Articles
Light
Dark
Light
Dark

Influencer Marketing 2020 Guide รวมเนื้อหาที่คุณต้องรู้สำหรับการทำ Influencer Marketing ในปี 2020

Stage 2 : Not Enough Traffic
Influencer Marketing 2020 Guide รวมเนื้อหาที่คุณต้องรู้สำหรับการทำ Influencer Marketing ในปี 2020
PEA TANACHOTE

อดีตนักร้อง ที่ผันตัวมาเขียนคอนเทนต์ เชียร์ลิเวอร์พูล ชอบดู We Bare Bears นักเขียนคอนเทนต์ที่ใครๆ ก็ต้องการตัว (โดยเฉพาะตำรวจ)

นักเขียน
PEA TANACHOTE
PEA TANACHOTE

อดีตนักร้อง ที่ผันตัวมาเขียนคอนเทนต์ เชียร์ลิเวอร์พูล ชอบดู We Bare Bears นักเขียนคอนเทนต์ที่ใครๆ ก็ต้องการตัว (โดยเฉพาะตำรวจ)

นักเขียน

เลือกอ่านตามหัวข้อ

Influencer Marketing เข้ามามีบทบาทกับธุรกิจต่างๆ ในบ้านเราเป็นเวลาเกือบ 5 ปีแล้ว และยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตมากขึ้นทุกปี ตามอัตราการเข้าถึง Social Media ของประชากรไทย ซึ่งในปี 2019 ที่ผ่านมา มีอัตราการเข้าถึง Social Media ของคนไทยสูงถึง 72% หรือเกือบ 5.2 ล้านคนของประชากรทั้งประเทศ ประกอบกับการที่สื่อชนิดเก่า เริ่มค่อยๆ ลดบทบาทตนเองลงทุกวัน

ถ้าจะให้เปรียบเทียบว่า Social Media คือทำเลทองของการทำการตลาดในยุคปัจจุบันก็คงไม่ผิดแปลกอะไร เพราะสาเหตุนี้เองทำให้การเติบโตของการทำ Influencer Marketing เพิ่มมากขึ้นไปโดยปริยาย แถมในปัจจุบันนี้ ความยืดหยุ่นของการทำ Influencer Marketing ก็มีมากขึ้นด้วย ไม่จำเป็นว่าคุณต้องเป็นดาราหรือเนตไอดอลอะไร เพียงแค่มี “ยอดผู้ติดตาม” ของตัวเองอยู่ในมือ ทุกคนก็สามารถเป็น Influencer ได้ทั้งหมด

สะท้อนให้เห็นว่าปัจจุบัน Influencer Marketing เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องและเป็นเครื่องมือสำคัญที่แบรนด์ต่างๆ ขาดไม่ได้จริงๆ

Influencer Marketing ความหมายที่แท้จริงของคำๆ นี้คืออะไร ?

ถ้าจะให้พูดถึงด้านของรากศัพท์ของความหมาในคำว่า Influencer Marketing นั้นมาจากคำว่า Influence ที่แปลว่า การจูงใจ การทำให้หลงเสน่ห์ มีอิทธิพล รวมกับคำว่า Marketing ที่แปลว่าการทำการตลาด กล่าวก็คือ เป็นการทำการตลาดโดยการใช้บุคคลที่สามารถสร้างแรงจูงใจ สร้างอิทธิพล ให้กับผู้คนได้นั่นเอง

ซึ่งการทำการตลาดที่ว่านั่นก็สามารถทำได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะการสร้าง Content ในแพลทฟอร์มต่างๆ (Facebook , Instagram , Youtube) ไปจนถึงการลงรูป,วีดีโอ เพื่อโปรโมทหรือรีวิวสินค้าผ่านช่องทางต่างๆ โดยเราจะเรียกคนที่มีหน้าที่เหล่านี้ว่า Influencer ที่แบรนด์สามารถใช้พวกเขาเป็นตัวกระจายสินค้าหรือภาพลักษณ์แบรนด์ไปกลุ่มเป้าหมายกลุ่มได้

