Technology

Blockchain โอกาสสำคัญที่ธุรกิจต้องรู้ เพื่อนำไปใช้ต่อยอดในการทำธุรกิจ

Blockchain โอกาสสำคัญที่ธุรกิจต้องรู้ เพื่อนำไปใช้ต่อยอดในการทำธุรกิจ
Light
Dark
Venus kanpaksorn
Venus kanpaksorn

Happy Growing :-)

นักเขียน

ต้องปลุกให้ตื่นกันสักนิด เพราะการเติบโตของเทคโนโลยีในวันนี้ อาจทำให้เราเห็นวิธีคิดของผู้คนทั่วโลกต่างไปจากเดิม ในบทความนี้จะมาเป็นคำตอบให้คุณเข้าใจง่าย ๆ ว่าทำไมเทคโนโลยี Blockchain ถึงเข้ามาเป็นโอกาสสำคัญ ส่งให้คุณและธุรกิจทันทุกความเปลี่ยนแปลง

ก่อนอื่น ให้คุณเริ่มจากการตั้งคำถามว่า ตอนนี้คุณมีสินค้าบริการที่ดีอยู่ในมือ แต่ได้เตรียมความพร้อมเพื่อก้าวขาสู่เทคโนโลยี Blockchain แล้วหรือยัง? เพราะหากคุณไม่แน่ใจ ธุรกิจของคุณก็อาจไม่มีวันตามทันลูกค้าในยุคคริปโทเคอร์เรนซี (สกุลเงินดิจิทัล) ที่คาดว่าจะใช้กันอย่างแพร่หลายอย่างมากภายในปี 2030 ได้เลย

ดังนั้น ‘ความไว้วางใจ’ ของฐานผู้บริโภคที่เกิดขึ้นบนระบบ Blockchain นี่เองที่จะเข้ามาเป็นจุดเปลี่ยนในธุรกิจของคุณให้มีอิสระมากขึ้น เติบโตบนโลกออนไลน์ได้เท่าทันก่อนจะสาย ไม่รอช้า The Growth Master สรุปมาให้คุณแล้วในบทความนี้

ไม่พลาดทุกข้อมูลที่ช่วยให้ธุรกิจคุณเติบโตได้เร็วยิ่งขึ้น

ติดตามได้หลากหลายช่องทางที่คุณสะดวก ไม่ว่าจะเป็น e-mail, line หรือ youtube
Subscribe

เทคโนโลยี Blockchain คืออะไร? 

Blockchain คือ เทคโนโลยีธุรกรรมทางธุรกิจ สินทรัพย์ การเงินดิจิทัลที่ ‘ไม่ผ่านตัวกลาง’ ไม่ต้องรอการยืนยันจากบุคคลที่สาม เพราะข้อมูลบนระบบ Blockchain จะมีความโปร่งใส ตรวจสอบประวัติความเป็นมาเป็นไปได้ ตั้งแต่ต้นทางการผลิตหรือการลงทุนเลยทีเดียว (หรือจะเรียกอีกแบบว่า เทคโนโลยีกระจายศูนย์ก็ได้เช่นกัน)

แล้วคุณรู้ไหมว่า Blockchain ‘ไม่ได้ถูกจำกัดแค่ด้านการเงินเท่านั้น’ เพราะความสำคัญของระบบที่ไร้ตัวกลางก็คือ การโอนย้าย, ส่งต่อข้อมูลกัน ระหว่างคู่ค้าทางธุรกิจ ซึ่งอาจจะรวมถึงลูกค้าทั่ว ๆ ไปที่อยู่บนระบบ Blockchain ด้วย เรียกว่ามีโอกาสรับรู้ข้อมูลสำคัญได้อย่างเท่าเทียมกัน

(แต่จะมีความเท่าเทียมกันได้อย่างไร? เราชวนคุณไปเข้าใจ หลักการทำงานของ Blockchain แล้วที่ บทความนี้)

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายสุด เช่น ในทุก ๆ การทำสัญญา (Smart Contract) จากปกติที่เราจะโอนเงินผ่านธนาคาร ถอนเงิน หรือจะเช็คเงินในบัญชี ก็ต้องขออนุญาตจากธนาคาร ซึ่งตัวกลางที่ทำให้เกิดความล่าช้าแบบนี้จะถูกตัดออกไป

