นคือขั้นของการ Convert หรือขั้นของการเปลี่ยนจากผู้เข้าชมให้กลายเป็นว่าที่ลูกค้า หลังจากเราได้ดึงดูดความสนใจจากเค้ามาได้แล้วใน Stage ที่ 1 (Attract) 

Inbound Marketing คือ
หลักการของ Inbound Marketing 

และจะเห็นได้ว่าการสร้าง Lead นั้นเป็น Stage ก่อนหน้า Close (การสร้างการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับว่าที่ลูกค้าเพื่อปิดการขาย) และ Delight (การสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าเพื่อการบอกต่อ) หมายความว่าจำนวนของ Lead ที่คุณได้มาจากการทำ Lead Generation ก็จะส่งผลต่อจำนวนว่าที่ลูกค้าที่จะเข้ากระบวนการใน Stage ที่ถัดๆไปด้วย

องค์ประกอบของกระบวนการทำ Lead Generation 

สำหรับในการเก็บ Lead นั้น จะมีองค์ประกอบหลักๆ ในการทำอยู่ 4 องค์ประกอบ 

1. Offer - ข้อเสนอพิเศษ 

สิ่งที่มีหน้าที่ดึงดูดกลุ่มเป้าหมายของเราเพื่อเข้าสู่กระบวนการเก็บ Lead ซึ่งข้อเสนอพิเศษเหล่านี้จะต้องเป็นสิ่งที่สามารถมอบคุณค่าให้กับกลุ่มเป้าหมายได้ ยกตัวอย่างเช่น E-book, Coupon ส่วนลด, Template, การเข้าใช้งานบริการฟรี, การรับสินค้าตัวอย่าง เป็นต้น 

โดยคุณสามารถนำข้อเสนอพิเศษนี้ไปเผยแพร่หรือโปรโมทไว้ในหลากหลายช่องทาง เช่น Social Media, Email หรือ Blog 

2. Call-to-Action - สิ่งที่กระตุ้นให้เกิดการกระทำ 

ข้อความหรือปุ่มที่ระบุการกระทำที่ชัดเจน เพื่อกระตุ้นกลุ่มเป้าหมายนั้นกระทำสิ่งที่คุณต้องการเพื่อรับข้อเสนอพิเศษนั้นๆ เช่น ข้อความเชิญชวนให้ดาวน์โหลด ข้อความเชิญชวนให้รับคูปอง ปุ่มสมัครสมาชิก หรือปุ่มดาวน์โหลด 

3. Landing Page - หน้าเพจเว็บไซต์

หน้าเพจเว็บไซต์ที่ให้คนเข้ามาด้วยจุดประสงค์บางอย่าง โดยมักจะเป็นการเชื่อมโยงกับข้อเสนอพิเศษ (เช่น หน้าดาวน์โหลด E-Book หรือหน้าลงทะเบียนสมัครใช้งานฟรี) ดังนั้นหน้าเพจนี้จึงจำเป็นที่จะต้องมีรายละเอียดของข้อเสนอนั้น และวิธีการการรับข้อเสนอเหล่านั้น 

4. Form - ฟอร์มสำหรับเก็บข้อมูล 

ฟอร์มสำหรับให้กลุ่มเป้าหมายของเรากรอกข้อมูลเพื่อแลกกับข้อเสนอพิเศษเหล่านั้น ทั้งนี้คุณจำเป็นต้องเลือกว่าในการรับข้อเสนอเหล่านั้นเค้าต้องให้ข้อมูลอะไรกับคุณบ้าง โดยเราควรเลือกขอข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนของเค้าได้อย่างชัดเจน 

ตัวอย่างกระบวนการ Lead Generation : กลุ่มเป้าหมายเราอาจจะเห็น Offer ของเราจากช่องทาง Facebook ซึ่งมี CTA เชิญชวนให้ดาวน์โหลด เค้าจึงคลิกเข้ามาที่ Landing Page เพื่ออ่านรายละเอียดของข้อเสนอนั้นก่อนที่จะกรอกข้อมูลผ่าน Form เพื่อรับข้อเสนอ 

หมายเหตุ : ในบางครั้งเราอาจไม่จำเป็นต้องสร้าง Landing Page สำหรับ Offer นั้นก็ได้ เช่น กรณีที่เราใช้ Lead Ads บน Facebook ที่กลุ่มเป้าหมายของเราสามารถกรอกข้อมูลและดำเนินการผ่าน Facebook ได้เลย หรือ กรณีที่เราใส่ Form และ CTA ไว้ในหน้า Blog เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายที่มาอ่านบทความสามารถดำเนินการรับ Offer ได้เลย 

