Technology

7 เครื่องมือสร้าง Data Visualization แปลงข้อมูลลายตาให้เป็น Dashboard ที่เข้าใจง่ายยิ่งขึ้น

7 เครื่องมือสร้าง Data Visualization แปลงข้อมูลลายตาให้เป็น Dashboard ที่เข้าใจง่ายยิ่งขึ้น
Light
Dark
The Growth Master Team
The Growth Master Team

The Growth Master Team ผู้รักในการเรียนรู้ หลงใหลในเทคโนโลยี และแฮปปี้กับการเติบโต

นักเขียน

การทำธุรกิจในปัจจุบันนี้ ไม่สามารถพึ่งพาเพียงประสบการณ์ที่มีอย่างเดียวได้อีกต่อไป จำเป็นต้องใช้หลักฐาน หรือข้อมูลทางสถิติมาใช้ในการประเมินแนวโน้ม ทางเลือกที่เป็นไปได้ และทิศทางของธุรกิจ เพื่อประกอบการตัดสินใจให้เกิดข้อผิดพลาดน้อยที่สุด 

ยิ่งในยุคดิจิตอลนี้ ช่วยให้การเข้าถึงและเก็บข้อมูลต่าง ๆ ง่ายมากขึ้น มีเครื่องมือซอฟต์แวร์ช่วยเหลือในการจัดการกับข้อมูล ซึ่งถูกพัฒนาให้เราสามารถวิเคราะห์ข้อมูลและนำไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าสมัยก่อน ส่งผลให้หลายธุรกิจปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับการใช้ข้อมูลมากขึ้น

จากการเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทำให้หลายธุรกิจนำ Data Driven เข้ามาขับเคลื่อนการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยข้อมูลเป็นหลัก ช่วยทำให้สามารถตัดสินใจพร้อมตอบสนองรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว เช่น พฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป การโต้ตอบของคู่แข่ง ซึ่งหากใช้ประสบการณ์เพียงอย่างเดียวอาจทำให้ไม่สามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ได้ทันท่วงที

หรือในอีกแง่หนึ่ง แม้ธุรกิจนำเทคโนโลยีมาใช้งานเพื่อรองรับฐานข้อมูลของตัวเอง แต่หากปล่อยทิ้งไว้เฉย ๆ ไม่ได้นำข้อมูลไปใช้งานหรือต่อยอดอะไรใหม่ ๆ ทำให้เสียทรัพยากรไปโดยสูญเปล่า ดังนั้นธุรกิจควรให้ความสำคัญกับการเลือกดึงข้อมูลที่เราครอบครองมาใช้ให้เหมาะสมกับจุดประสงค์หรือเป้าหมายที่ได้วางแผนต่าง ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เมื่อธุรกิจได้ดึงข้อมูลที่มีอยู่ในมือมาใช้งาน อีกขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญนอกจากวิเคราะห์ข้อมูลแล้วคือการนำข้อมูลมาแสดงผลลัพธ์ต่าง ๆ ให้ข้อมูลของเราเป็นรูปร่างขึ้นมา เราอาจจะคุ้นเคยในรูปของตารางที่มีผลสรุปตัวเลขหยิบย่อยเยอะแยะจนลายตาไปหมด ซึ่งหากทีมเราไม่มีคนที่มีความชำนาญด้านข้อมูล การแปลงข้อมูลเหล่านี้ให้เป็นภาพด้วย Data Visualization ที่ช่วยให้เราสามารถรวบรวมผลการวิเคราะห์มาเสนอบน Dashboard ของเราได้เข้าใจง่ายยิ่งขึ้น แล้วจะมีอะไรเครื่องมืออะไรกันบ้าง ไปติดตามต่อกันได้เลย

ไม่พลาดทุกข้อมูลที่ช่วยให้ธุรกิจคุณเติบโตได้เร็วยิ่งขึ้น

ติดตามได้หลากหลายช่องทางที่คุณสะดวก ไม่ว่าจะเป็น e-mail, line หรือ youtube
Subscribe

Data Visualization คืออะไร ? รู้จักวิธีเปลี่ยนข้อมูลตัวเลขมากมายให้เป็นภาพที่ง่ายต่อความเข้าใจ

