Stage 5 : Scaling Like A Rockstar

5 อาชีพ Blockchain และ Metaverse มาแรงแน่นอนในอนาคต

5 อาชีพ Blockchain และ Metaverse มาแรงแน่นอนในอนาคต
Light
Dark
Cartoon Tanaporn
Cartoon Tanaporn

มนุษย์เป็ดเขียนคอนเทนต์ ชอบเขียนมากกว่าพูด เสพติดการมองพระจันทร์เป็นชีวิตจิตใจ และหลงใหลในช่วงเวลา Magic Hour ของทุกวัน

นักเขียน

จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันเทคโนโลยี Blockchain ได้เข้าไป Disrupt ธุรกิจต่าง ๆ มากมาย จนทำให้ธุรกิจเกิดความต้องการในสายอาชีพที่เกี่ยวข้องกับ Blockchain และ Metaverse มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Blockchain Developer, Blockchain Marketer, Metaverse Fashion Designer, Metaverse Architect, Metaverse Tour Guide เป็นต้น

ตอนนี้หากใครที่มีความรู้ความสามารถที่เกี่ยวข้องกับ Blockchain และ Metaverse ต่างก็เนื้อหอมเป็นที่ต้องการในหลาย ๆ ธุรกิจมากยิ่งขึ้น เพราะบุคคลเหล่านี้จะเป็นส่วนสำคัญที่จะเข้ามายกระดับธุรกิจในมุ่งสู่ Blockchain ได้มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งช่วยสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจมากยิ่งขึ้นไปอีก

ในบทความนี้ The Growth Master จะพาทุกคนไปดูว่ามีอาชีพอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องกับสาย Blockchian และ Metaverse ที่กำลังจะมาแรงในอนาคตอันใกล้นี้ หากใครที่อยากเติบโตด้านการทำงานมากยิ่งขึ้นก็ไม่ควรพลาดบทความนี้ด้วยประการทั้งปวง

ไม่พลาดทุกข้อมูลที่ช่วยให้ธุรกิจคุณเติบโตได้เร็วยิ่งขึ้น

ติดตามได้หลากหลายช่องทางที่คุณสะดวก ไม่ว่าจะเป็น e-mail, line หรือ youtube
Subscribe

สถิติการเติบโตของตลาดอาชีพในสาย Blockchain ในปัจจุบัน

หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ The Great Resignation หรือเหตุการณ์ที่พนักงานในสหรัฐอเมริกาในสายอาชีพส่วนใหญ่พร้อมใจกันลาออกจากงานตลอดทั้งปี 2021 ที่ผ่านมา มากกว่า 4.5 ล้านคน ซึ่งส่วนหนึ่งบอกว่าได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ Covid-19 นี้ไปเต็ม ๆ โดยอุตสาหกรรมที่มีคนลาออกมากที่สุดประกอบไปด้วย 

  • อุตสาหกรรมการค้า การขนส่ง และสาธารณูปโภค มีอัตราการลาออกเฉลี่ย 957,000 คนต่อเดือน
  • อุตสาหกรรมการพักผ่อนและการบริการ จำนวนเฉลี่ย 871,000 คนต่อเดือน
  • อุตสาหกรรมที่พักและบริการอาหาร มีจำนวนมากกว่า 790,000 คน 

ซึ่งถ้าหากเทียบดูกับช่วงเวลาที่ผ่านมาถือว่าเป็นตัวเลขการลาออกที่มีจำนวนสูงมาก ๆ เลยทีเดียว

ภาพจาก statista

แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าในขณะที่อุตสาหกรรมเหล่านั้นมีคนลาออกเป็นจำนวนมหาศาล ในช่วงเวลาเดียวกันก็มีสายอาชีพหนึ่งที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาด และมีผู้คนสนใจเป็นจำนวนมาก ก็คือ สายอาชีพที่เกี่ยวข้องกับ Blockchain และคริปโทเคอร์เรนซี

เพราะสถิติจาก Indeed เว็บไซต์จัดหางาน ชี้ให้เราเห็นว่ามีหลายบริษัทที่โพสต์ตามหาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถในสายอาชีพที่เกี่ยวข้องกับ Blockchain และคริปโทเคอร์เรนซี โดยมีอัตราสูงขึ้นมากถึง 118% ในช่วงระหว่างเดือนกันยายน ปี 2020 จนถึงเดือนกรกฎาคมปี 2021 ที่ผ่านมา 