นอกจากนี้แล้ว ปัจจุบันก็มีแพลตฟอร์มหลากหลายเจ้าที่มีฟีเจอร์ให้สามารถทำ Lead Generation ได้ด้วยหลากหลายวิธี ซึ่งนั่นก็จะทำให้องค์ประกอบของกระบวนการทำ Lead Generation ก็จะแตกต่างออกไปนั่นเอง 

Lead Generation Hacks: 5 ตัวอย่างกลยุทธ์การเพิ่มรายชื่อว่าที่ลูกค้าอย่างรวดเร็ว

ในหัวข้อนี้ The Growth Master จะขอพาคุณไปศึกษาถึง 5 ตัวอย่างกลยุทธ์ในการเพิ่มรายชื่อว่าที่ลูกค้าอย่างรวดเร็ว (Lead Generation Hacks) จะมีตัวอย่างอะไรที่คุณสามารถนำไปปรับใช้กับธุรกิจกันได้บ้าง ลองมาติดตามกันครับ

1. อนุญาตให้ผู้ใช้สามารถ Sign UP ได้ผ่าน Account ของ Third-Party Apps เช่น Google หรือ Facebook  

ทุกวันนี้เชื่อว่าผู้คนส่วนใหญ่จะมีบัญชีกับแอปฯ พื้นฐานกันหมดแล้ว เช่น อีเมล หรือโซเชียลมีเดียต่างๆ ซึ่งสำหรับแอปฯ หรือแพลตฟอร์มที่มีชื่อเสียงก็มีอย่างเช่น Facebook, Google,  Linkedin หรือ Twitter 

ซึ่งแทนที่ผู้ใช้นั้นจะต้องมากรอกข้อมูลใหม่เพื่อสมัครสมาชิกกับเรา เราสามารถเพิ่มตัวเลือกให้ผู้ใช้ในการสมัครสมาชิก (Sign Up) ด้วยบัญชีของแอปฯ ที่เค้าอาจจะมีอยู่แล้วได้เลย โดยมันสามารถช่วยกระตุ้นให้ผู้ใช้สมัครสมาชิกกับเรามากขึ้น ด้วยขั้นตอนที่สั้นลง 

Lead Generation คือ
https://uxdesign.cc/sign-me-up-8e9980efafb8

ทั้งนี้ เราเองก็สามารถเลือกได้ว่าต้องการเก็บข้อมูลใดบ้างจากผู้ใช้ (เช่น โปรไฟล์โดยรวม อีเมล หรือรายชื่อเพื่อนของผู้ใช้) โดยที่ข้อมูลเหล่านั้นจะอิงจาก Third-Party App ที่เรานำมาเพิ่มเป็นตัวเลือกให้ผู้ใช้ เช่น Facebook ที่จะมีชุดข้อมูลของผู้ใช้ให้เราขอ Request จากผู้ใช้ได้ประมาณ 50 รูปแบบ 

ดังนั้นวิธีนี้จึงเหมาะมากๆ สำหรับธุรกิจไหนที่เก็บ Lead ด้วยการให้ผู้คนมา Sign Up ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจที่มีแอปพลิเคชั่น หรือธุรกิจที่ให้บริการแพลตฟอร์มบนออนไลน์ 

2. คูปองสุดพิเศษ

คูปองเป็นหนึ่งข้อเสนอที่มักจะดึงดูดความสนใจจากผู้ใช้ได้ดีมาก (และมากขึ้นเรื่อยๆ) โดยอัตราการใช้คูปองผ่านมือถือทั่วโลกในปี 2019 มีการคาดการณ์ไว้ว่าอยู่ที่ราวๆ 1.05 พันล้านคนเลยทีเดียว เปรียบเทียบกับปี 2014 ที่มีอัตราการใช้คูปองผ่านมือถืออยู่ที่ราวๆ 560 ล้านคน 

ซึ่งจากงานวิจัยของ BI Norwegian Business School ก็ได้สรุปมาว่าคูปองนั้นเป็นสิ่งที่หนึ่งที่ทำให้คนนั้นรู้สึกยินดีที่จะจ่ายเงินเพื่ออะไรบางอย่างมากขึ้น แน่นอนว่าในมุมของการเก็บ Lead คูปองนั้นจะเป็นหนึ่งในข้อเสนอพิเศษที่ทำให้ลูกค้านั้นยินดีที่จะให้ข้อมูลกับคุณมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถเพิ่มโอกาสที่เราจะปิดการขายได้เร็วขึ้นอีกด้วย (หลังจากพวกเขาเห็นคุณค่าของสินค้าหรือบริการของคุณแล้ว) 

