My Account

Stage 2 : Not Enough Traffic

Topic Cluster คืออะไร ? ทำไมถึงสำคัญต่อการทำ SEO บนเว็บไซต์คุณ

Topic Cluster คืออะไร ? ทำไมถึงสำคัญต่อการทำ SEO บนเว็บไซต์คุณ
Light
Dark
PEA TANACHOTE

อดีตนักร้อง ที่ผันตัวมาเขียนคอนเทนต์ เชียร์ลิเวอร์พูล ชอบดู We Bare Bears นักเขียนคอนเทนต์ที่ใครๆ ก็ต้องการตัว (โดยเฉพาะตำรวจ)

นักเขียน
PEA TANACHOTE
PEA TANACHOTE

อดีตนักร้อง ที่ผันตัวมาเขียนคอนเทนต์ เชียร์ลิเวอร์พูล ชอบดู We Bare Bears นักเขียนคอนเทนต์ที่ใครๆ ก็ต้องการตัว (โดยเฉพาะตำรวจ)

นักเขียน

เลือกอ่านตามหัวข้อ

นักการตลาดทุกท่านน่าจะทราบถึงความหมายและประสิทธิภาพของการทำ SEO (Search Engine Optimization) กันเป็นอย่างดี ว่าสามารถสร้างประโยชน์ให้กับเว็บไซต์และทำให้เว็บไซต์เป็นที่รู้จักมากขึ้น

ซึ่งการจะทำ SEO ให้มีประสิทธิภาพจนสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจได้นั้นก็มีอยู่หลายวิธีเช่นกันตั้งแต่การปรับแต่งเชิงเทคนิค Meta Tags , Image Optimization , Page Speed หรือการเขียนคอนเทนต์ให้ถูกสเปคของ Google มากที่สุด ผ่านการใส่ Keyword ลงในบทความเพื่อให้ติดอันดับการค้นหาบนหน้า SERP

แต่จริงๆ แล้วก็ยังมีอีกวิธีหนึ่งอยู่ ที่สามารถทำให้การเขียนคอนเทนต์และการทำ SEO ของคุณได้ประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นก็คือสิ่งที่เรียกว่า Topic Cluster หรือการจับกลุ่มของคอนเทนต์ ควบคู่ไปกับการทำ SEO ด้วยนั่นเอง

เรียกได้ว่าถ้าหากคุณกำลังต้องการให้เว็บไซต์ได้ Ranking ดีๆ ในหน้าการค้นหาของ Google วิธีนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้คุณ Hacking ถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น

โดยในบทความนี้ The Growth Master ขอพาคุณไปศึกษาตั้งแต่การทำความเข้าใจว่า Topic Cluster คืออะไร ? รวมไปถึงเทคนิคในการเขียนคอนเทนต์แบบ Topic Cluster ด้วย หากพร้อมแล้วไปติดตามกันต่อได้ในบทความนี้เลยครับ

ไม่พลาดทุกข้อมูลที่ช่วยให้ธุรกิจคุณเติบโตได้เร็วยิ่งขึ้น

ติดตามได้หลากหลายช่องทางที่คุณสะดวก ไม่ว่าจะเป็น e-mail, line หรือ youtube
Subscribe

Topic Cluster คืออะไร และสร้างประโยชน์อะไรให้กับเว็บไซต์ได้บ้าง ?

Topic Cluster คือการจับกลุ่มของคอนเทนต์หลายๆ บทความที่มีความใกล้เคียงกันของเนื้อหา ให้เข้ามาสู่คอนเทนต์หลัก (Pillar Content) ที่เป็นคอนเทนต์ที่คุณต้องสามารถโน้มน้าวใจผู้อ่านให้สร้าง Conversion หรือ Lead มาสู่ธุรกิจคุณให้ได้

ผมจะขออธิบายให้ชัดเจนขึ้นสักเล็กน้อยนะครับ ในการทำ Topic Cluster นั้นอันดับแรกเราจะแบ่งการทำ Content เป็น 2 แบบก่อนครับ ได้แก่ 

