Lead Generation Hacks: 5 ตัวอย่างกลยุทธ์การเพิ่มรายชื่อว่าที่ลูกค้าอย่างรวดเร็ว

Lead Generation Hacks: 5 ตัวอย่างกลยุทธ์การเพิ่มรายชื่อว่าที่ลูกค้าอย่างรวดเร็ว
Light
Dark
Pea Tanachote
Pea Tanachote

อดีตนักร้อง ที่ผันตัวมาเขียนคอนเทนต์ ชอบดูฟุตบอลและ Blackpink เป็นชีวิตจิตใจ นักเขียนคอนเทนต์ที่ใคร ๆ ก็ต้องการตัว (โดยเฉพาะตำรวจ)

นักเขียน

แน่นอนว่าจำนวนของคนที่เริ่มรู้จักกับธุรกิจของคุณ คุณก็จะสังเกตได้จากค่าวัดผลนี่แหละ อย่างเช่น Impression (การแสดงผล), Reach (การเข้าถึง), Traffic (คนที่เข้าเว็บไซต์) นั้นอาจจะไม่เพียงพอในการบ่งบอกว่าคุณจะสามารถสร้างรายได้หรือยอดขายให้กับธุรกิจของคุณได้หรือไม่ 

แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่าสิ่งที่กล่าวไปข้างต้นคือ จำนวนของ ‘Lead’ หรือ ‘ว่าที่ลูกค้า’ ที่จะเป็นคนที่แสดงพฤติกรรมบางอย่างที่บ่งบอกได้ว่าเค้านั้นสนใจในสินค้าหรือบริการของเรา พร้อมกับให้ข้อมูลบางอย่างเพื่อระบุตัวตนของพวกเขา ซึ่งถือว่าเป็นคนที่เข้าใกล้การปิดการขายของเรามากขึ้นแล้วนั่นเอง 

และเพื่อให้ได้ Lead เหล่านั้นมา เราจะต้องทำสิ่งที่เรียกว่า “Lead Generation” หรือการเก็บ Lead นั่นเอง ซึ่งในบทความนี้เราจะคุณไปเราจะพาคุณไปเรียนรู้ 5 ไอเดียกลยุทธ์การทำ Lead Generation เพื่อเพิ่มรายชื่อลูกค้าอย่างรวดเร็วกันครับ 

แต่ก่อนอื่นคุณต้องรู้จักความหมายของคำว่า “Lead Generation” ให้มากขึ้นก่อนครับ

ไม่พลาดทุกข้อมูลที่ช่วยให้ธุรกิจคุณเติบโตได้เร็วยิ่งขึ้น

ติดตามได้หลากหลายช่องทางที่คุณสะดวก ไม่ว่าจะเป็น e-mail, line หรือ youtube
Subscribe

Lead Generation คืออะไร ?

Lead Generation คือกระบวนการในการดึงดูดและเปลี่ยนคนทั่วไปให้กลายมาเป็นคนที่มีแนวโน้มที่จะเป็นลูกค้าของเราด้วยกลยุทธ์และวิธีทางด้านการตลาดต่างๆ ถ้าให้อธิบายง่ายๆ มันก็คือ กระบวนการสร้าง Lead นั่นเอง 

ความสำคัญของมันคือ ยิ่งเรามีกระบวนการทำ Lead Generation ที่ดีเท่าไหร่ เราก็จะได้ลิสต์รายชื่อของกลุ่มคนที่พร้อมสำหรับกับการขายของเรามากเท่านั้น 

โดยการทำ Lead Generation นั้นจะอยู่ในช่วง Stage ที่ 2 ของหลักการทำ Inbound Marketting นั่นคือขั้นของการ Convert หรือขั้นของการเปลี่ยนจากผู้เข้าชมให้กลายเป็นว่าที่ลูกค้า หลังจากเราได้ดึงดูดความสนใจจากเค้ามาได้แล้วใน Stage ที่ 1 (Attract) 

Inbound Marketing คือ
หลักการของ Inbound Marketing 

และจะเห็นได้ว่าการสร้าง Lead นั้นเป็น Stage ก่อนหน้า Close (การสร้างการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับว่าที่ลูกค้าเพื่อปิดการขาย) และ Delight (การสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าเพื่อการบอกต่อ) หมายความว่าจำนวนของ Lead ที่คุณได้มาจากการทำ Lead Generation ก็จะส่งผลต่อจำนวนว่าที่ลูกค้าที่จะเข้ากระบวนการใน Stage ที่ถัดๆไปด้วย