Data Visualization คือ การสรุปข้อมูลและแสดงออกมาเป็นภาพ มาจากการทำ Information Visualization และ Visual Analytics โดยแสดงผลลัพธ์ถูกจัดทำออกมาในรูปของแผนภูมิบ้าง กราฟรูปแบบต่าง ๆ บ้าง  แม้กระทั่งแผนที่ โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้สามารถเข้าใจง่าย อธิบายได้ชัดเจน และเห็นภาพรวมของผลลัพธ์ที่ได้

“Learn data, and you can tell stories that more people don’t even know about yet but are eager to hear.” - Nathan Yau (statistician and data visualization expert)

แม้การทำ Data Visualization จะมีการจัดทำมานานแล้วมักจะพบในรายงานการวิจัยต่าง ๆ แต่ยังไม่ค่อยได้นำมาประยุกต์ใช้เพื่อนำเสนอในด้านของธุรกิจ ซึ่งในปัจจุบันที่ธุรกิจส่วนใหญ่ได้ปรับตัวเข้าสู่ Digital Transformation มากขึ้น ทำให้ธุรกิจเหล่านี้ครอบครองข้อมูลจำนวนมหาศาล ซึ่งการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ด้วยการเล่าข้อมูลออกมาเป็นรูปภาพนั้น จะช่วยให้การสื่อสารเพื่อถ่ายทอดข้อมูลที่วิเคราะห์มาได้นั้น ให้ผู้อื่นเข้าใจข้อมูลที่ซับซ้อนได้ชัดเจน  และทำให้การจดจำมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญยังสามารถนำไปต่อยอดในการทำ Data Storytelling ได้อีกด้วย

เมื่อเริ่มสร้าง Data Visualization ในการหยิบจับข้อมูลไปประมวลผลนั้นมีหลากหลายวิธีการ ดังนั้นเราควรมีความเข้าใจตัวชี้วัดและลักษณะของข้อมูลที่เรารวบรวมมา ยกตัวอย่างเช่น ข้อมูลเชิงตัวเลข (Numeric) ข้อมูลหมวดหมู่ (Categorical) และข้อมูลที่จัดเรียงลำดับเวลา (Time Series) เพื่อป้องกันไม่ให้การวิเคราะห์เกิดข้อผิดพลาด หรือคลาดเคลื่อนจากชุดข้อมูลที่เราเลือกมาใช้งาน และสามารถนำเสนอได้อย่างแม่นยำ

ประโยชน์ที่ได้จากการทำ Data Visualization นั้น ไม่ได้มีเพียงการอธิบายข้อมูลให้ง่ายขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยให้เราสามารถคาดการณ์แนวโน้ม เปรียบเทียบความแตกต่าง และหาความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกันของชุดข้อมูล แม้กระทั่งการคาดเดาพฤติกรรมต่าง ๆ ของลูกค้า คู่แข่งของธุรกิจเรา หรือแม้แต่สภาวะตลาดในอนาคต ทำให้ที่ข้อมูลเชิงที่เราเก็บรวบรวมมานั้นมีคุณค่ามากกว่าเป็นแค่เพียงชุดตัวเลข

ซึ่งเครื่องมือที่คนส่วนใหญ่นึกถึงอาจจะเป็นการคำนวณข้อมูลในโปรแกรมสุดคลาสสิกอย่าง Excel  ออกมาในรูปของแผนภูมิ หรือกราฟต่าง ๆ ทีละชุดข้อมูล แต่แท้จริงแล้วเรามีวิธีการที่ง่ายกว่านั้นในการประมวลผล  ต้องขอขอบคุณผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ทั้งหลายที่สร้างเครื่องมือในการสร้าง Data Visualization ให้สามารถดึงข้อมูลที่ต้องการ ตั้งค่าให้คำนวณออกมาได้อย่างรวดเร็วขึ้น ซึ่งเราได้รวบรวมเครื่องมือเหล่านั้นมาให้แล้วในบทความนี้ เครื่องมือเหล่านั้นจะมีอะไรกันบ้าง ไปติดตามต่อกันเลย