อีกทั้งยังตัดความกังวลใน ‘ความปลอดภัยของข้อมูล’ ด้วย เพราะการทำสัญญาผ่าน Blockchain หากมีบุคคลใด บุคคลหนึ่งแก้ไขข้อมูล ระบบจะอัปเดตให้รู้โดยทั่วกันทันที

ภาพจาก Sapiens

หรืออย่างกรณีแลกเปลี่ยนสินค้า NFTs (Non-fungible Tokens) ด้วยสกุลเงินดิจิทัล เช่น การแลกสินค้าที่ระลึกจากแบรนด์ดัง, การซื้อคอนเทนต์วิดีโอ ผู้ผลิตจะได้รับ Token เป็นค่าตอบแทนแบบไม่ต้องผ่านตัวกลาง ทำให้เครือข่าย Blockchain นั้นได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว

5 เหตุผลที่ Blockchain จะเข้ามาเปลี่ยนโลกธุรกิจ

1. ทำสัญญาทางธุรกิจง่ายขึ้นด้วย Smart Contracts

Smart Contracts มีความโปร่งใส รวดเร็ว และเป็นที่ยอมรับมากขึ้น เช่น เมื่อใดที่มีการทำธุรกรรมบนระบบ Blockchain ก็จะตรวจสอบได้ทันทีเลยว่า สัญญานั้นตรงตามเงื่อนไขที่ต้องการจากทุกฝ่ายหรือไม่โดยข้อมูลบนระบบจะมีการอัปเดตข้อมูลที่ถูกต้อง ตรงกันทุกฝ่าย

อีกทั้งการ ‘ชำระเงินระหว่างประเทศ’ ก็มีราคาถูกลงเพราะไม่ต้องผ่านตัวกลาง แถม Blockchain ยังช่วยให้เหล่า SMEs มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนจาก Investor ได้มากขึ้น ด้วยระบบที่ทำให้นักลงทุนตรวจสอบได้ว่าธุรกิจที่รับเงินทุนไปแล้ว นำไปพัฒนาตามเงื่อนไขที่ระบุไว้หรือไม่ มีการพลิกแพลงภายหลังหรือเปล่า

ดังนั้นถ้าคุณอยากสร้างความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจ การใช้ Smart Contracts (ระบบบน Blockchain) จะเข้ามาช่วยให้ทุก ๆ การทำธุรกรรมระหว่างคุณ, ลูกค้า และนักลงทุน เกิดความเชื่อใจกันได้มากขึ้น

ภาพจาก Token-information

2. สร้างคุณค่าด้วยแหล่งที่มาของ ‘ผลิตภัณฑ์’

หากสังเกต คุณจะรู้ว่าตอนนี้ลูกค้าหันมาให้ความสำคัญที่ ‘ต้นทางผลิตสินค้า’ กันแล้ว ซึ่ง Blockchain จะเข้ามาช่วยให้ลูกค้าเปิดดูข้อมูล ขั้นตอนการผลิตได้ทุกระยะ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นว่าเพราะอะไรถึงผลิตออกมา แหล่งกำเนิด ไปจนถึงปลายทางส่งสินค้าได้เลย

เช่น หากธุรกิจขายผักออร์แกนิคเข้าร่วมบน Blockchain ธุรกิจจะแสดงข้อมูลตั้งแต่ เกษตรกรเริ่มปลูกผัก ดินที่ใช้ปลูก ฯลฯ ทำให้ลูกค้าตรวจสอบได้ว่าผักที่ซื้อปลอดภัยไร้สารเคมีจริง ๆ ไหม หรือ การที่ลูกค้ามีโอกาสนำข้อมูลผักชนิดนั้น ๆ ไปเปรียบเทียบคุณภาพกับผักชนิดอื่น เป็นต้น (BanQu ก็เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มบน Blockchain ที่ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลการผลิตสินค้าได้)