องค์ประกอบของกระบวนการทำ Lead Generation 

สำหรับในการเก็บ Lead นั้น จะมีองค์ประกอบหลักๆ ในการทำอยู่ 4 องค์ประกอบ 

1. Offer - ข้อเสนอพิเศษ 

สิ่งที่มีหน้าที่ดึงดูดกลุ่มเป้าหมายของเราเพื่อเข้าสู่กระบวนการเก็บ Lead ซึ่งข้อเสนอพิเศษเหล่านี้จะต้องเป็นสิ่งที่สามารถมอบคุณค่าให้กับกลุ่มเป้าหมายได้ ยกตัวอย่างเช่น E-book, Coupon ส่วนลด, Template, การเข้าใช้งานบริการฟรี, การรับสินค้าตัวอย่าง เป็นต้น 

โดยคุณสามารถนำข้อเสนอพิเศษนี้ไปเผยแพร่หรือโปรโมทไว้ในหลากหลายช่องทาง เช่น Social Media, Email หรือ Blog 

2. Call-to-Action - สิ่งที่กระตุ้นให้เกิดการกระทำ 

ข้อความหรือปุ่มที่ระบุการกระทำที่ชัดเจน เพื่อกระตุ้นกลุ่มเป้าหมายนั้นกระทำสิ่งที่คุณต้องการเพื่อรับข้อเสนอพิเศษนั้นๆ เช่น ข้อความเชิญชวนให้ดาวน์โหลด ข้อความเชิญชวนให้รับคูปอง ปุ่มสมัครสมาชิก หรือปุ่มดาวน์โหลด 

3. Landing Page - หน้าเพจเว็บไซต์

หน้าเพจเว็บไซต์ที่ให้คนเข้ามาด้วยจุดประสงค์บางอย่าง โดยมักจะเป็นการเชื่อมโยงกับข้อเสนอพิเศษ (เช่น หน้าดาวน์โหลด E-Book หรือหน้าลงทะเบียนสมัครใช้งานฟรี) ดังนั้นหน้าเพจนี้จึงจำเป็นที่จะต้องมีรายละเอียดของข้อเสนอนั้น และวิธีการการรับข้อเสนอเหล่านั้น 

4. Form - ฟอร์มสำหรับเก็บข้อมูล 

ฟอร์มสำหรับให้กลุ่มเป้าหมายของเรากรอกข้อมูลเพื่อแลกกับข้อเสนอพิเศษเหล่านั้น ทั้งนี้คุณจำเป็นต้องเลือกว่าในการรับข้อเสนอเหล่านั้นเค้าต้องให้ข้อมูลอะไรกับคุณบ้าง โดยเราควรเลือกขอข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนของเค้าได้อย่างชัดเจน 

ตัวอย่างกระบวนการ Lead Generation : กลุ่มเป้าหมายเราอาจจะเห็น Offer ของเราจากช่องทาง Facebook ซึ่งมี CTA เชิญชวนให้ดาวน์โหลด เค้าจึงคลิกเข้ามาที่ Landing Page เพื่ออ่านรายละเอียดของข้อเสนอนั้นก่อนที่จะกรอกข้อมูลผ่าน Form เพื่อรับข้อเสนอ 

หมายเหตุ : ในบางครั้งเราอาจไม่จำเป็นต้องสร้าง Landing Page สำหรับ Offer นั้นก็ได้ เช่น กรณีที่เราใช้ Lead Ads บน Facebook ที่กลุ่มเป้าหมายของเราสามารถกรอกข้อมูลและดำเนินการผ่าน Facebook ได้เลย หรือ กรณีที่เราใส่ Form และ CTA ไว้ในหน้า Blog เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายที่มาอ่านบทความสามารถดำเนินการรับ Offer ได้เลย 

นอกจากนี้แล้ว ปัจจุบันก็มีแพลตฟอร์มหลากหลายเจ้าที่มีฟีเจอร์ให้สามารถทำ Lead Generation ได้ด้วยหลากหลายวิธี ซึ่งนั่นก็จะทำให้องค์ประกอบของกระบวนการทำ Lead Generation ก็จะแตกต่างออกไปนั่นเอง 