แนะนำ 7 เครื่องมือในการทำ Data Visualization ที่มีประโยชน์ต่อการทำงานของคุณ

1. Google Data Studio

ภาพจาก : wissi.fr

เริ่มเครื่องมือแรกกันด้วย Google Data Studio นับว่าเป็นเครื่องมือเริ่มต้นสำหรับผู้ที่ต้องการทำ Data Visualization เลยก็ว่าได้ เนื่องจากสามารถเริ่มต้นการใช้งานได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย เพียงแค่มีบัญชีอีเมลของ Gmail ก็สามารถเปิดใช้งานได้เลย สามารถดึงข้อมูลโดยตรงได้จากข้อมูลผลิตภัณฑ์อื่นของ Google ได้อย่างรวดเร็ว เช่น Google Analytics, Google Ads, Google Search Console และ YouTube และที่น่าเสียดายเครื่องมือนี้ยังไม่มีฟีเจอร์ที่ช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูล เป็นเพียงการรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ที่เรามีให้ออกมาเป็นกราฟ หรือแผนภูมิที่เข้าใจง่ายขึ้นเท่านั้น

หากใครที่พึ่งเริ่มต้นทำยังงงกับเครื่องมือการใช้งานต่าง ๆ ทาง Google เขาได้จัดทำคลิปวิดีโอสอนการใช้งานตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน จนถึงดึงข้อมูลมาสร้าง Dashboard เฉพาะด้านประเภทต่าง ๆ หรือเข้าไปชมการใช้งานเบื้องต้น และฟีเจอร์เด็ด ๆ ที่มีได้ที่ We need tool talk 

Highlight:

  • มีเพียงบัญชีของ Gmail ก็สามารถเริ่มต้นการใช้งานได้ทันที
  • การสร้าง Dashboard และเครื่องมือปรับแต่งใช้งานง่าย เหมาะสำหรับมือใหม่
  • เป็น Live Dashboard สามารถแชร์หรือทำงานร่วมกันของบุคคลอื่นได้
  • เชื่อมต่อแหล่งข้อมูลจาก Google ได้โดยตรง เช่น Google Analytics, Google Adwords, Google Search Console
  • มีตัวอย่าง Dashboard Template ดีไซน์สวยให้เลือกใช้มากมาย สำหรับการใช้งานประเภทต่าง ๆ จากของ Google เองโดยตรง หรือของผู้ใช้งานคนอื่น ๆ ที่ได้แชร์ไว้
  • เชื่อมต่อกับบริการคลังข้อมูลระดับองค์กรของ Google BigQuery ได้

ราคา : ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

เริ่มต้นการใช้งานได้ที่ : https://datastudio.google.com

2. Endlessloop

เครื่องมือในการวางโครงสร้างแคมเปญและติดตามผลลัพธ์ทางการตลาดอย่าง ‘Endlessloop’ ซึ่งเครื่องมือนี้ถูกพัฒนามาจากแนวความคิดแบบ Growth ที่เป็นเบื้องหลังของการเติบโต 10 เท่า จากบริษัทดัง ๆ อย่าง Facebook, Airbnb, Spotify, Tinder และอีกมากมาย ที่ทำให้ลูกค้าติดหนึบไม่ไปไหน โดยเครื่องมือนี้ถูกประยุกต์มาจาก Marketing funnels และศาสตร์ Growth marketing เข้าด้วยกัน

ซึ่งเดิมทีในการวาง Sale Funnel นั้น เมื่อกลุ่มเป้าหมายได้ถูกกรองออกจากแต่ละขั้นของการตัดสินใจซื้อแล้ว เราไม่ได้วางเส้นทางอื่นที่จะดึงคนเหล่านั้นกลับมา รวมถึงเมื่อถึงจุดซื้อสินค้าแล้วก็สิ้นสุดกระบวนการ ไม่ได้วางแผนต่อให้คนเหล่านั้นกลับมาซื้อซ้ำ หรือบอกต่อถึงคุณค่าสินค้าหรือบริการของเรา ด้วย Endlessloop ซึ่งเป็น Funnel ที่ช่วยให้เราออกแบบทุกขั้นตอนการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค รวมถึงดึงให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำและกลายเป็นกระบอกเสียงบอกต่อสิ่งดี ๆ ของเรา 