  • Pillar Content หรือคอนเทนต์หลัก ซึ่งต้องผ่านการเลือกมาก่อนนะครับว่าต้องเป็นคอนเทนต์ที่มีคุณภาพสูง สามารถโน้มน้าวใจ จูงใจให้ผู้อ่านสร้าง Conversion หรือ Lead มาสู่ธุรกิจคุณให้ได้ ซึ่งในการทำ Topic Cluster อนุญาติให้คุณมี Pillar Content ได้เพียง 1 คอนเทนต์เท่านั้นครับ 
  • Cluster Content หรือ Related Content คือคอนเทนต์เสริม ที่จะเข้ามาช่วย Support ให้ Pillar Content มีความน่าสนใจเพิ่มมากขึ้น โดย Pillar Content คุณจะทำมากี่คอนเทนต์ก็ได้ แต่ทุกคอนเทนต์ที่ทำจะต้องใส่ลิงก์หรือ CTA ที่เชื่อมโยงไปสู่ Pillar Content ของคุณและทุกคอนเทนต์ ต้องมีความเกี่ยวข้องกับคอนเทนต์หลัก
ภาพจาก manaferra

ภาพด้านบนก็คือ Workflow ของการทำ Topic Cluster ซึ่งถ้าเรานำวิธีนี้มาใช้งานกับการทำ Content Marketing จริงๆ จะมีตัวอย่างเป็นลักษณะนี้ครับ

ภาพจาก Medium

จากภาพตัวอย่างซึ่งเป็นธุรกิจฟิตเนส วงกลมสีเขียวตรงกลางนั่นก็คือ Pillar Content นั่นเองครับโดยเป้าหมายของเขาอาจจะต้องการ Lead เพื่อสมัครฟิตเนส โดยเนื้อหาหลักของคอนเทนต์ก็จะเกี่ยวกับเรื่องของการลดน้ำหนัก (Weight Loss)

ซึ่ง Cluster Content ที่อยู่รอบๆ ก็จะเป็นคอนเทนต์ที่มี Topic เอื้อกับการลดน้ำหนัก และทุกคอนเทนต์จะใส่ Hyperlink เชื่อมโยงเข้าหา Pillar Content ดังที่คุณเห็นตามภาพเลยครับ

Topic Cluster สำคัญกับการทำ SEO ให้เว็บไซต์ติดอันดับของ Google อย่างไร ?

หลายท่านที่อ่านตามมาถึงหัวข้อนี้น่าจะเกิดความคิดว่าดูแล้ว Topic Cluster จะมีประโยชน์แค่การเพิ่ม Traffic ให้ Marketing Campaign เพียงอย่างเดียวหรือเปล่า แต่ความจริงคือไม่ใช่ครับ

เพราะการทำ Topic Cluster ยังสามารถทำให้อันดับของการทำ SEO ของเว็บไซต์คุณดีขึ้นด้วย เนื่องจาก การทำ Topic Cluster คุณจำเป็นต้องใส่ลิงก์เพื่อเชื่อมโยง Cluster Content เข้าสู่ Pillar Content 

ดังนั้นถ้าเหล่า Cluster Content ของคุณอันใดอันหนึ่งสามารถติดอันดับในการค้นหาของ Google และมีผู้กดเข้ามาอ่านบทความเยอะ ก็มีโอกาสที่จะช่วยกระจาย Traffic ไปสู่ Cluster อื่นๆ ที่คุณได้ทำการแทรกลิงก์ไว้ และแน่นอนว่า Pillar Content หรือคอนเทนต์หลักก็จะได้รับ Traffic ที่เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

ซึ่งการทำให้ Cluster ทุกอันเชื่อมถึงกันก็เหมือนกับการได้ประโยชน์ในการทำ SEO แบบ 2 ต่อ ต่อแรกคือการได้แทรก Internal Link ไว้ในบทความ ซึ่งจะทำให้ Google มองว่าคอนเทนต์ของเรามีคุณภาพและให้คะแนน SEO เพิ่มขึ้น 

ภาพจาก Hotmart

และต่อที่สองคือการกระจาย Traffic สู่คอนเทนต์อื่นๆ ทำให้ Bounce Rate (อัตราตีกลับ) ของเว็บไซต์ดีขึ้น และ Google ก็จะพิจารณาให้คะแนนเพิ่มขึ้นเช่นกัน สร้างโอกาสทำให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับต้นๆ ของหน้าการค้นหาใน Keyword นั้นๆ ได้อีกด้วยครับ

ประโยชน์ของการทำ Topic Cluster ที่ส่งผลต่อธุรกิจของคุณมีอะไรบ้าง ?