โดยคนที่จะเป็น Influencer นั้นส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นคนที่มีชื่อเสียงอยู่บ้างในโลกออนไลน์ หรือไม่ก็เป็นคนที่มีผู้ติดตามผ่านทางช่องทางโซเชียลต่างๆ เยอะ เปรียบเหมือน Key Of Leader (KOLs) เป็นผู้นำหรือผู้เชี่ยวชาญในด้านใดด้านหนึ่ง สามารถสร้างอิทธิพลและความน่าเชื่อถือในการชักจูงใจให้แก่ผู้ติดตามได้

ทำให้ในฝั่งของตัวผู้บริโภคเองก็เกิดความอยากรู้อยากลอง อยากทำตามคนที่พวกเขาชื่นชอบ คนที่พวกเขาเห็นว่าใช้แล้วมีประโยชน์ จนเกิดเป็นการซื้อสินค้าและสนับสนุนแบรนด์นั้นๆ ขึ้นในที่สุด

ประเภทของ Influencer ปี 2020 ในตลาดของไทย มีอะไรบ้างและมีข้อดีอย่างไร

สำหรับ Influencer Marketing  นั้นถ้าเจาะรายละเอียดลงไปแล้ว พวกเขาจะมีการแบ่งระดับหรือ Stage ของตัวเองไว้อยู่แล้ว โดยเกณฑ์ที่จะนำแบ่งระดับของพวกเขาก็คือจำนวนผู้ติดตามในช่องทางโซเชียลมีเดียของเขานั่นเอง

แน่นอนว่า ซึ่งในแต่ละประเภทก็จะสร้างอิมแพคที่แตกต่างกันออกไป ทั้งในเรื่องความน่าเชื่อถือ , Rate ราคา , จำนวนผู้ติดตาม , คุณภาพของการสร้างสรรค์ Content และอิมแพคในการดึงดูดคนให้กลายมาเป็นลูกค้า โดยประเภทของ Influencer ในตลาดของไทยแบ่งได้เป็น 5 ประเภทด้วยกันได้แก่

  • Nano Influencer

Stage ที่เล็กที่สุดและมีจำนวน Influencer ในตลาดเยอะที่สุด มีผู้ติดตามในโซเชียลมีเดีย ตั้งแต่ 1,000 – 10,000 คน ข้อดีก็คือราคาไม่สูงมาก ถ้าเทียบกับระดับอื่น  สามารถให้ Influencer หลายคนสร้างสรรค์ Content ได้พร้อมๆ กันในทีเดียวแบบกระจายวงกว้าง และทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ดูมีความเป็นจริงมากกว่า

  • Micro Influencer

หรือเรียกอีกชื่อว่า Everyday Influencer มีผู้ติดตามในโซเชียลมีเดีย ตั้งแต่ 10,000 – 50,000 คน ข้อดีและประโยชน์ก็จะมีความคล้ายคลึงกับ Nano Influencer แต่สามารถเข้าถึงผู้คนได้มากกว่าด้วยจำนวนผู้ติดตามที่มากกว่า โดยระดับ Micro Influencer นี้ถือว่าเป็น Influencer ที่สามารถใช้งานได้ดีและเข้ากับสินค้าและแบรนด์ได้ง่าย เพราะยังไม่มีตัวตนที่ชัดเจนมาก

  • Mid-Tier Influencer

มีผู้ติดตามในโซเชียลมีเดีย ตั้งแต่ 50,000 – 100,000 คน เป็นระดับที่หลายแบรนด์ต่างๆ ต้องการ เพราะสามารถสร้าง Brand Awareness ได้ดีในระดับนึง รวมไปถึงการสร้างสรรค์ Content ที่เข้าถึงผู้บริโภคได้ดีกว่า 2 อันดับแรก (แต่เรทราคาก็สูงตามขึ้นไป)

  • Macro Influencer

มีผู้ติดตามในโซเชียลมีเดีย ตั้งแต่ 100,000 – 1,000,000 คน ข้อดีคือมีผู้ติดตามในจำนวนมาก สร้าง Brand Awareness ได้ดี แต่ส่วนใหญ่ใน Stage นี้ตัวตนของ Influencer จะเริ่มมีความเป็นมืออาชีพในการสร้าง Content มากกว่า และมีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น เช่นเกี่ยวกับด้านความงาม ด้านท่องเที่ยว ด้านอาหาร ด้านการออกกำลังกาย ด้านเทคโนโลยี ทำให้เข้าถึงและเจาะจงกลุ่มเป้าหมายที่แบรนด์ต้องการได้ง่ายขึ้น

