Stage : 3 Not Enough Sells & Users

TikTok vs Reels vs Shorts เปรียบเทียบความต่างแพลตฟอร์มวิดีโอสั้น ช่องทางไหนเหมาะกับธุรกิจคุณที่สุด?!

TikTok vs Reels vs Shorts เปรียบเทียบความต่างแพลตฟอร์มวิดีโอสั้น ช่องทางไหนเหมาะกับธุรกิจคุณที่สุด?!
Light
Dark
Cartoon Tanaporn
Cartoon Tanaporn

มนุษย์เป็ดเขียนคอนเทนต์ ชอบเขียนมากกว่าพูด เสพติดการมองพระจันทร์เป็นชีวิตจิตใจ และหลงใหลในช่วงเวลา Magic Hour ของทุกวัน

นักเขียน

ปัจจุบันแพลตฟอร์ม ‘วิดีโอสั้น’ ได้เข้ามาเปลี่ยนวิธีการนำเสนอคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียให้มีความแตกต่างจากคอนเทนต์ในรูปแบบเดิม ๆ ไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งทำให้เราสามารถเข้าใจข้อมูลที่แบรนด์หรือธุรกิจต้องจะสื่อออกมาได้อย่างรวดเร็วมากขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่วินาที รวมถึงยังเข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมการเสพข้อมูลของคนยุคใหม่ไปแบบไม่มีวันย้อนกลับมาอีกด้วย

เราจึงปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันเทรนด์วิดีโอสั้นนั้นมาแรงสุด ๆ จนหยุดไม่อยู่แล้ว และกลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่น่าจับตามองที่สุดสำหรับนักการตลาดในยุคนี้ ซึ่งปัจจุบันก็มีแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นอยู่หลัก ๆ ด้วยกัน 3 ช่องทาง นั่นก็คือ TikTok, Instagram Reels และ YouTube Shorts โดยในแต่ละแพลตฟอร์มก็มีจุดเด่นของตัวเองแตกต่างกันไป

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าช่องทางไหนเหมาะกับธุรกิจของคุณที่สุด วันนี้ The Growth Master จึงได้สรุปความแตกต่างวิดีโอสั้นระหว่าง TikTok, Instagram Reels และ YouTube Shorts มาให้คุณแล้วในบทความนี้

ไม่พลาดทุกข้อมูลที่ช่วยให้ธุรกิจคุณเติบโตได้เร็วยิ่งขึ้น

ติดตามได้หลากหลายช่องทางที่คุณสะดวก ไม่ว่าจะเป็น e-mail, line หรือ youtube
Subscribe

ทำไมวิดีโอสั้นถึงเป็นรูปแบบคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน?

วิดีโอสั้นเป็นรูปแบบคอนเทนต์ที่ทำให้เราเข้าใจข้อมูลนั้น ๆ ได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น เพราะมีความกระชับ ย่อยง่าย เข้าถึง Key Message ที่ครีเอเตอร์ต้องการจะสื่อได้เลย และด้วยความที่แพลตฟอร์มต่าง ๆ ทั้ง TikTok, Instagram Reels หรือ YouTube Shorts ออกแบบมาให้ทุกคนสามารถตัดต่อได้จบบนโทรศัพท์เครื่องเดียวเลย จึงทำให้ทุกคนสามารถเป็นครีเอเตอร์ และนำเสนอคอนเทนต์ได้อย่างอิสระ 

รวมถึงมีการสร้างฟีเจอร์ต่าง ๆ ออกมาให้ผู้ใช้งานหรือแบรนด์ได้สร้างสรรค์ความแปลกใหม่ออกมา ไม่ว่าจะเป็นการใส่ Text, การใส่เสียงเพลง, สติ๊กเกอร์ รวมถึงนำเอฟเฟกต์ AR มาเป็นส่วนหนึ่ง จึงทำให้วิดีโอสั้นมีความสนุกสนาน เรียกอารมณ์ และเสียงหัวเราะจากผู้ใช้งานได้มากยิ่งขึ้น จนเกิดการแชร์และเป็นไวรัลได้ง่าย ตอนนี้วิดีโอสั้นจึงเรียกได้ว่าเป็นคอนเทนต์รูปแบบใหม่ที่เข้ามาทำลายกำแพงการทำคอนเทนต์ในรูปแบบเดิม ๆ อย่างการทำวิดีโอยาว ๆ หรือบทความธรรมดา ๆ ไปได้ส่วนหนึ่ง 