โดยรวมถือว่า Blockchain เป็นการให้เครดิตกับต้นทางผู้ผลิต เพราะได้แสดงที่มาที่ไปของสินค้า พร้อมสร้างตัวตนให้ธุรกิจจากคุณภาพ แหล่งผลิต ต่อยอดเป็นการสร้าง Story, สร้างคุณค่า เกิดเป็นความยั่งยืนในธุรกิจได้นั่นเอง

ภาพจาก Greenbiz

3. ขนส่งสินค้าสะดวกขึ้น ลดความผิดพลาดด้าน Supply Chain

เมื่อก่อนเราส่งข้อมูล สั่งซื้อ หรือ อัปเดตจำนวนสินค้าระหว่างกันด้วยเอกสารเป็นแผ่น ๆ แต่ปัจจุบันเทคโนโลยี Blockchain ทำให้ข้อมูลพวกนี้เป็นเรื่องง่าย เพราะในทุกขั้นตอนจะตรวจสอบอย่างละเอียดได้แล้วด้วย เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ บนระบบ Blockchain 

เช่น เมื่อส่งสินค้าข้ามประเทศ หากคุณมีเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่ยืนยันความโปร่งใสของธุรกิจ ก็จะไม่ต้องเสียเวลาไปกับการตรวจสอบจากศุลกากร จัดส่งสินค้าถึงจุดหมายได้เร็วขึ้น (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกฏหมายในแต่ละประเทศด้วย)

หรือถ้าคุณกำลังมีปัญหาในการขนส่งสินค้าอยู่ เช่น สินค้าตกหล่น, สินค้าไม่ตรงกับที่สั่ง ข้อมูลในเอกสารอิเล็กทรอนิกส์บน Blockchain จะเข้ามาแก้ปัญหา ทำให้ธุรกิจลดความเสียหายจากข้อผิดพลาดพวกนี้ได้

ซึ่ง Walmart (ธุรกิจขนส่งสินค้าระดับโลก) ก็เลือกจัดการขั้นตอนขนส่ง Supply Chain ต่าง ๆ ด้วยข้อมูลบนระบบ Blockchain แล้วเช่นกัน เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งประโยชน์ที่ทุกธุรกิจไม่ควรมองข้ามเลย

ภาพจาก Truckguru

4. รักษาความปลอดภัยให้ข้อมูลธุรกิจ (ด้วยหลักการแบบ Peer to Peer)

Blockchain ช่วยรักษาความปลอดภัยให้ข้อมูลขณะที่ต้องการส่งต่อ (โดยไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือลบได้) อีกทั้งยังส่งข้อมูลถึงกันได้รวดเร็ว เช่น ข้อมูลบันทึกวัตถุประสงค์ทางการค้า, ข้อมูลติดต่อราชการ หรือแม้กระทั่ง หลักฐานการบริจาคต่าง ๆ ก็ได้เช่นกัน

ยกตัวอย่าง Storj แพลตฟอร์มบน Blockchain ที่เปิดให้เช่าพื้นที่เก็บข้อมูล ด้วยหลักการแบบ Peer to Peer ที่สามารถแชร์ข้อมูลได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านเซิร์ฟเวอร์กลาง (ป้องกันข้อมูลรั่วไหล) เพื่อให้ทีมในธุรกิจแชร์ข้อมูลของลูกค้ากันระหว่าง Work Group หรือแชร์ Device เพื่อใช้ร่วมกันได้อย่างปลอดภัย

ซึ่งองค์กรไหนที่อยู่ในสายเทคโนโลยีอยู่แล้ว ระบบข้อมูลที่ฝากไว้บน Blockchain จะเป็นตัวช่วยให้ธุรกิจมีการส่งต่อข้อมูลได้อย่างมีคุณภาพไปอีกขั้น

ภาพจาก Ahsay

5. สะพานเชื่อมธุรกิจสู่ตลาด Global Markets

เมื่อไรก็ตามที่ธุรกิจเข้าสู่ Blockchain ถือว่าเป็นการเปิดให้ธุรกิจมีโอกาสเติบโตได้ในระดับ Global Markets ทันที ซึ่งธุรกิจเองก็ต้องมีความพร้อมสำหรับการขยายตัวอย่างรวดเร็วด้วย (โดยเราแนะนำไว้ถึง 7 วิธีการรับมือแล้วที่ บทความนี้)