  • Mega Influencer

มักเรียกอีกชื่อว่า “Celebety”  มีผู้ติดตามในโซเชียลมีเดียตั้งแต่ 1,000,000 คนขึ้นไป ซึ่งถือว่ามากที่สุดในทุกระดับ  โดยอาชีพส่วนใหญ่ของระดับนี้ก็มักจะเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคม เป็นนักแสดง ดารา นักกีฬา เหมาะสำหรับการสร้าง Brand Awareness แบบวงกว้าง ต้องการเข้าถึงคนจำนวนมากๆ ไม่เจาะจงถึงกลุ่มเป้าหมาย (แน่นอนว่าราคาก็สูงที่สุดเช่นกัน)

ประเภทของ Influencer

ทำไมปี 2020 Influencer ถึงมัดใจลูกค้าได้มากกว่าการโฆษณาแบบเก่าๆ หรือแม้แต่โฆษณาออนไลน์บางส่วน

“เพราะ 49% ของผู้บริโภคมักเชื่อมั่นในการแนะนำและการรีวิวจาก Influencer มากกว่าการดูโฆษณาธรรมดา”
Digitalmarketinginstitute

ต้องกล่าวอย่างนี้ครับว่า ข้อดีของการทำ Influencer Marketing ที่แตกต่างจากการทำโฆษณาแบบอื่นๆ คือ มันมีความน่าเชื่อถือมากกว่า เพราะ Influencer พวกเขาก็คือคนธรรมดาๆ แบบเราๆ นี่แหละครับ ไม่ได้มีความพิเศษที่แยกตัวออกมาโดดเด่นชัดเจนเหมือนดารา ซึ่งจะให้ความรู้สึกที่ดูจริงและใกล้ตัวเรามากกว่า

แน่นอนว่าพฤติกรรมของคนเราก็มักจะเชื่ออะไรที่ดูเป็น “ความจริง” มีชีวิตมากกว่าการโฆษณาแบบทั่วๆ ไปอยู่แล้ว และการที่มีคนออกมาขายสินค้าให้กับแบรนด์ ผู้บริโภคก็มักจะเชื่อมากกว่าที่แบรนด์ออกมาขายเอง เพราะ ผู้บริโภคเห็นแล้วว่า มีคนมาพิสูจน์สินค้าและบริการนั้นๆ ว่ามันดีจริง

ส่วนปัจจัยอีกข้อนั่นก็คือ Influencer Marketing มันง่ายต่อการเจาะจงสิ่งต่างๆ ได้อย่างชัดเจนครับ กล่าวคือถ้าเราลองเปรียบเทียบการโฆษณาแบบเก่าๆ คุณไม่มีสิทธิ์เลือกได้เลยว่าจะให้โฆษณาไปปรากฎที่คนกลุ่มใดบ้าง พรีเซนเตอร์ที่คุณเอามาโปรโมทนั้นจะถูกจริตกลุ่มลูกค้าหรือเปล่า

วิธีการใช้ Influencer นี้คุณจะสามารถเลือกได้เลยว่า คุณต้องการให้คนที่จะมาเป็น Influencer มีคาแรคเตอร์อย่างไร มีวิธีการสร้างสรรค์ Content แบบใด กลุ่มเป้าหมายจะเป็นคนแบบไหน คุณกำหนดได้หมด ซึ่งจะทำให้เจาะจงความต้องการของแบรนด์ได้มากขึ้นนั่นเอง

ซึ่งกลยุทธ์นี้ในบ้านเราจะเหมาะสำหรับแบรนด์ที่มีสินค้าออกใหม่อยู่บ่อยๆ เพราะการใช้ Influencer จะสามารถกระจายสารไปสู่กลุ่มเป้าหมายได้เร็วกว่าการโฆษณาแบบเดิมๆ จึงทำให้ Influencer Marketing ได้รับความนิยมในประเทศไทย

สถิติจาก Oberlo บอกว่า 93% ของนักการตลาดในปี 2019 เริ่มหันมาใช้ Influencer Marketing กันแล้ว
ภาพจาก Oberlo
สถิติจาก Mediakix โชว์ให้เห็นว่าจากการสำรวจ มีนักการตลาดแค่ 5% จากทั้งหมด ที่ยังคิดว่า Influencer Marketing ยังไม่จำเป็นกับธุรกิจ ถือว่าน้อยมากๆ
ภาพจาก Mediakix