โดยหน้า Dashboard ของเครื่องมือนี้จะเป็นลักษณะของ Loop ซึ่งเราสามารถตั้ง Loop เฉพาะให้ตรงกับ Persona ของแต่ละกลุ่มเป้าหมายนั้นได้ โดยเมื่อเชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูล ระบบจะทำการดึงข้อมูลจากช่องทางต่าง ๆ ให้อัตโนมัติ และนำผลลัพธ์มาแสดงในแต่ละขั้นของ Loop ในรูปของ Metrics ที่เราได้ตั้งไว้ ทำให้เราสามารถประเมินสถานการณ์แต่ละขั้นได้เฉียบคมมากขึ้น รวมถึงสามารถเพิ่มหรือปรับเปลี่ยนแต่ละแคมเปญที่เราออกแบบมา เพื่อดึงดูดการตัดสินใจของกลุ่มเป้าหมายในแต่ละขึ้นอีกด้วย

Highlight:

  • สามารถกำหนดงบประมาณของแต่ละแคมเปญหรือแต่ละขั้นของ Loop ได้ ทำให้เราทราบว่า ROI หรือ ROAS ที่เราได้ลงทุนไปกับกลุ่มเป้าหมายกลุ่มนั้น ๆ คุ้มค่าหรือไม่
  • เชื่อมต่อข้อมูลจากช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Google หรือตัวเว็บไซต์
  • ทราบ Performance ที่เกิดขึ้น ทั้งจากการทำการตลาด และประสิทธิภาพการทำงานของทีม ทำให้สามารถวัดผลได้ทันที
  • สามารถย้อนดูผลลัพธ์ของแคมเปญที่ทำไปแล้วได้ ทำให้สามารถเลือกแคมเปญที่ประสบความสำเร็จมาปรับใช้กับแคมเปญใหม่ ๆ
  • ตัวเครื่องมือต่าง ๆ ออกแบบมาให้ไร้รอยต่อในการร่วมมือกันทำงานของแต่ละทีม เช่น ทีมผลิตภัณฑ์ และทีมการตลาด พร้อมทั้งเพิ่ม Feedback หรือข้อคิดเห็นต่าง ๆ ลงไปในตัวแคมเปญนั้น ๆ ได้เลย
  • ผู้บริหารสามารถติดตามสรุปผลลัพธ์ของการทำงานต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ได้อย่าง Real time ภายในหน้าเดียว
  • การ Export หน้า Dashboard ออกมาก็ทำได้ง่าย เพียงแค่คลิกเดียวรายละเอียดแคมเปญและค่า Performance ต่าง ๆ ก็จะถูกปรับรูปแบบเอามาในรูปของหน้ารายงานทันที

ราคา : เริ่มทดลองใช้งานได้ฟรี 60 วัน ราคาเริ่มต้นการใช้งานสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ https://endlessloop.app/#pricing

เริ่มต้นการใช้งานได้ที่ : https://endlessloop.app

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:

3. Power BI

ภาพจาก : its.weill.cornell.edu

หากมองหาเครื่องมือประมวลผลเชิงลึกสำหรับองค์กรที่ ‘Power BI’ ยิ่งเป็นผู้ออกแบบจัดทำรายงานแล้ว ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากทีเดียว เพราะสามารถเชื่อมต่อ ดึงข้อมูลจากแหล่งข้อมูล และแปลงไฟล์จากที่ต่าง ๆ ได้ ทำให้สามารถจัดทำข้อมูลจำนวนมากเพื่อนำมาสร้าง Dashboard ได้สะดวก พร้อมวิเคราะห์และอัปเดตผลลัพธ์ได้ทันที ทำให้เราสามารถจัดทำรายงานหรือตัดสินใจได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ยังสามารถเลือกดูมุมมองที่ต้องการได้ และยังสามารถใช้งานได้บนหลายอุปกรณ์ เช่น คอมพิวเตอร์ แท็ปเล็ต และสมาร์ทโฟน ยกเว้นการใช้งานบนคอมพิวเตอร์ระบบ MacOS เนื่องจากผู้พัฒนาซอฟต์แวร์นี้คือ Microsoft 

Highlight:

  • แม้จะไม่มีความรู้เชิงเทคนิคก็สามารถใช้งานได้ และหากองค์กรใช้ Office 365 สามารถเข้าใช้งาน Power BI ได้ทันที
  • สามารถนำหน้า Dashboard ไปแสดงบนหน้าเว็บไซต์ได้ด้วย embed code
  • สร้าง Dashboard เพื่อทำ Real-time Data Analytics ซึ่งหากปรับแต่งไม่ถูกใจสามารถติดตั้ง Visualization เสริมได้
  • สามารถ interactive กับ Dashboard ได้ทันที และสามารถแสดงผลได้หลายรูปแบบ พร้อมรองรับการใช้งานได้หลายอุปกรณ์ จะแชร์รายงานหรือแหล่งข้อมูลได้
  • นำเข้าข้อมูลได้จากหลายแหล่งที่รูปแบบต่างกัน เช่น Excel, Text File และ ข้อมูลจากระบบต่างๆ เช่น SAP HANA, Hadoop, Google Analytics, Facebook เพื่อมาวิเคราะห์ร่วมกันได้ และสามารถเตรียมข้อมูลพร้อมใช้งานได้ด้วย Power Query 
  • ตั้งค่าการอัปเดตข้อมูลอัตโนมัติผ่าน Power BI Gateway ได้
  • สามารถใช้การวิเคราะห์เชิงลึกด้วย Data Model ต่าง ๆ เช่น การสร้าง Relationships, วิเคราะห์หา Data Hierachy  หรือคำนวณ DAX ก็ได้

ราคา : ใช้งานฟีเจอร์พื้นฐานได้ฟรี ราคาปลดล็อคฟีเจอร์อื่นเริ่มต้นที่ $9.99 ต่อเดือน ดูรายละเอียดแต่ละแพ็คเกจราคาเพิ่มเติมได้ที่ https://powerbi.microsoft.com/en-us/pricing/

เริ่มต้นการใช้งานได้ที่ : https://powerbi.microsoft.com/en-us/

4. Tableau

ภาพจาก : btprovider

'Tableau’ เป็นเครื่องมือด้าน Business Intelligence Tool อีกตัวหนึ่งที่ใช้งานง่าย รองรับการใช้งานทั้ง Windows และ MacOS สามารถสร้างสรรค์การวิเคราะห์ข้อมูลให้เป็น Visualization ได้เพียงไม่กี่คลิก ก็ออกมาเป็น Dashboard สวย ๆ สามารถแชร์หน้า Dashboard และ Interactive ได้ง่าย พร้อมเชื่อมต่อแหล่งข้อมูลได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ประเภทต่าง ๆ Relational Data Sources หรือแม้กระทั่ง Big Data Sources และที่สำคัญเขายังมีการปรับปรุงพัฒนาซอฟต์แวร์อย่างสม่ำเสมอ ถึงแม้ค่าใช้จ่ายจะค่อนข้างสูงแต่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ

Highlight:

  • ใช้งานได้ตั้งแต่มือใหม่จนถึงเทคนิคขั้นสูง
  • เพียง Drag-and-Drop ข้อมูลไปบน Shelf ตัวซอฟต์แวร์ก็จะประเมินลักษณะของข้อมูลและสร้าง Visualization ออกมาให้ทันที
  • แสดงผล Dashboard ได้ทั้งเว็บเบราว์เซอร์ หน้าเดสก์ท็อป และ Mobile version
  • มีการอัปเดตตัวระบบอยู่ตลอดเวลา ทำให้การแสดงผลง่ายและสวยงาม
  • สามารถเชื่อมต่อข้อมูลได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Excel, Google Sheet, MySql หรือ ERP
  • แชร์ Dashboard ไฟล์ต่าง ๆ รวมถึงกรองข้อมูล ได้ง่าย
  • สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกระหว่างข้อมูลได้

ราคา : ทดลองการใช้งานได้ฟรี 14 วัน ราคาเริ่มต้นที่ $70 ต่อเดือน สามารถเพิ่มฟีเจอร์โดยเลือก add-on ในแพ็คเกจเพิ่มได้ สามารถดูรายละเอียดแต่ละแพ็คเกจราคาเพิ่มเติมได้ที่ https://www.tableau.com/pricing