นอกจากนี้ หลายธุรกิจก็ได้เข้ามาใช้วิดีโอสั้นในการทำการตลาดมากยิ่งขึ้น เพราะทำให้กลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้ารู้สึกเข้าถึงแบรนด์และมีส่วนร่วมได้ง่ายกว่าเดิม ผ่านการใช้ Influencer หรือช่องทางของธุรกิจเอง ซึ่งถ้าธุรกิจไหนอยากเติบโต และสร้าง Brand Awareness ได้อย่างท่วมท้น การเลือกใช้วิดีโอสั้นมาเป็นช่องทางการทำการตลาดก็ถือว่ามีความน่าสนใจไม่น้อยเลย

ภาพจาก allstars

ความแตกต่างแพลตฟอร์มวิดีโอสั้น TikTok vs Reels vs Shorts ช่องทางไหนเหมาะกับธุรกิจคุณที่สุด?

TikTok

หลายคนคงเคยตั้งใจจะเล่น TikTok แค่ 10 นาที แต่พอมารู้ตัวอีกทีเวลาผ่านไปแล้ว 2 ชั่วโมง ทำไมถึงเป็นแบบนั้นกัน?

TikTok ถือเป็นแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นแรก ๆ เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2017 และเริ่มเป็นกระแสในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา ซึ่งในปัจจุบันไม่มีใครไม่รู้จัก TikTok อย่างแน่นอน เพราะมีผู้ใช้งานต่อเดือน (Monthly Active Users) มากกว่า 1.39 ล้านคน และสถิติจาก Sensortower บอกว่า TikTok เป็นแอปพลิเคชันในหมวดโซเชียลมีเดียอันดับ 1 ของโลก ที่มียอดดาวน์โหลดมากที่สุดใน Q1/2022 แซงหน้า Instagram ไปเรียบร้อยแล้ว

ภาพจาก sensortower
  • กลุ่มผู้ใช้งาน – ส่วนใหญ่ผู้ใช้งาน TikTok มีอายุ 18-24 ปี หรือ Gen Z โดยแบ่งออกเป็นผู้หญิง 57% และผู้ชาย 43% (ข้อมูลจาก Omnicoreagency)
  • ความยาววิดีโอ – สูงสุด 10 นาที 
  • ฟีเจอร์เด่น – TikTok มีฟีเจอร์เด่นมากมาย ทั้งการตัดต่อได้เลยภายในแอป ครบ จบ บนสมาร์ทโฟนเครื่องเดียว, มีคลังเพลงแบบ In-app Library หรือจะลิปซิงค์เสียงจากคอนเทนต์อื่น ๆ บน TikTok ก็ได้, มีฟิลเตอร์ เอฟเฟกต์ AR หรือจะใส่ Green Screen รวมถึงลูกเล่นต่าง ๆ ที่ช่วยทำให้คอนเทนต์มีความสนุกสนานและน่าสนใจมากขึ้น
  • Feed Driven – อัลกอริทึมบนหน้า Feed ของ TikTok จะคัดเลือกแต่คอนเทนต์ที่ผู้ใช้งานมีความสนใจเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้คนดูต่อไปได้เรื่อย ๆ รวมถึงบางครั้งทาง TikTok เองก็นำคอนเทนต์ที่มีจำนวนยอด View เยอะ มาอยู่บนหน้าฟีด หรือที่เราเรียกว่า Leader Boards (คล้าย ๆ กับ Google ที่นำเว็บไซต์ที่มียอด Traffic ดีมาขึ้นหน้าแรก) นอกจากนี้ TikTok ก็ได้มีการปล่อย Hashtag Challenge ออกมาให้ผู้ใช้งานได้เล่นและร่วมสนุกอยู่เสมอ (และมักจะกลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ด้วย) นั่นจึงทำให้บางครั้งคอนเทนต์บนหน้า Feed มีความหลากหลายมากขึ้นจาก Hashtag Challenge อีกด้วย
  • ฟีเจอร์รองรับ E-commerce – TikTok Shopping ให้ผู้ใช้งานมุ่งตรงไปดูข้อมูลเพิ่มเติม และเลือกซื้อสินค้าที่ร้านค้าได้เลย โดยที่ไม่ต้องออกจากแอป เพิ่มความสะดวกให้กับร้านค้าและตอบโจทย์ประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งาน

TikTok เหมาะกับธุรกิจแบบไหน?