สำหรับประโยชน์ของการทำ Topic Cluster ที่ส่งผลต่อธุรกิจคุณนั่นมีด้วยกันหลายอย่างครับ ดังนี้

  • เพิ่มโอกาสให้ธุรกิจได้ยอดขาย (Conversion) มากขึ้น

แน่นอนว่าเป้าหมายของการทำ Topic Cluster คือการให้กลุ่มเป้าหมายเข้ามาเจอ Cluster Content จนนำไปสู่ตัว Pillar Content ในที่สุด 

ซึ่งถ้าคุณสามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ทั้ง Pillar , Cluster ให้มีคุณภาพมากพอ ที่จะโน้มน้าวใจผู้อ่านได้ ก็ย่อมสร้างโอกาสให้ผู้อ่านเกิดการกระทำบางอย่างที่ส่งผลต่อธุรกิจ หรือ Conversion ได้ในที่สุด

  • เพิ่มความหลากหลายของการทำคอนเทนต์ เข้าถึงผู้คนได้เพิ่มขึ้น

เนื่องจากการทำ Topic Cluster คุณจำเป็นที่จะต้องสร้างตัว Cluster Content หรือคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับบทความหลักขึ้นมาหลายอัน ทำให้คุณได้โอกาสในการเพิ่มความหลากหลายของการทำคอนเทนต์ไปในตัวและอาจทำให้คุณได้ฐานผู้อ่านใหม่ๆ เพิ่มเข้ามา จากการทำคอนเทนต์ที่หลากหลาย Topic มากขึ้นนั่นเอง

จากภาพตัวอย่าง Cluster Content จะเข้าถึงกลุ่มมือใหม่ของการถักไหมพรม (Knitting) ซึ่งเจาะกลุ่มได้ตั้งแต่คนที่ถักไม่เป็น เพิ่งเริ่มถักเป็นและถักเป็นแต่ต้องการเพิ่มเทคนิค (ภาพจาก : digitalj2)
  • สร้างการรับรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เปลี่ยน “ผู้อ่าน” เป็น “ลูกค้า” ได้ง่ายขึ้น

ตามหลักของการทำ Inbound Marketing ที่นักการตลาดสาย Content ทุกคนต้องรู้จักกันดีซึ่งถ้ายังจำกันได้ ขั้นตอนแรกของการทำ Inbound Marketing ก็คือการสร้าง Attract ให้แก่กลุ่มเป้าหมายด้วยการทำ Content เพื่อเปลี่ยนให้พวกเขาเข้าสู่ State ต่อไป (Convert)

ซึ่งการทำ Topic Cluster นั้นตัวของ Cluster Content ที่มีหลายคอนเทนต์ก็เปรียบเหมือนการสร้าง Atttract แก่ผู้อ่านเพิ่มขึ้น ให้พวกเขาได้รับความรู้เกี่ยวกับประเด็นหลักที่คุณจะนำเสนอ จนเริ่มเปลี่ยนความคิดของ กลุ่มเป้าหมายให้กลายเป็นลูกค้าหรือสาวก ที่เชื่อมันในแบรนด์ของคุณได้

Flow การทำงานของ Inbound Marketing
  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำ SEO ให้เว็บไซต์ติดอันดับบน Google

อย่างที่ได้กล่าวไปในหัวข้อที่แล้วครับ หากคุณมีการทำ Cluster Content ที่เชื่อมลิงก์ถึงกันทั้งหมดและเชื่อมเข้าสู่ Pillar Content ได้ก็จะส่งผลให้การทำ SEO ให้เว็บไซต์ติดอันดับบน Google ได้ง่ายขึ้นด้วยเช่นกัน 

แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับความรู้ในการทำ SEO เบื้องต้นของตัวคุณเช่นกันนะครับ เพราะการทำ SEO ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยของการแทรกลิงก์แต่เพียงอย่างเดียว

เทคนิคในการทำ Topic Cluster บนเว็บไซต์อย่างมีประสิทธิภาพมีอะไรที่คุณต้องทำบ้าง ?