Hack ให้ถูกจุด ! ประเภทของสินค้าและแบรนด์ที่เหมาะแก่การทำ Influencer Marketing 2020

แม้ว่าในปี 2020 นี้กระแส Influencer Marketing กำลังมาแรง และเริ่มกลายเป็นกลยุทธ์ที่ขาดไม่ได้สำหรับหลายแบรนด์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการใช้กลยุทธ์นี้จะต้องสำเร็จตามเป้าหมายทุกครั้งนะครับ กล่าวก็คือบางธุรกิจก็อาจไม่ได้เหมาะกับการใช้ Influencer Marketing เท่าไหร่นัก

จากที่เราได้สังเกตุกันในโซเชียลมีเดียว่า ส่วนใหญ่การทำ Influencer Marketing นั้นจะเน้นไปทาง เครื่องสำอางค์ , การท่องเที่ยว รีวิวที่พัก โรงแรม ไปจนถึงของกิน ร้านอาหารต่างๆ สาเหตุก็เพราะ Influencer Marketing นั้นจะส่งผลได้ดีกับกลุ่มลูกค้ามากกว่า เมื่อใช้กับสินค้าหรือแบรนด์ที่เกี่ยวข้องกับ ความรู้สึก,ความต้องการ , อารมณ์ร่วม เช่น อยากลอง อยากกิน อยากไป เป็นต้น

อ้างอิงจากสถิติล่าสุดของ Thailand Influencer จาก Wisesight จะเห็นได้เลยว่าสถิติของ Influencer ที่มีการเติบโตได้เร็วที่สุด ก็คือ Influencer สายอาหารและสายสัตว์เลี้ยง ซึ่งเห็นได้ชัดๆ เลยครับว่าเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อความรู้สึกและอารมณ์ของเราทั้งนั้น

ภาพจาก Wisesight

เทรนด์ในการทำ Influencer Marketing ในปี 2020 มีอะไรที่คุณต้องรู้บ้าง ?

เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าศาสตร์ของความเป็น Digital Markeing นั้นไม่มีอะไรแน่นอนและคงที่อยู่ตลอดเวลา Influencer Marketing ก็เช่นกันครับ ซึ่งเทรนด์ก็จะเปลี่ยนไปตามพฤติกรรมผู้บริโภคและการวางแผนในการทำการตลาดของเรา

แต่ในบทความนี้เราได้รวบรวมเทรนด์สำคัญๆ ในการทำ Influencer Marketing ที่จะได้เจอในปี 2020 ให้คุณแล้ว จะมีอะไรบ้างนั้นและจะเป็นประโยชน์กับตัวคุณและธุรกิจได้แค่ไหน ลองมาดูกัน!

1. Nano และ Micro มาแรง แซงทุกระดับ

สำหรับเทรนด์นี้ ถ้าใครที่คลุกคลีอยู่ในแวดวง Digital Marketing น่าจะเริ่มสังเกตุกันได้แล้ว ว่าในปัจจุบัน Influencer ที่กำลังมาแรงที่สุด คือ Influencer ระดับ Nano ไปจนถึง Micro สาเหตุเพราะพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป พวกเขาอยู่กับสื่อโซเชียลทุกวัน จนรู้แล้วว่าการใช้ Influencer เป็นส่วนหนึ่งของการทำการตลาด นั่นทำให้พวกเขาเชื่อ Influencer ระดับใหญ่ๆ น้อยลง (ดูรู้เลยว่าขายของ)

ในทางกลับกันกลุ่มลูกค้ากลับมีเปอร์เซนต์ที่จะเชื่อกลุ่ม Influencer ในระดับ Nano และ Micro มากขึ้น เพราะด้วยจำนวนผู้ติดตามที่ไม่ได้เยอะมากมาย ทำให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้น ดูมีความจริงใจมากกว่า เหมือนคนใกล้ตัวเราเป็นคนแนะนำ มีความหลากหลายมากกว่าเดิม

แม้ถ้าวัดกันตามจำนวนผู้ติดตามจะน้อยกว่า แต่สถิติจาก Socialmediatoday บ่งชี้เลยครับว่า Nano Influencer และ Micro Influencer สร้าง Conversion Rate , Engagement ได้ดีกว่าระดับอื่นๆ