  • ธุรกิจแบบ B2C ที่ขายสินค้าหรือบริการให้กับลูกค้าโดยตรง
  • ธุรกิจที่อยากสร้าง Branding เป็นของตัวเอง 
  • ธุรกิจที่ขายสินค้าและอยากเพิ่ม Brand Awareness ในกลุ่มวัยรุ่น
ภาพจาก businessinsider

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง:

Instagram Reels

Instagram Reels เป็นหนึ่งในฟีเจอร์ของ Instagram ที่เปิดตัวเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2020 เพื่อดึงดูดความสนใจจากผู้ใช้งาน TikTok กลับมา โดยการใช้งานของ Instagram Reels มีความคล้ายคลึงกับ TikTok สูงมาก ถ้าหากใครที่ใช้งาน TikTok มาแล้วก็จะมีความคุ้นเคยเป็นอย่างดี และด้วยความที่ Instagram Reels สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานได้ทั้งจาก Instagram และ Facebook ทำให้มียอด Monthly Active Users อยู่ที่ 2 พันล้านคนเลยทีเดียว

  • กลุ่มผู้ใช้งาน – อายุระหว่าง 18-34 ปี โดยแบ่งเป็นผู้หญิง 51% และผู้ชาย 49% (สถิติจาก Earthweb)
  • ความยาววิดีโอ – สูงสุด 90 วินาที
  • ฟีเจอร์เด่น – Audio เลือกเพลงจากคลังเพลงมาใส่ในวิดีโอได้เลย หรืออยากอัดเสียง/ใช้เสียง Original ของเราเองก็ทำได้, ฟิลเตอร์ เอฟเฟกต์ AR และ Green Screen โดยปกติ Instagram โดดเด่นในเรื่องของฟิลเตอร์และเอฟเฟกต์ต่าง ๆ อยู่แล้วใน Stories ซึ่งเราก็สามารถนำเอฟเฟกต์นั้นมาใช้ทำ Reels ได้เช่นกัน, Speed สามารถปรับเร่ง-ลดสปีดของวิดีโอหรือเสียงได้ตามต้องการ เพื่อเพิ่มความสนุก และสร้างให้ผู้ชมได้เกิดความรู้สึกร่วมไปกับวิดีโอ
  • Feed Driven – สำหรับผู้ใช้งาน Instagram อาจจะรู้อยู่แล้วว่า Instagram เป็นแพลตฟอร์มที่คอนเทนต์ส่วนใหญ่ที่ระบบคัดมาให้นั้นมักจะมาจากความสนใจ (Interests) ของตัวผู้ใช้งานเอง ดังนั้นหน้า Feed ของ Instagram Reels จึงมาจากความสนใจของเราเป็นหลัก เช่น ถ้าชอบการแต่งบ้าน อัลกอริทึมก็มักจะนำแต่คอนเทนต์แต่งบ้านมาให้ ถ้าใครเป็นทาสแมว หน้า Feed ก็จะมีคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องแมว เป็นต้น
  • ฟีเจอร์รองรับ E-commerce – Reels Shopping อีกหนึ่งทางเลือกที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าไปสำรวจดูสินค้าต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจซื้อ รวมถึงเลือกซื้อได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น

Instagram Reels เหมาะกับธุรกิจแบบไหน?

  • ธุรกิจที่ต้องการสร้างภาพลักษณ์ในการดำเนินธุรกิจ
  • ธุรกิจที่เน้นสร้างความดึงดูดด้วย Visual (รูปภาพ, วิดีโอ) เช่น ธุรกิจเสื้อผ้า, ธุรกิจเครื่องสำอาง, ธุรกิจเครื่องประดับ, ธุรกิจอาหาร, ธุรกิจท่องเที่ยว เป็นต้น
ภาพจาก instagram

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง:

YouTube Shorts

แม้ YouTube Shorts จะเป็นแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นน้องใหม่ล่าสุดในตลาดที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนมีนาคม 2021 ที่ผ่านมา แต่ก็มีข้อได้เปรียบเด่น ๆ เลย คือการที่มีฐานผู้ใช้งานจากพี่ใหญ่อย่าง YouTube ซึ่งถือว่าเป็นแพลตฟอร์มวิดีโอคอนเทนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกคอยซัพพอร์ตอยู่ จึงทำให้ YouTube Shorts แม้จะปล่อยมาได้แค่ปีเดียว แต่ก็มียอดผู้ใช้งานต่อเดือน (Monthly Active Users) มากถึง 1.5 พันล้านคน แซงหน้า TikTok ที่เปิดตัวมาก่อนหน้าไปทันที และมียอด View ต่อวันมากถึง 1.75 หมื่นล้านยอด View เรียกได้ว่าเป็นตัวเลขที่ไม่ธรรมดาจริง ๆ 