หากนักการตลาดท่านใด ที่อ่านมาถึงหัวข้อนี้แล้วอยากลองนำเทคนิค Topic Cluster มาปรับใช้กับการทำธุรกิจหรือ Content Marketing ของคุณ หัวข้อนี้เราจะมาบอกถึงเทคนิคในการเริ่มใช้งานเทคนิค Topic Cluster อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้ครับ

1. กำหนดภาพรวมของ Content Topic , Content Themes 

อันดับแรกคุณต้องเริ่มจากการกำหนด Content Topic ของแต่ละคอนเทนต์ใน Cluster ก่อนครับ เพราะแน่นอนว่า การทำคอนเทนต์ยิ่งเป็น Blog ทางเว็บไซต์ หัวข้อถือเป็นสิ่งสำคัญที่ส่งผลต่อ SEO และการกดเข้ามาอ่านของกลุ่มเป้าหมาย

โดยในแต่ละ Cluster Content คุณควรมอบคุณค่าผ่านคอนเทนต์ในรูปแบบที่ต่างกัน โดยทาง Hubspot ได้ออกมาจำแนกไอเดียของการทำ Content Topics เพื่อเป็นตัวช่วยให้คุณสามารถ Generate ไว้คร่าวๆ ดังนี้

  • Product You Sell (บอกสินค้าที่คุณต้องการขาย)
  • How customers use or benefit from your product (ลูกค้าจะได้รับประโยชน์อะไรจากสินค้า/บริการของคุณ)
  • Pain points your product or service solves (สินค้าหรือบริการของคุณจะแก้ Pain Points ของลูกค้าได้อย่างไร)
  • Profitable paid keywords (Topic ที่ผ่านการ Keyword Research มาแล้ว)

แต่อย่างไรก็ตาม หัวข้อทั้งหมดของ Content ก็ต้องสามารถเชื่อมถึงกันได้ และสามารถสร้างคุณค่ามากพอ ที่ผู้อ่านจะกดเข้าไปสู่ Pillar Content เพื่อสร้าง Conversion , Leads ต่อไปครับ

2. วางกลยุทธ์ของ Subtopics (หัวข้อย่อย)

Subtopics หรือหัวข้อย่อยที่อยู่ในคอนเทนต์ (H2-H3) ถือเป็นตัวกำหนดคุณภาพของคอนเทนต์คุณ และยังเป็นส่วนที่ทำให้เว็บไซต์ได้ Ranking ของการทำ SEO อีกด้วย ซึ่งสิ่งที่จะทำให้คุณกุมความได้เปรียบก็คือ การสร้างสรรค์ Subtopics ที่ไม่เหมือนใครและสามารถสร้างคุณค่าให้แก่ผู้อ่านได้

โดยในการวางกลยุทธ์ของ Subtopics นั้นนอกจากจะต้องใช้การเขียนคอนเทนต์ที่ดีแล้ว คุณควรใช้เครื่องมือจำพวก Social Listening เข้าช่วยด้วยเพราะจะทำให้คุณได้รู้ถึงสิ่งที่ลูกค้าต้องการหรืออยากทราบจริงๆ เช่น Quara , Buzzumo 

ภาพจาก Buzzumo

และจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายอย่าลืม กำหนด Keyword ของแต่ละคอนเทนต์ด้วยนะครับ เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพของการทำ SEO ให้มากขึ้น

3. เริ่ม Draft โครงสร้างแบบ Mapping สำหรับการทำ Topic Cluster

การจะเริ่มเทคนิค Topic Cluster ให้ออกมาเห็นภาพเป็นรูปเป็นร่างได้นั้น ต้องอาศัยการร่าง Mapping ที่ชัดเจน เพื่อเป็นสื่อกลางในการกำหนดการทำคอนเทนต์ทั้งหมดต่อไป ซึ่ง Mapping ที่ดีสำหรับ Topic Cluster นั้น ควรจะต้องเป็นดังภาพตัวอย่าง

นั่นก็คือมีวงกลมใหญ่ หรือ Pillar Content (หัวข้อหลัก) และรายล้อมด้วย Cluster หรือคอนเทนต์สนับสนุน โดยทั้งหมดต้องเชื่อม Hyperlink ถึงกันทั้งหมด