เริ่มต้นการใช้งานได้ที่ : https://www.tableau.com/

5. FineReport

ภาพจาก : finereport

เครื่องมือในการสร้างหน้ารายงานแบบ Data Visualization ระดับสูงสำหรับการใช้งานบนองค์กรต้อง ‘FineReport’ เลย ซึ่งเป็น Web Reporting Tool โดยออกแบบตามแนวคิดอย่าง No-Code Development จึงทำให้เราสามารถสร้างหน้ารายงานที่ซับซ้อนได้ง่ายขึ้น สามารถเริ่มต้นการใช้งานแบบ Personal Version ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย การเริ่มต้นใช้งานก็ไม่ยุ่งยากเพียงแค่ Drag-and-Drop ข้อมูล ก็ทำให้เราได้ Dashboard หน้าตาสวย ๆ ที่เหมาะกับแต่ละประเภทการใช้งานอีกด้วย 

Highlight:

  • เริ่มต้นการใช้งานได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย เปิดให้ใช้งานได้ครบทุกฟังก์ชัน
  • หน้าตาเครื่องมือการใช้งานคล้าย Excel เพียงแค่ Drag-and-Drop
  • สามารถสร้างแผนภูมิและกราฟได้มากกว่า 50 แบบ สร้างสรรค์ Dashboard ได้หลากหลาย
  • มีระบบ Data Decision Analysis System หรือการวิเคราะห์การตัดสินใจข้อมูลที่ไม่ซับซ้อน
  • สามารถเชื่อมต่อเข้ากับฐานข้อมูลได้ทุกประเภท
  • มีฟีเจอร์การใช้งานเด็ด ๆ ไม่ว่าจะเป็น Report Creation, Report Permission Assignment, Report Management และ Data Entry

ราคา : ทดลองการใช้งานได้ฟรี ราคาเริ่มต้นการใช้งานต่อครั้งที่  $1 สามารถติดต่อสอบถามราคาและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.finereport.com/en/contact-us

เริ่มต้นการใช้งานได้ที่ : https://www.finereport.com/en/

6. Databox

ภาพจาก : capterra

เครื่องมือด้าน Business Analytics ชิ้นสำคัญสำหรับระดับผู้บริหารที่ต้องการเข้าใจภาพรวมทั้งหมดของธุรกิจอย่างครบถ้วน ภายในหน้า Dashboard เดียว ซึ่ง ‘Databox’ จะช่วยดึงข้อมูลจากแหล่งข้อมูลได้มากกว่า 70 แหล่ง มาวิเคราะห์ พร้อมแสดง Performance ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลยอดขายสินค้า จำนวนของผู้เข้าชมเว็บไซต์ เพื่อสร้าง KPIs วัดผลตามเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ ทำให้คุณสามารถเข้าใจสถานการณ์ของธุรกิจที่คุณกำลังเผชิญอยู่ เพื่อที่จะสามารถตัดสินใจทางเลือกต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจนแม่นยำมากขึ้น

Highlight:

  • ดึงข้อมูลมาสร้าง Dashboard ได้ง่าย เพียงแค่ Drag-and-drop 
  • มีตัวอย่าง Dashboard และ Metrics สำหรับข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ เช่น Google Analytics, Facebook Pages, Facebook Ads, Stripe, HupSpot และ LinkedIn เป็นต้น
  • เชื่อมต่อเข้ากับแหล่งข้อมูลได้มากกว่า 70 แหล่ง หรือเลือกดึงข้อมูลโดยตรงจาก Google Sheets ซึ่งเมื่อมีการอัปเดตข้อมูลในตาราง ระบบจะวิเคราะห์และแสดงผลทันที
  • สามารถตั้งเป้าหมายและติดตามความคืบหน้าตาม KPIs ที่ได้ตั้งไว้ หรือนำข้อมูลมาเปรียบเทียบเป็นแบบรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน และอื่น ๆ
  • สามารถวิเคราะห์แนวโน้ม Performance ในอนาคตได้ จากข้อมูลในอดีต รวมถึงสามารถหาความสัมพันธ์กันของข้อมูลนั้น ๆ ได้อีกด้วย
  • ปรับแต่งมุมมองการแสดงผลของข้อมูลได้ ทำให้สะดวกต่อการดูข้อมูลเพียงบางส่วน
  • เข้าดูหน้า Dashboard แบบ Real time ไม่ว่าจะเป็นบน Desktop, TV, Mobile และ Apple watch พร้อมข้อความแจ้งเตือนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
  • สามารถตั้งแชร์หน้า Dashboard ให้ผู้อื่นดูได้