Lead Generation Hacks: 5 ตัวอย่างกลยุทธ์การเพิ่มรายชื่อว่าที่ลูกค้าอย่างรวดเร็ว

ในหัวข้อนี้ The Growth Master จะขอพาคุณไปศึกษาถึง 5 ตัวอย่างกลยุทธ์ในการเพิ่มรายชื่อว่าที่ลูกค้าอย่างรวดเร็ว (Lead Generation Hacks) จะมีตัวอย่างอะไรที่คุณสามารถนำไปปรับใช้กับธุรกิจกันได้บ้าง ลองมาติดตามกันครับ

1. อนุญาตให้ผู้ใช้สามารถ Sign UP ได้ผ่าน Account ของ Third-Party Apps เช่น Google หรือ Facebook  

ทุกวันนี้เชื่อว่าผู้คนส่วนใหญ่จะมีบัญชีกับแอปฯ พื้นฐานกันหมดแล้ว เช่น อีเมล หรือโซเชียลมีเดียต่างๆ ซึ่งสำหรับแอปฯ หรือแพลตฟอร์มที่มีชื่อเสียงก็มีอย่างเช่น Facebook, Google,  Linkedin หรือ Twitter 

ซึ่งแทนที่ผู้ใช้นั้นจะต้องมากรอกข้อมูลใหม่เพื่อสมัครสมาชิกกับเรา เราสามารถเพิ่มตัวเลือกให้ผู้ใช้ในการสมัครสมาชิก (Sign Up) ด้วยบัญชีของแอปฯ ที่เค้าอาจจะมีอยู่แล้วได้เลย โดยมันสามารถช่วยกระตุ้นให้ผู้ใช้สมัครสมาชิกกับเรามากขึ้น ด้วยขั้นตอนที่สั้นลง 

Lead Generation คือ
https://uxdesign.cc/sign-me-up-8e9980efafb8

ทั้งนี้ เราเองก็สามารถเลือกได้ว่าต้องการเก็บข้อมูลใดบ้างจากผู้ใช้ (เช่น โปรไฟล์โดยรวม อีเมล หรือรายชื่อเพื่อนของผู้ใช้) โดยที่ข้อมูลเหล่านั้นจะอิงจาก Third-Party App ที่เรานำมาเพิ่มเป็นตัวเลือกให้ผู้ใช้ เช่น Facebook ที่จะมีชุดข้อมูลของผู้ใช้ให้เราขอ Request จากผู้ใช้ได้ประมาณ 50 รูปแบบ 

ดังนั้นวิธีนี้จึงเหมาะมากๆ สำหรับธุรกิจไหนที่เก็บ Lead ด้วยการให้ผู้คนมา Sign Up ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจที่มีแอปพลิเคชั่น หรือธุรกิจที่ให้บริการแพลตฟอร์มบนออนไลน์ 

2. คูปองสุดพิเศษ

คูปองเป็นหนึ่งข้อเสนอที่มักจะดึงดูดความสนใจจากผู้ใช้ได้ดีมาก (และมากขึ้นเรื่อยๆ) โดยอัตราการใช้คูปองผ่านมือถือทั่วโลกในปี 2019 มีการคาดการณ์ไว้ว่าอยู่ที่ราวๆ 1.05 พันล้านคนเลยทีเดียว เปรียบเทียบกับปี 2014 ที่มีอัตราการใช้คูปองผ่านมือถืออยู่ที่ราวๆ 560 ล้านคน 

ซึ่งจากงานวิจัยของ BI Norwegian Business School ก็ได้สรุปมาว่าคูปองนั้นเป็นสิ่งที่หนึ่งที่ทำให้คนนั้นรู้สึกยินดีที่จะจ่ายเงินเพื่ออะไรบางอย่างมากขึ้น แน่นอนว่าในมุมของการเก็บ Lead คูปองนั้นจะเป็นหนึ่งในข้อเสนอพิเศษที่ทำให้ลูกค้านั้นยินดีที่จะให้ข้อมูลกับคุณมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถเพิ่มโอกาสที่เราจะปิดการขายได้เร็วขึ้นอีกด้วย (หลังจากพวกเขาเห็นคุณค่าของสินค้าหรือบริการของคุณแล้ว) 

ตัวอย่างคอนเซปต์ของคูปองที่ถูกใช้บ่อยบนออนไลน์  : 