ซึ่งธุรกิจระดับ Global ที่กำลังเติบโตบน Blockchain นั้นครอบคลุมอยู่หลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น Nvidia (เทคโนโลยีบนคอมพิวเตอร์), PayPal (แอปพลิเคชันทางการเงิน) หรือ DocuSign (สตาร์ทอัปให้บริการงานเอกสารที่เติบโตจากบริการ Subscription) ฯลฯ โดยหากถามถึงสถิติก็จะพบว่ารายได้หมุนเวียนที่เกิดขึ้นจากการทำธุรกรรมบน Blockchain นั้นมีโอกาสสูงถึง 3.9 หมื่นล้านดอลลาร์ ภายในปี 2025 เลยทีเดียว

ภาพจาก Thomas.net

มาถึงตรงนี้ อาจเริ่มสนใจแล้วว่าสิ่งสำคัญที่คุณต้องรู้ หากอยากเริ่มธุรกิจบน Blockchain หลัก ๆ นั้นมีอะไรบ้าง เราสรุปมาให้คุณแล้วในหัวข้อถัดไป

3 สิ่งที่ต้องรู้ หากอยากเริ่มธุรกิจบน Blockchain 

1. รู้ว่า Blockchain จะแชร์ข้อมูลที่ตรงกันเสมอ

Blockchain เป็นการให้คนที่อยู่บนเครือข่าย ‘รับรู้ข้อมูลชุดเดียวกัน’ มีการอัปเดตกันแบบเรียลไทม์ หากมองง่าย ๆ ชุดข้อมูลที่อยู่บนระบบ Blockchain เราทุกคนจะสามารถเปิดดูข้อมูล เพื่อรู้การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ตลอด เช่น จำนวนคงเหลือ, บันทึกการโอนออกและรับเข้า

โดยข้อมูลที่แลกเปลี่ยนจะถูกอัปเดตไว้บนอุปกรณ์ของทุก ๆ คน ที่ใช้ฐานข้อมูลเดียวกัน เช่น เมื่อต้องการเทรดเหรียญบน Blockchain เราทุกคนจำเป็นต้องมี Crypto Wallet (กระเป๋าคริปโทฯ) เพื่อแลกเปลี่ยนและแชร์ข้อมูลในการทำธุรกรรมต่าง ๆ ให้กัน ซึ่งทุกคนจะเข้าถึงข้อมูลพวกนั้นได้จากเลข Address บน Wallet นั่นเอง

มาตรงนี้ แล้วคุณจะแปลงมูลค่าจากบาท, ดอลลาร์ ฯ เพื่อให้อยู่บนระบบ Blockchain ได้อย่างไร มีหลายรูปแบบไหม? มาดูข้อถัดไปกัน

2.รู้ว่าต้อง ‘แปลงสินทรัพย์’ ให้เป็นรูปแบบดิจิทัล

วิธีแปลงสินทรัพย์ของเราให้เป็นรูปแบบดิจิทัล หรือเรียกกันว่าเป็นการ Tokenization เพื่อเข้าสู่ Blockchain คือ การแปลงจากค่าเงิน, ที่ดิน, บ้าน, รถ, ทอง หุ้น หรือแม้กระทั่งสิ่งที่จับต้องไม่ได้อย่าง ชื่อเสียงของผู้มีอิทธิพลให้กลายเป็น Token หรือ Coin ก็ได้เช่นกัน

การแปลงเป็นรูปแบบ Token นั้นหลัก ๆ จะใช้เพื่อลดค่าธรรมเนียมในการซื้อขาย, การเข้าถึงบริการ VIP ต่าง ๆ ของธุรกิจ หรือทดแทนมูลค่าในการแบ่งปันผลระหว่างธุรกิจและนักลงทุน ตามเงื่อนไขทีตกลงกัน

ในขณะที่ การแปลงเป็นรูปแบบ Coin จะนิยมใช้ในแลกเปลี่ยนสินค้า NFTs และบริการเสริมต่าง ๆ โดยความพิเศษคือ ‘เหรียญในบางเครือข่ายจะไม่เสียค่าธรรมเนียม’ ในการแลกเปลี่ยน (เรียกว่า Gas Fee)