อีกทั้งในมุมผู้บริโภคก็มีถึง 61% ที่เลือกเชื่อ Content ที่ Nano Influencer และ Micro Influencer เป็นคนผลิตมากกว่า Influencer ระดับอื่น

ภาพจาก socialmediatoday

2. หมดยุค Influencer มีหน้าที่แค่โฆษณาเฉยๆ แล้ว

“ 92% ของผู้บริโภค ต้องการเห็น Influencer โฆษณาโดยการใช้การเล่าเรื่องที่สร้างสรรค์มากกว่ารูปแบบอื่นๆ”
Socialmediatoday

อย่างที่ผมได้เคยบอกไปครับว่าด้วยความที่ปัจจุบัน ทุกคนที่มีผู้ติดตามอยู่ในโซเชียลมีเดียก็สามารถเป็น Influencer ได้หมด มันเลยทำให้การแข่งขันของตลาด Influencer ด้วยกันสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่ง Influencer แต่ละคนก็จะมีวิธีการเล่าเรื่อง วิธีการสร้าง Content ที่แตกต่างกันออกไปด้วย

โดยเทรนด์สำคัญของปี 2020 นี้คือการเล่าเรื่องให้เป็นเอกลักษณ์ สร้างจุดขายของตัวเอง หรือจะให้พูดอีกแง่หนึ่งก็คือ ผู้บริโภคส่วนใหญ่เบื่อแล้วกับการที่ Influencer ลงรูป แล้วก็ขายของเฉยๆ แบบโจ่งแจ้ง โดยไม่มีการเล่าเรื่องอะไรเลย ไม่มีอารมณ์ร่วมกับสินค้าและแบรนด์

คุณอาจลองหา Influencer ที่มีความครีเอทีฟสูง มีวิธีการเล่าเรื่องที่สร้างสรรค์ สนุกสนาน Feed ความรู้ให้ลูกค้าดูได้ไม่เบื่อ แม้จะเป็นการขายของก็ตาม (นอกจากจะเป็น Influencer แล้วยังต้องมีความเป็น Content Creator อยู่ในตัวด้วย)

ซึ่งมีตัวเลขออกมาว่า 60% ของผู้บริโภคจะรู้สึกไม่โอเคกับการที่ Influencer Tie In สินค้าต่างๆ ในลักษณะอวยเกินจริง เพราะการที่ยัดแต่เรื่องโฆษณาสินค้าเกินไป จะทำให้คอนเทนต์นั้นดูไม่น่าเชื่อถือ ส่งผลให้ลูกค้ามีความรู้สึกด้านลบให้กับตัว Influencer และแบรนด์

แต่สุดท้ายยังไงก็ต้องย้อนกลับมาดูที่แบรนด์หรือสินค้าของคุณอยู่ดี ว่าเหมาะกับการใช้ Influencer ลักษณะไหนและควรสร้างสรรค์การเล่าเรื่องเป็นอย่างไรครับ

3. Instagram ยังฮิตอยู่ตลอด แต่แพลทฟอร์มทางเลือกก็มีอิทธิพลมากขึ้น

หลายคนมักจะยึดติดที่อยู่ของ Influencer ว่าต้องเป็นแค่ Facebook , Instagram , Twitter และ Youtube เท่านั้น ซึ่งพูดในความเป็นจริง ก็ปฏิเสธไม่ได้ครับ เพราะ 4 แพลทฟอร์มนั้น ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศ

สำหรับปี 2019 ที่ผ่านมา แพลทฟอร์มอันดับ 1 ของการทำ Influencer Marketing ยังคงเป็น Instagram (74%) และอันดับ 2 คือ Twitter (51%)

แต่ความน่าสนใจมันอยู่ตรงที่ พฤติกรรมผู้บริโภคของไทย พวกเขาก็ยังคงเลือกเสพสื่อที่เป็นภาพ มากกว่าตัวอักษรอยู่ดี ประกอบกับการมีแพลทฟอร์มใหม่ๆ เกิดขึ้นในตลาดตลอด มันเลยเป็นโอกาสให้แพลทฟอร์มทางเลือกอื่นๆ เริ่มมีอิทธิพลมากในวงการ Influencer มากขึ้น เช่น Pinterest , TikTok