- คูปองส่วนลดแบบ Percentage-based

- คูปองส่วนลดแบบ Currency Value-based

- คูปองส่งฟรี

- คูปองแจกของขวัญ 

โดยเว็บไซต์นั้นมักจะใช้เป็นคอนเทนต์รูปแบบ Pop-up ที่จะแสดงระหว่างที่กลุ่มเป้าหมายเข้ามาใช้งานที่เว็บไซต์ 

Lead Generation คือ
(ตัวอย่างของ คูปองส่วนลดที่เชิญชวนให้คนสมัครสมาชิกและชอปปิ้งกับพวกเขา)

3. เริ่มการใช้เทคนิค Referral Program 

“จากการสำรวจของ Nielson Study พบว่า 84 % ของผู้บริโภคมักเชื่อคำแนะนำของเพื่อนหรือคนรู้จัก มากกว่าการทำโฆษณา”

Referral Program คือโปรแกรมการส่งเสริมการทำการตลาดในอีกรูปแบบหนึ่งครับ โดยหัวใจของกลยุทธ์นี้คือจะใช้หลักของ Refferal Marketing (การบอกต่อหรือการแนะนำ) ของลูกค้าคนหนึ่งไปสู่ว่าที่ลูกค้าครับ โดยที่ทั้งคู่ต้องได้รับผลประโยชน์กันแบบ Win-Win

ซึ่งสำหรับธุรกิจยุคดิจิทัลการทำ Refferal Program แบบออนไลน์ ก็เป็นอีกวิธีที่จะทำให้คุณได้ Leads กลับมาอย่างรวดเร็ว คุณอาจจะลองสร้างหน้า Landing Page เก็บ Leads พิเศษขึ้นมาใหม่ เพื่อให้ลูกค้าของคุณสามารถส่ง Landing Pages นั้นไปหาเพื่อนหรือคนรู้จัก 

โดยเพิ่มโปรโมชั่นพิเศษเข้าไปเพื่อเพิ่มความน่าสนใจและกระตุ้นให้ลูกค้าที่ได้รับสนใจมากรอก Lead กับคุณ

Lead Generation คือ
ภาพจาก referralcandy

ตัวอย่างจาก Dropbox (Software ฝากไฟล์แบบ Online)  ที่ใช้ Referral Program ในการเพิ่ม Leads โดยให้ลูกค้าเก่าของพวกเขา ใส่อีเมลของเพื่อนที่อยากให้พวกเขาลองใช้ Dropbox และถ้าเพื่อนคนนั้นกดสมัคร Dropbox ผ่านอีเมลที่ส่งไป คนที่แนะนำก็จะได้พื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่มอีก 500 MB 

แน่นอนว่าการใช้เทคนิคนี้ได้ผลประโยชน์กันทั้ง 2 ฝ่ายครับเพราะ Dropbox ก็ได้ Leads (ลูกค้าใหม่) เพิ่มขึ้น ส่วนทางลูกค้าที่แนะนำเพื่อนก็จะได้พื้นที่ใน Dropbox เพิ่มนั่นเอง

4. User-Generated Content 

เทคนิคการใช้งาน User-Generated Content อธิบายให้ชัดขึ้นก็คือการอนุญาติให้ User เข้ามามีส่วนรวมอะไรบางอย่างในเว็บไซต์หรือ Social Media ของคุณเช่น ให้ User เข้ามาสร้างคอนเทนต์เอง ตั้งกระทู้เอง รีวิวหรือแสดงความคิดเห็น โดยคุณไม่จำเป็นต้องเสียเงินจ้าง

การทำ User-Generated Content โดยเฉพาะในเว็บไซต์หรือเว็บบอร์ด (เช่น Medium , Pantip , Blockdit) ก่อนที่คุณจะเข้าไปสร้างคอนเทนต์บนเว็บไซต์เหล่านั้น สิ่งแรกที่คุณต้องให้ User ทำก่อนนั่นก็คือการสร้าง Accounts หรือเปิดบัญชีเพื่อเข้าใช้งาน

โดยคุณอาจจะใช้เทคนิคการใช้ Third Party Apps เข้ามาร่วมด้วยเพื่อให้ User ประหยัดเวลาหรือจะสร้างเป็นบัญชีสำหรับเว็บไซต์ของคุณโดยเฉพาะเลยก็ได้เช่นกัน แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนคุณก็จะได้ข้อมูลของว่าที่ลูกค้า (Leads) มาเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเองครับ

และเทคนิค User Generated Content ยังเป็นอีกเทคนิคที่ทำให้ได้รายชื่อของ Leads ผ่านกลยุทธ์ Word Of Mouth อีกด้วย ตัวอย่างเช่น นาย A เป็นช่างซ่อมรถ ได้เริ่มลองเขียนบทความเกี่ยวกับการซ่อมรถ ลงใน Pantip เมื่อกระทู้ได้รับความนิยมจึงเริ่มชักชวนนาย B ที่เป็นช่างซ่อมรถอู่เดียวกันให้มาเขียนบทความลงใน Pantip ด้วย นาย B จึงเริ่มชักชวนคนอื่นๆ ทำให้เกิดเป็นเหมือนการบอกต่อชักชวนให้มาสร้างคอนเทนต์กันเรื่อยๆ นั่นเอง (แน่นอนว่าก่อนจะสร้างคอนเทนต์ เว็บไซต์ก็ได้ Leads ที่ต้องการไปเรียบร้อยแล้ว)

5. Live Chat With Lead Magnet

จริงๆ แล้วกระบวนการทำงานของเทคนิคนี้คือการรวมระหว่าง 2 องค์ประกอบเข้ามาทำงานด้วยกัน ได้แก่ Live Chat และ Lead Magnet 

สำหรับความหมายของ Lead Magnet ก็คือเครื่องมือที่ไว้เพื่อดึงดูด Lead เช่น การดาวน์โหลด E-Book , Special Resource , Mini Course หรือกิจกรรมบางอย่างเช่น Quizzes ก็ถือเป็น Lead Magnet เช่นกัน เพราะในการที่จะให้ User ดาวน์โหลดเอกสารหรือร่วมกิจกรรมอะไรก็ตาม ล้วนต้องผ่านขั้นตอนการกรอกข้อมูลก่อน

โดยคุณสามารถนำ Lead Magnet เหล่านั้นมาทำการติดตั้งให้ใน Chatbot Software แทน เมื่อเวลาที่มีลูกค้าถามคำถามเข้ามาระบบก็จะทำการส่ง Lead Magnet ที่เป็นข้อมูลที่พวกเขาต้องการส่งกลับไปทันที

เช่นบริษัท A รับสอนการทำการตลาดออนไลน์ เวลามีผู้สนใจทักเข้ามาถามรายละเอียดคอร์สเรียน แทนที่คุณจะพิมพ์คุยกันแบบปกติ ก็ลองเปลี่ยนการพิมพ์โต้ตอบนั้นเป็นลิงก์ Landing Page สำหรับสมัครเรียน ที่มีรายละเอียดทุกอย่างครบหมดแล้ว ถ้าลูกค้าเกิดความชอบก็สามารถกรอก Leads พร้อมสมัครเรียนได้ทันที

ซึ่งเทคนิคนี้นอกจากจะช่วยคุณประหยัดเวลาแล้วยังเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้คุณเพิ่มรายชื่อของ ว่าที่ลูกค้า ได้อย่างรวดเร็วตามกระบวนการทำงานของ Lead Generation Hacks ครับ

Lead Generation คือ
ภาพจาก Addthis

สรุปทั้งหมด

สำหรับการทำ Lead Generation ยังถือว่าเป็นขั้นตอนแรกๆ สำหรับการทำ Inbound Marketing ที่จะเข้ามาเปลี่ยน “คนแปลกหน้า” ให้กลายเป็น “ลูกค้า”

แม้การทำ Lead Generation จะไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ด้วยเทคนิคทั้ง 5 ที่เราได้นำเสนอไปวันนี้น่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้การทำ Lead Generation Hack ของคุณง่ายขึ้นและประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้น 

ตอนนี้คงถึงเวลาที่คุณจะต้องลองใช้งานเทคนิคเหล่านี้ดูแล้วครับ ว่าคุณจะสามารถเปลี่ยน “คนแปลกหน้า” ให้กลายเป็น “ลูกค้า” ได้มากแค่ไหน แน่นอนว่าโอกาสในการเติบโตและรายได้ที่จะเข้ามาก็จะมากเท่านั้นครับ

Source : addthis , aeroleads , neilpatel 





ไม่พลาดทุกข้อมูลที่ช่วยให้ธุรกิจคุณเติบโตได้เร็วยิ่งขึ้น

ติดตามได้หลากหลายช่องทางที่คุณสะดวก ไม่ว่าจะเป็น e-mail, line หรือ youtube
Subscribe