โดยการแลกเปลี่ยน ก็จะเป็นการฝากเงินเข้า Crypto Wallet ซึ่งหลักของมันจะเหมือนกระเป๋าเงินออนไลน์ แต่จะเป็นกระเป๋าเหรียญคริปโทฯ แทน โดยเมื่อโอนเหรียญให้เพื่อน Crypto Wallet จะอัปเดตการทำธุรกรรมต่าง ๆ อัตโนมัติ พร้อมแชร์ข้อมูลในกระเป๋าให้รู้โดยทั่วกัน (แต่จะไม่สามารถรู้ได้ว่าเจ้าของกระเป๋านั้นคือใคร)

ภาพจาก Smartchainers

3. รู้ว่า Blockchain เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการ ‘เติบโตอย่างรวดเร็ว’

สุดท้ายเราจะแนะนำสิ่งสำคัญที่คุณต้องเตรียม หากอยากเติบโตอย่างรวดเร็วบน Blockchain เพราะทุกอย่างจะเปลี่ยนเร็วมาก ๆ โดยการรับมือ จะมีด้วยกันหลัก ๆ 3 ส่วนคือ

3.1 พัฒนาทีมให้ ‘มีความพร้อม’ ต่อการเติบโตบน Blockchain

ในองค์กร ทีมของคุณจำเป็นต้องปรับให้ขั้นตอนการสื่อสารระหว่างกันรวดเร็วขึ้น เข้าใจตรงกันมากขึ้น ซึ่งเราเชื่อว่าธุรกิจที่สร้าง Growth Team ในองค์กร (ที่มีการทำงานร่วมกันแบบ Cross Functional Team) จะสามารถสื่อสารถึงลูกค้าได้รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ

โดยวัฒนธรรมในองค์กร จะต้องทำให้พนักงานเกิดแรงบันดาลใจอยู่เสมอ เพื่อให้การทำงานร่วมกันเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่สะดุด เรียกว่าจำเป็นต้องอัปเดตกันแบบวันต่อวัน เพราะธุรกิจไหนที่มีการทำงานช้า ก็จะไม่ทันการเปลี่ยนแปลง

ยกกรณีการทำงานร่วมกัน ระหว่างนักการตลาดและนักพัฒนา ในส่วนของนักการตลาดก็ต้องทำความเข้าใจว่า กิจกรรมหรือแคมเปญที่โปรโมตออกไปช่วยส่งเสริมการใช้งานให้ดีขึ้น สร้างคุณค่าให้ Product มากขึ้นหรือไม่ และในส่วนของนักพัฒนาเองก็ต้องรู้ถึงความต้องการของผู้ใช้งานจริง, พร้อมอัปเดตฟีตแบค เพื่อนำไปปรับปรุงฟีเจอร์ใหม่ ๆ เสมอเช่นกัน

(เกร็ดเพิ่มเติม : การจ้างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางสาย Blockchain จำเป็นต้องใช้ต้นทุนมากกว่าหากเทียบกับการจ้างนักพัฒนาในสายเทคโนโลยีเดิม เพราะ Blockchain ต้องมีความชำนาญและเป็นเครือข่ายที่ค่อนข้างใหม่สำหรับประเทศไทย)

3.2 สร้างคอมมูนิตี้เพื่อผลักดัน Product โดยเฉพาะ

กลยุทธ์ที่ใช้เพื่อผลักดัน Product ให้ทันการเปลี่ยนแปลงหากอยู่บน Blockchain จะเน้นไปที่กลยุทธ์เชิง Community Marketing (มากกว่าการซื้อโฆษณายิง Ads) โดยเป็นการสร้างกลุ่มออนไลน์ขึ้นมา เพื่อให้ผู้ใช้ได้แบ่งปันข้อมูล, รีวิวการใช้งานกันได้โดยตรง