ภาพจาก alphaconcept

โดยเฉพาะ TikTok แพลทฟอร์มที่กำลังได้รับความนิยมและเริ่มมีอิทธิพลในวัยรุ่น Gen Z ของไทยอยู่ตอนนี้ มีอัตราการเติบโตที่ดีขึ้นตลอด ซึ่งน่าสนใจมากๆ กับสินค้าหรือแบรนด์ที่ต้องการเจาะกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่น (อายุประมาณ 16 – 24 ปี)

เรียกได้ว่าการจะทำ Influencer Marketing 2020 ให้มีประสิทธิภาพนั้น นอกจากใส่ใจกับแพลทฟอร์มหลักแล้ว ก็อย่าลืมใส่ใจแพลทฟอร์มทางเลือกอื่นๆ ด้วยเช่นกันนะครับ

สังเกตุได้ว่า TikTok เป็นแอปพลิเคชั่นที่มียอดดาวน์โหลดอยู่เป็นอันดับ 4 ของไทยเลย
ภาพจาก Wearesocial , Hootsuite

4. สถิติฟ้อง Video Content ประสิทธิภาพยืนหนึ่ง

ยังคนยืนหนึ่งในปี 2020 แน่นอนครับ สำหรับการทำ Video Content ที่เรียกได้ว่าไม่ว่าจะอยู่ในแพลทฟอร์มไหน ก็ยังคงใช้ได้และสร้างอิมแพคให้กับสินค้าหรือแบรนด์คุณได้อยู่ตลอด

เหมือนที่ผมได้บอกไปในข้อที่แล้วว่าพฤติกรรมผู้บริโภคไม่ชอบอ่านอะไรที่เป็นข้อความอยู่แล้ว ยิ่งเป็น Video เราจะได้เห็นความสมจริงมากกว่ารูปภาพปกติ เลยทำให้ Video เป็น Format ที่ได้รับความนิยมและสามารถสร้าง Enagement , Organic Reach ได้ดีอยู่แล้วบน Social Media

ภาพจาก Oberlo

ยิ่งไปกว่านั้น ในตอนนี้ คำว่า Video Content ก็สามารถแบ่งออกมาได้อีกว่า จะเป็น Video ในรูปแบบไหน เช่น Short Form Video , Long Form Video , Live Video , IGTV , Story และอื่นๆ ทำให้ตัวคุณสามารถเลือกได้เลยว่าอยากให้ Content ของคุณออกมาเป็นสไตล์ไหน ปรากฏบนแพลทฟอร์มไหน

แต่สำหรับ Influencer Marketing ในปี 2020 นั้น ผมอยากให้คุณลองให้ความสำคัญกับ Live Video ดูครับเพราะจากสถิติจาก Socialmediatoday บ่งชี้ว่าผู้ใช้งานจะใช้เวลามากกว่าเดิมถึง 3 เท่าในการดูวีดีโอที่เป็น Live Video แถมยังสร้าง Engagement ได้ดีด้วย ยิ่งถ้าเป็น Influencer ดังๆ เป็นคน Live เองน่าจะสร้างอิมแพคได้ในระดับดีเลยทีเดียวครับ

5. รู้ตัวตนของ Influencer แต่ละคน

ถ้าจะให้บอกว่าประเทศไทยในช่วงปีที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตของ Influencer Marketing ที่สูงขึ้นก็คงไม่แปลกครับ เพราะตลาด Influencer ของไทยมีเอกลักษณ์ในเรื่องของตัวตน Influencer ที่ชัดเจน

กล่าวคือแต่ละคน แต่ละเพจ ก็จะมีตัวตนหรือคาแรคเตอร์ที่แตกต่างกันออกไปเช่น สายเทคโนโลยี สายท่องเที่ยว สายของกิน สายไลฟ์สไตล์ สายอสังหาที่อยู่อาศัย สายกีฬา และอื่นๆ อีกเพียบ