ตัวอย่างคอนเซปต์ของคูปองที่ถูกใช้บ่อยบนออนไลน์  : 

- คูปองส่วนลดแบบ Percentage-based

- คูปองส่วนลดแบบ Currency Value-based

- คูปองส่งฟรี

- คูปองแจกของขวัญ 

โดยเว็บไซต์นั้นมักจะใช้เป็นคอนเทนต์รูปแบบ Pop-up ที่จะแสดงระหว่างที่กลุ่มเป้าหมายเข้ามาใช้งานที่เว็บไซต์ 

Lead Generation คือ
(ตัวอย่างของ คูปองส่วนลดที่เชิญชวนให้คนสมัครสมาชิกและชอปปิ้งกับพวกเขา)

3. เริ่มการใช้เทคนิค Referral Program 

“จากการสำรวจของ Nielson Study พบว่า 84 % ของผู้บริโภคมักเชื่อคำแนะนำของเพื่อนหรือคนรู้จัก มากกว่าการทำโฆษณา”

Referral Program คือโปรแกรมการส่งเสริมการทำการตลาดในอีกรูปแบบหนึ่งครับ โดยหัวใจของกลยุทธ์นี้คือจะใช้หลักของ Refferal Marketing (การบอกต่อหรือการแนะนำ) ของลูกค้าคนหนึ่งไปสู่ว่าที่ลูกค้าครับ โดยที่ทั้งคู่ต้องได้รับผลประโยชน์กันแบบ Win-Win

ซึ่งสำหรับธุรกิจยุคดิจิทัลการทำ Refferal Program แบบออนไลน์ ก็เป็นอีกวิธีที่จะทำให้คุณได้ Leads กลับมาอย่างรวดเร็ว คุณอาจจะลองสร้างหน้า Landing Page เก็บ Leads พิเศษขึ้นมาใหม่ เพื่อให้ลูกค้าของคุณสามารถส่ง Landing Pages นั้นไปหาเพื่อนหรือคนรู้จัก 

โดยเพิ่มโปรโมชั่นพิเศษเข้าไปเพื่อเพิ่มความน่าสนใจและกระตุ้นให้ลูกค้าที่ได้รับสนใจมากรอก Lead กับคุณ

Lead Generation คือ
ภาพจาก referralcandy

ตัวอย่างจาก Dropbox (Software ฝากไฟล์แบบ Online)  ที่ใช้ Referral Program ในการเพิ่ม Leads โดยให้ลูกค้าเก่าของพวกเขา ใส่อีเมลของเพื่อนที่อยากให้พวกเขาลองใช้ Dropbox และถ้าเพื่อนคนนั้นกดสมัคร Dropbox ผ่านอีเมลที่ส่งไป คนที่แนะนำก็จะได้พื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่มอีก 500 MB 

แน่นอนว่าการใช้เทคนิคนี้ได้ผลประโยชน์กันทั้ง 2 ฝ่ายครับเพราะ Dropbox ก็ได้ Leads (ลูกค้าใหม่) เพิ่มขึ้น ส่วนทางลูกค้าที่แนะนำเพื่อนก็จะได้พื้นที่ใน Dropbox เพิ่มนั่นเอง

4. User-Generated Content 

เทคนิคการใช้งาน User-Generated Content อธิบายให้ชัดขึ้นก็คือการอนุญาติให้ User เข้ามามีส่วนรวมอะไรบางอย่างในเว็บไซต์หรือ Social Media ของคุณเช่น ให้ User เข้ามาสร้างคอนเทนต์เอง ตั้งกระทู้เอง รีวิวหรือแสดงความคิดเห็น โดยคุณไม่จำเป็นต้องเสียเงินจ้าง

การทำ User-Generated Content โดยเฉพาะในเว็บไซต์หรือเว็บบอร์ด (เช่น Medium , Pantip , Blockdit) ก่อนที่คุณจะเข้าไปสร้างคอนเทนต์บนเว็บไซต์เหล่านั้น สิ่งแรกที่คุณต้องให้ User ทำก่อนนั่นก็คือการสร้าง Accounts หรือเปิดบัญชีเพื่อเข้าใช้งาน