ราคา : เริ่มต้นใช้งานแบบ Free plan ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย หากต้องการปลอดล็อกฟีเจอร์อื่น ๆ เริ่มต้น $49 ต่อเดือน สามารถทดลองใช้งานได้ฟรี 14 วัน ดูรายละเอียดแพคเกจเพิ่มเติมได้ที่ https://databox.com/pricing

เริ่มต้นการใช้งานได้ที่ : https://databox.com

7. Zoho Analytic

ภาพจาก : softwaresuggest

มาถึงเครื่องมือชิ้นสุดท้ายอย่าง Zoho Report หรือชื่อในปัจจุบันคือ ‘Zoho Analytic’ หลายคนอาจจะพอรู้จัก Zoho จากระบบจัดการ CRM ตัวเครื่องมือนี้เป็นซอฟต์แวร์ด้าน Business Intelligence ที่ช่วยให้เราสามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกออกมาเป็นรูปภาพได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที และยังสามารถตั้งให้ Auto Generate หน้ารายงานนั้นออกมาได้ แม้ค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงทุกฟังก์ชันการใช้งานจะค่อนข้างสูงตกปีละ 8,000 กว่าบาทเลยก็ตาม แต่ทำให้เราสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่นในการทำ CRM เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับธุรกิจของเราได้อีกด้วย

Highlight:

  • เริ่มต้นการใช้งานเชื่อมต่อข้อมูลกับ Spreadsheet ได้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย
  • เหมาะสำหรับองค์กรที่ไม่ได้ชำนาญด้าน Technical Coding เท่าไหร่ สามารถหยิบจับเครื่องมือมาใช้งานได้ง่าย
  • สามารถเชื่อมต่อแหล่งข้อมูลได้หลากหลาย รองรับฐานข้อมูลจำนวนมากได้
  • ฟีเจอร์ Auto Analysis โดยใช้ AI เข้ามาช่วยสร้างรูปแบบของหน้า Dashboard ให้เหมาะสมกับลักษณะข้อมูลประเภทนั้น ๆ

เริ่มต้นการใช้งานได้ที่ : https://www.zoho.com/th/analytics/

สรุปทั้งหมด

ในปัจจุบันที่หลายธุรกิจให้ความสำคัญกับการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลมากยิ่งขึ้น เพื่อนำไปต่อยอดการวางแผนกลยุทธ์ในด้านต่าง ๆ ดังนั้นด้วย 7 เครื่องมือที่จะช่วยให้คุณอธิบายข้อมูลยาก ๆ ให้ออกมาเป็นภาพด้วย Data Visualization Tools ที่เราได้รวบรวมมาฝาก ที่มีเครื่องมือตั้งแต่ระดับมือใหม่วิธีการใช้งานง่าย จนถึงระดับสูงที่ต้องอาศัยเทคนิคด้านการวิเคราะห์และ Coding ทำให้ธุรกิจของคุณสร้างสรรค์การวิเคราะห์ข้อมูลได้มากกว่าตารางในหน้า Excel

ถึงแม้เราจะไม่ได้เป็น Data Analyst ก็ตาม แต่เราก็สามารถจัดระบบข้อมูลขององค์กรที่มีมากมายมหาศาลถ่ายทอดให้ผู้อื่นเข้าใจได้ง่าย และประหยัดเวลาในการยกข้อมูลไปนั่งจัดทำทีละรอบเวลานำไปรายงานหรือลงสไลด์แต่ละครั้งให้มีประสิทธิภาพ ดีไซน์สวยงามมากยิ่งขึ้น พร้อมให้สามารถหยิบจับแต่ละค่ามาใช้เปรียบเทียบกันได้ทันที ช่วยให้ธุรกิจของเราตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ

Source : Adges.net, Blog.ourgreenfish, techstarthailand, autosoft, 1moby, skooldio, d4biz, coraline, 9experttraining




ไม่พลาดทุกข้อมูลที่ช่วยให้ธุรกิจคุณเติบโตได้เร็วยิ่งขึ้น

ติดตามได้หลากหลายช่องทางที่คุณสะดวก ไม่ว่าจะเป็น e-mail, line หรือ youtube
Subscribe