นั่นเป็นสิ่งที่นักการตลาดอย่างเรา ต้องเข้าใจในธรรมชาติและวิธีการนำเสนอของ Influencer ในปี 2020 แต่ละคน แต่ละเจ้าครับ แม้ว่าบางที Influencer บางคน เขาอาจไม่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายของเรา ไม่ใช่ตัวตนที่เรามองหา แต่วิธีการสร้างสรรค์ Content ของเขาอาจจะทำออกมาได้ดีก็ได้ มีความครีเอทีฟสูง สร้างไวรัลให้กับโลกออนไลน์ได้ คนจำแบรนด์ได้แน่นอน

หรืออีกกรณีคือพวกเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์นั้นจริงๆ แม้ผู้ติดตามจะไม่เยอะ แต่ถ้า Content อะไรที่ออกมาจากเขา จะมีความน่าเชื่อถือมากกว่าคนอื่นๆ เป็นศาสดาของแต่ละสาย ก็สามารถสร้าง Lead สร้างยอดขาย ให้กับสินค้าหรือแบรนด์ของคุณได้เช่นกันครับ

ภาพจาก Becausexm

6. สามารถใช้ประโยชน์จาก Influencer ได้ในระยะยาว

ผมว่าในปี 2020 นี้น่าจะหมดยุคสำหรับการที่นักการตลาดต้องยอมจ่ายเงินจำนวนมาก เพื่อให้ Influencer ลงรูป ลงคอนเทนต์โปรโมทสินค้าแค่โพสต์เดียวและหลังจากนั้นก็จบกัน ทำเหมือนไม่รู้จักกันมาก่อน !

โดย Whisttler ได้ออกมาทำการสำรวจว่า ผู้บริโภค 84% ไม่ชอบการทำ Influencer Marketing แบบนั้นเท่าไร พวกเขาได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมเอาไว้ว่า การที่ Influencer ลงโพสต์แค่รูปเดียว ละก็หายจากกันไปเลยนั้น มันดูไม่มีความจริงใจและไม่น่าเชื่อถือ

ดังนั้นในปี 2020 นี้การที่นักการตลาดจะหา Influencer มาซักคนอาจจะต้องมองหาผลประโยชน์ที่จะได้รับจากพวกเขาในระยะยาวหน่อยนะครับ ดูว่าถ้าเวลาผ่านไปเราจะสามารถใช้ประโยชน์จาก Influencer เจ้านี้ได้อยู่อีกหรือไม่

ยิ่งเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูง คุณต้องเลือกดีๆ เลยครับว่า Influencer ที่เลือกมานั้นจะมีเคมีที่เข้ากับแบรนด์หรือสินค้าของเรามากน้อยเพียงใด และอย่าลืมเช็ค Feedback , สถิติ ว่า Influencer ที่เลือกมานั้นสามารถสร้าง Awareness , Reach , Engagement ให้กับแบรนด์ของเราได้จริงๆ หรือเปล่า ก็เป็นอีกเรื่องที่คุณต้องศึกษาอยู่ตลอดเช่นกันครับ

สรุปทั้งหมด

“ในปี 2020 Influencer Marketing ยังคงเติบโตขึ้นตลอดในไทย”

สำหรับใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังเกิดความลังเลว่าการทำ Influencer Marketing จะเติบโตไปได้อีกแค่ไหน ในตลาดของประเทศไทย ผมบอกตรงนี้เลยครับว่า Influencer Marketing ยังสามารถเติบโตได้อีกเรื่อยๆครับ และสามารถเป็นอีกกลยุทธ์ที่นักการตลาดสามารถเดินเกมส์ได้

โดยส่วนตัวแล้วผมว่าความสำคัญของศาสตร์นี้ ต้องขึ้นอยู่กับการตามเทรนด์ให้ทัน ศึกษาสถิติต่างๆ อยู่ตลอด เพราะ Influencer Marketing ก็ไม่ต่างอะไรกับการทำการตลาดออนไลน์ศาสตร์อื่นๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลาและต้องขึ้นอยู่กับเทรนด์ในแต่ละช่วง

ผมหวังว่าทุกคนคงได้ความรู้จากบทความนี้ เพื่อนำไปปรับใช้กับการทำการตลาดของพวกคุณกันนะครับ สำหรับใครที่ชอบในบทความนี้ สามารถกดแชร์ส่งต่อความรู้ดีๆ ไปสู่ผู้อื่นกันได้เลยนะครับ

แหล่งอ้างอิง: Socialmediatoday , Influencermarketinghub , whisttler , business2communit



Subscribe