โดยคุณอาจจะใช้เทคนิคการใช้ Third Party Apps เข้ามาร่วมด้วยเพื่อให้ User ประหยัดเวลาหรือจะสร้างเป็นบัญชีสำหรับเว็บไซต์ของคุณโดยเฉพาะเลยก็ได้เช่นกัน แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนคุณก็จะได้ข้อมูลของว่าที่ลูกค้า (Leads) มาเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเองครับ

และเทคนิค User Generated Content ยังเป็นอีกเทคนิคที่ทำให้ได้รายชื่อของ Leads ผ่านกลยุทธ์ Word Of Mouth อีกด้วย ตัวอย่างเช่น นาย A เป็นช่างซ่อมรถ ได้เริ่มลองเขียนบทความเกี่ยวกับการซ่อมรถ ลงใน Pantip เมื่อกระทู้ได้รับความนิยมจึงเริ่มชักชวนนาย B ที่เป็นช่างซ่อมรถอู่เดียวกันให้มาเขียนบทความลงใน Pantip ด้วย นาย B จึงเริ่มชักชวนคนอื่นๆ ทำให้เกิดเป็นเหมือนการบอกต่อชักชวนให้มาสร้างคอนเทนต์กันเรื่อยๆ นั่นเอง (แน่นอนว่าก่อนจะสร้างคอนเทนต์ เว็บไซต์ก็ได้ Leads ที่ต้องการไปเรียบร้อยแล้ว)

5. Live Chat With Lead Magnet

จริงๆ แล้วกระบวนการทำงานของเทคนิคนี้คือการรวมระหว่าง 2 องค์ประกอบเข้ามาทำงานด้วยกัน ได้แก่ Live Chat และ Lead Magnet 

สำหรับความหมายของ Lead Magnet ก็คือเครื่องมือที่ไว้เพื่อดึงดูด Lead เช่น การดาวน์โหลด E-Book , Special Resource , Mini Course หรือกิจกรรมบางอย่างเช่น Quizzes ก็ถือเป็น Lead Magnet เช่นกัน เพราะในการที่จะให้ User ดาวน์โหลดเอกสารหรือร่วมกิจกรรมอะไรก็ตาม ล้วนต้องผ่านขั้นตอนการกรอกข้อมูลก่อน

โดยคุณสามารถนำ Lead Magnet เหล่านั้นมาทำการติดตั้งให้ใน Chatbot Software แทน เมื่อเวลาที่มีลูกค้าถามคำถามเข้ามาระบบก็จะทำการส่ง Lead Magnet ที่เป็นข้อมูลที่พวกเขาต้องการส่งกลับไปทันที

เช่นบริษัท A รับสอนการทำการตลาดออนไลน์ เวลามีผู้สนใจทักเข้ามาถามรายละเอียดคอร์สเรียน แทนที่คุณจะพิมพ์คุยกันแบบปกติ ก็ลองเปลี่ยนการพิมพ์โต้ตอบนั้นเป็นลิงก์ Landing Page สำหรับสมัครเรียน ที่มีรายละเอียดทุกอย่างครบหมดแล้ว ถ้าลูกค้าเกิดความชอบก็สามารถกรอก Leads พร้อมสมัครเรียนได้ทันที

ซึ่งเทคนิคนี้นอกจากจะช่วยคุณประหยัดเวลาแล้วยังเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้คุณเพิ่มรายชื่อของ ว่าที่ลูกค้า ได้อย่างรวดเร็วตามกระบวนการทำงานของ Lead Generation Hacks ครับ

Lead Generation คือ
ภาพจาก Addthis

สรุปทั้งหมด

สำหรับการทำ Lead Generation ยังถือว่าเป็นขั้นตอนแรกๆ สำหรับการทำ Inbound Marketing ที่จะเข้ามาเปลี่ยน “คนแปลกหน้า” ให้กลายเป็น “ลูกค้า”

แม้การทำ Lead Generation จะไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ด้วยเทคนิคทั้ง 5 ที่เราได้นำเสนอไปวันนี้น่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้การทำ Lead Generation Hack ของคุณง่ายขึ้นและประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้น 

ตอนนี้คงถึงเวลาที่คุณจะต้องลองใช้งานเทคนิคเหล่านี้ดูแล้วครับ ว่าคุณจะสามารถเปลี่ยน “คนแปลกหน้า” ให้กลายเป็น “ลูกค้า” ได้มากแค่ไหน แน่นอนว่าโอกาสในการเติบโตและรายได้ที่จะเข้ามาก็จะมากเท่านั้นครับ

Source : addthis , aeroleads , neilpatel 





Subscribe