โดย Topic Cluster Mapping ถ้าเน้นความสะดวกคุณก็สามารถวาดโดยใช้โปรแกรมขึ้นมาเองได้ครับ แต่ในกรณีที่คุณต้องการความชัดเจน , ความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการทำ Mapping คุณสามารถใช้ Software ในการช่วยจัดการได้

ซึ่งในตลาดปัจจุบัน ผมขอแนะนำตัว  Hubspot SEO Tools ซึ่งเป็นเครื่องมือในการทำ SEO ครบวงจรจากผู้นำในด้าน SEO Software ซึ่งเครื่องมือนี้สามารถให้คุณวางกลยุทธ์ Topic Cluster ด้วยใน Mapping Template ได้เลย สามารถกำหนด Topic , Subtopic เพื่อความสะดวกในการจัดการได้ และมีระบบวัดผล ชัดเจน

ภาพจาก Hubspot

4. วัดผลเพื่อหารูปแบบ Content ที่สร้าง Conversion ได้ดีที่สุด

เมื่อคุณได้เริ่ม Run แคมเปญในการทำ Topic Cluster จนครบทุก Cluster แล้วสิ่งสำคัญคือคุณต้องห้ามลืมในการเก็บข้อมูลหรือวัดผล เพื่อหารูปแบบ Content ที่สามารถพาผู้อ่านเข้าไปยัง Pillar Content ได้ดีที่สุด เพื่อเก็บเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ไว้ใช้ในการทำ Website Marketing ในอนาคต

โดยในข้อนี้คุณสามารถใช้เครื่องมือเบสิคอย่าง Google Analytics ในการวัดผลแคมเปญทั้งหมดเครื่องมือแบบเสียเงินเช่น hubspot , ahrefs หรือคุณอาจลองใช้เทคนิค UTM Parameters ที่เราเคยได้อธิบายเอาไว้แล้ว เพื่อหาต้นทางของ Leads ให้คุณรู้ว่าส่วนใหญ่กลุ่มเป้าหมายของคุณเข้าลิงก์มาจากที่ใด 

ภาพจาก verblio

5. หมั่นเชื่อมลิงก์และทำ SEO On Page เป็นประจำ

สุดท้ายการทำ Topic Cluster อาจจะมีความวุ่นวายเล็กน้อยตรงที่คุณต้องหมั่นแทรกลิงก์ (รวมถึงการทำ SEO On Page Optimization) เพิ่มลงไปในบทความใหม่ๆ อยู่เสมอ เพื่อทำให้ Cluster Content ทั้งหมดเชื่อมถึงกันและได้ Google Ranking ที่ดีที่สุด

โดยในข้อนี้นักการตลาดลายคนอาจมองว่าเป็นข้อเสีย เพราะทำให้กินเวลางานไปเยอะแต่แลกกับผลลัพธ์ที่ได้ทั้งในด้านยอดขายและการทำ SEO ผมบอกได้เลยว่าคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปแน่นอนครับ

สรุปทั้งหมด

การทำ Topic Cluster ถือเป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่จะเข้ามาทำให้เพิ่มประสิทธิภาพกลยุทธ์ Content Marketing สามารถสร้างการเติบโตให้กับการทำธุรกิจได้ผ่านการมอบคุณค่าให้กลุ่มเป้าหมายในแต่ละ Cluster Content 

และที่สำคัญที่สุด Topic Cluster ยังช่วยสร้างประโยชน์ให้กับเว็บไซต์และทำให้เว็บไซต์เป็นที่รู้จักมากขึ้นได้อีกด้วย เพราะฉะนั้นถ้านักการตลาดท่านใดสนใจอยากนำเทคนิคนี้ไปปรับใช้กับธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตก็สามารถเริ่มได้ทันที

หรือจะพึ่งเอเจนซี่การตลาดที่มีประสบการณ์ในด้านการทำ Inbound Marketing เพื่อการเติบโตโดยเฉพาะอย่าง Growth Agency ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยสร้างผลลัพธ์ให้เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วเช่นกันครับ 

Source : hubspot , marketmuse , seo-hacker


ไม่พลาดทุกข้อมูลที่ช่วยให้ธุรกิจคุณเติบโตได้เร็วยิ่งขึ้น

ติดตามได้หลากหลายช่องทางที่คุณสะดวก ไม่ว่าจะเป็น e-mail, line หรือ youtube
Subscribe