และหากกลายเป็นคอมมูนิตี้ที่มีฐานผู้ใช้งานแข็งแรง, มีผลตอบรับดีแล้ว สิ่งที่นักการตลาดต้องทำไปพร้อมกันทันทีก็คือ การเตรียมกิจกรรมหรือแคมเปญที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการบอกต่อ (Referral Program) เช่น การจัดอีเวนต์แข่งขันระหว่างผู้ใช้งาน หรือแคมเปญชวนเพื่อนเข้าร่วมรับรางวัลพิเศษ ฯลฯ โดยเราได้แนะนำ 5 สิ่งที่นักการตลาดสาย Blockchain ควรรู้ไว้แล้วที่ บทความนี้

3.3 มองหา Partnership เพื่อต่อยอดธุรกิจให้เป็นที่รู้จัก

การทำธุรกิจบน Blockchain ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จำเป็นต้องมองหาคู่ค้าทางธุรกิจ (Business Partnership) เพื่อให้สินค้าของคุณเข้าถึงตลาดง่ายขึ้น มีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น เช่น การแชร์คอมมูนิตี้หลักให้กันระหว่างคู่ค้า เพื่อเป็นการรวมตัวผู้ใช้ที่อาจมีความสนใจในกลุ่ม Product ประเภทเดียวกัน 

อย่างการร่วมมือกันระหว่าง Product เช่น WIRTUAL x Garmin ที่เป็นแอปพลิเคชันออกกำลังกาย ที่ร่วมมือกับผลิตภัณฑ์ Smart Watch ตอบโจทย์ด้านความสะดวกให้ผู้ที่สนใจสั่งซื้อไปใช้งานร่วมกันได้อย่างคุ้มค่าที่สุด สิ่งเหล่านี้จะส่งให้แบรนด์มีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น ช่วยให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นนั่นเอง

(เกร็ดเพิ่มเติม : นอกเหนือจากที่กล่าวข้างต้นทั้งหมดนั้น อีกสิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมไว้ก็คือ การติดตาม ‘กฏหมายความเป็นส่วนตัว’ และข้อกำหนดบนระบบ Blockchain ต่าง ๆ เพื่อความรอบคอบ)

ภาพจาก Cornermediagroup

สรุปทั้งหมด

หากต้องการเติบโตบนเครือข่าย Blockchain การทำการตลาดในรูปแบบเดิมจะใช้ไม่ได้อีกต่อไป คุณต้องตื่นตัวอยู่ตลอด เพราะการเปลี่ยนแปลงบน Blockchain นั้นรวดเร็วเสมอ จากเดิมที่เคยทำธุรกิจ มีการวางแผนกันเป็นไตรมาส แต่ Blockchain จะเป็นการวางแผนธุรกิจกันแบบวีคต่อวีค หรืออาจจะเป็นวันต่อวันเลยทีเดียว

เพราะเมื่อไรที่คุณก้าวขาสู่ Blockchain แล้ว Product ของคุณจะถูกย้ายไปสู่ตลาดโลกทันที เพราะระบบของ Blockchain ที่ไร้ข้อจำกัด สามารถติดต่อซื้อขายถึงกัน เปิดโอกาสให้เจอคู่ค้าทางธุรกิจมากมาย อีกทั้งยังทำให้การซื้อขายสินค้าบริการ ไม่จำเป็นต้องผ่านตัวกลางอย่างธนาคารอีกต่อไป (เรียกว่าลดค่าธรรมเนียมที่ไม่จำเป็น)

สุดท้ายความสำคัญของ Blockchain ก็คือการทำให้ ‘วิธีแลกเปลี่ยนมูลค่า’ ที่เกิดต่อจากนี้ มีความรวดเร็วขึ้น โปร่งใสขึ้น ส่งผลให้อนาคตการดำเนินธุรกิจของเรา ‘สร้างความเชื่อใจ’ ให้กับลูกค้าได้มากกว่าที่เป็นอยู่ โดยเราเชื่อว่าบทความนี้ จะเป็นการปูพื้นฐานที่ดีให้คุณเตรียมตัวไปสู่ Blockchain ได้ :-)


ไม่พลาดทุกข้อมูลที่ช่วยให้ธุรกิจคุณเติบโตได้เร็วยิ่งขึ้น

ติดตามได้หลากหลายช่องทางที่คุณสะดวก ไม่ว่าจะเป็น e-mail, line หรือ youtube
Subscribe