ภาพจาก digitalinformationworld
  • กลุ่มผู้ใช้งาน – อายุระหว่าง 18-34 ปี แบ่งเป็นผู้หญิง 44% และผู้ชาย 56% (สถิติจาก Earthweb)
  • ความยาววิดีโอ – สูงสุด 60 วินาที
  • จุดเด่น – ด้วยความที่ YouTube Shorts เป็นหนึ่งในฟีเจอร์บน YouTube ที่ถือว่าเป็น VDO Search Engine ที่ใหญ่ที่สุดในโลก หากธุรกิจสร้าง Shorts ออกมาแล้วมีผู้คนมากดค้นหาบน YouTube ก็อาจจะเจอวิดีโอสั้นของเราได้ง่ายกว่าแพลตฟอร์มอื่น ๆ อย่าง TikTok หรือ Instagram แน่นอน เช่นเดียวกัน ถ้าหากธุรกิจหรือ Influencer ทำคลิปยาวออกมา การนำวิดีโอไปตัดให้สั้นลง แล้วมาลงใน Shorts ก็จะเป็นการเพิ่ม Awareness ให้ผู้ชมได้เข้าถึง Key Message ที่ต้องการจะสื่อได้อย่างรวดเร็ว เช่น Influencer ทำคอนเทนต์ 10 นาที บน YouTube ปกติ แต่ในวิดีโอนั้นมีการรีวิว หรือ Tie-in สินค้าและบริการของลูกค้าด้วย ซึ่งถ้าให้ Influencer ตัดส่วนนั้นมาลง Shorts ก็อาจทำให้ผู้ชมเห็นส่วน Tie-in เลย โดยที่ไม่ต้องเข้าไปดูวิดีโอครบทั้ง 10 นาที เป็นต้น
  • Feed Driven – บนหน้า Feed ของ YouTube Shorts มักจะมาจากแฮชแท็กที่กำลังเป็นเทรนด์ หรือประวัติการค้นหาของเราเป็นส่วนใหญ่ เช่น ถ้าสมมติเรามักจะชอบดูคอนเทนต์เกี่ยวกับฟุตบอล บนหน้า Feed ก็จะมีคอนเทนต์ที่เกี่ยวกับฟุตบอล นอกจากนี้ ถ้าหากสังเกตดี ๆ สำหรับใครที่เคยเล่น YouTube Shorts มาแล้ว ก็จะสัมผัสได้ว่า Shorts มักจะมีคอนเทนต์ซ้ำ ๆ กัน ไม่ได้มีความหลากหลายหรือตรงกับความสนใจของเรามากเท่ากับ TikTok หรือ Instagram Reels ซึ่งนี่อาจจะเป็นข้อเสียเปรียบเล็กน้อยสำหรับ Shorts
  • ฟีเจอร์รองรับ E-commerce – ตอนนี้ YouTube Shorts ยังไม่มีฟีเจอร์รองรับ E-Commerce

YouTube Shorts เหมาะกับธุรกิจแบบไหน?

  • ธุรกิจที่ใช้ Influencer Marketing ในการรีวิวหรือ Tie-in สินค้าและบริการ ซึ่ง Shorts ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับ Influencer เพราะเมื่อใดก็ตามที่ครีเอเตอร์อัปโหลด YouTube Shorts ในช่องของตัวเอง ผู้ติดตามก็จะได้รับการแจ้งเตือนด้วย ทำให้สามารถดึงความสนใจของผู้ชม และเพิ่มยอด View ได้อีกด้วย
ภาพจาก engadget

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง:

สรุปทั้งหมด

สำหรับวิดีโอสั้นก็เป็นอีกหนึ่งรูปแบบคอนเทนต์ที่สามารถนำมาดึงดูดความสนใจของกลุ่มเป้าหมายได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น TikTok vs Reels vs Shorts ก็ช่วยสร้าง Brand Awareness, เพิ่ม Traffic, ยอดผู้ติดตาม รวมถึงช่วยสร้างรายได้จำนวนมหาศาลให้กับธุรกิจของคุณได้ แต่ทั้งนี้คอนเทนต์ของคุณก็ต้องมีความน่าสนใจ มีความคิดสร้างสรรค์ที่แปลกใหม่ และนำไปเผยแพร่ในแพลตฟอร์มที่มีกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจ รับรองว่าผลลัพธ์ที่จะได้รับกลับมาจะทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้เพียงชั่วข้ามคืนแน่นอน

ไม่พลาดทุกข้อมูลที่ช่วยให้ธุรกิจคุณเติบโตได้เร็วยิ่งขึ้น

ติดตามได้หลากหลายช่องทางที่คุณสะดวก ไม่ว่าจะเป็น e-mail, line หรือ youtube
Subscribe