สาเหตุที่อาชีพในสาย Blockchain กำลังเป็นที่ต้องการและถูกตามหาตัวมากขนาดนี้ มีการคาดเดาว่าส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่นักลงทุนทั้งรายย่อยและใหญ่หลายคน รวมถึงสถาบันการลงทุนมากมายต่างนิยมลงทุนกันอย่างหนักหน่วงในโลกของ DeFi (Decentralized Finance) 

อีกทั้งการซื้อ-ขาย NFT (Non-Fungible Token) ก็ได้เริ่มเป็นกระแสมากขึ้น และยังเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับตอนที่ Bitcoin มีราคาสูงขึ้น จนสามารถทำราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All time high) ได้ในช่วงต้นเดือนมกราคมปี 2021 อีกด้วย แม้ดูเหมือนว่าสาเหตุจะยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่หลายฝ่ายก็บอกว่ามาจากปัจจัยที่ได้กล่าวไปข้างต้น รวมถึงกระแสและสถิติการเติบโตของธุรกิจ Blockchain ในอนาคตอีกด้วย

ภาพจาก hiringlab

นอกจากนั้น จากสถิติยังบอกอีกว่า เกือบ 30% ของการโพสต์งานที่เกี่ยวข้องกับ Blockchain และคริปโทเคอร์เรนซีทั้งหมด มักจะอยู่ในส่วนของการพัฒนาซอฟต์แวร์ (Software Development) เป็นหลัก ดังนั้นหากใครที่สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวกับ Blockchain, Metaverse และคริปโทเคอร์เรนซีได้ก็จะยิ่งเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่จุดเด่นของระบบ Blockchain และคริปโทเคอร์เรนซี คือ การมีเบื้องหลังเป็นระบบกระจายอำนาจแบบไร้ศูนย์กลาง (Decentralize) ทุกอย่างรันด้วยเทคโนโลยี นั่นจึงทำให้อาชีพที่ทำงานเกี่ยวกับ Blockchain และคริปโทเคอร์เรนซีเหมาะสมมาก ๆ ในการทำงานแบบ Remote Working (ทำงานที่ไหนก็ได้)

ภาพจาก hiringlab

และสถิติในเดือนมิถุนายน 2021 ที่บอกว่ามี 36% ที่นายจ้างมักจะโพสต์งานในทุกตำแหน่งที่เกี่ยวกับ Blockchain และคริปโทเคอร์เรนซี (และมักจะมีการระบุว่าให้ผู้สมัครงานทำงานแบบ Remote Working พ่วงมาด้วย) และอีก 44% เกี่ยวกับโพสต์เกี่ยวกับงานด้าน Software Development โดยตรงทั้งหมด

เมื่อเทียบกับสถิติการโพสต์จ้างงานในตำแหน่งทั่วไปที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ Blockchain และคริปโทเคอร์เรนซี ที่มีเพียง 7% เท่านั้น และเช่นเดียวกันในส่วนของการโพสต์งานด้าน Software Development แบบทั่วไปมีเพียง 31% เท่านั้น

จะเห็นได้ว่าในทุก ๆ ตำแหน่งงาน เมื่อมีคำว่า Blockchain และคริปโทเคอร์เรนซีเข้ามาเกี่ยวข้อง อัตราการเติบโตพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน เพราะธุรกิจในวงการ Blockchain มีความเร็วมากในการออกฟีเจอร์ใหม่ ๆ ให้นำคู่แข่ง และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ผู้ใช้งานมีประสบการณ์ที่ดีมากขึ้นอยู่เสมอ ทำให้การ Recruit คนเข้ามาทำงานจึงต้องมีความเร็วตามไปด้วย

ถ้าหากเปรียบเทียบผลลัพธ์การเติบโตระหว่างการใช้ Growth Hacking กับ Blockchain ซึ่ง Growth Hacking ที่ทำให้ธุรกิจเติบโตได้มากถึง 10 เท่า แต่สำหรับ Blockchain แล้ว บริษัทต่าง ๆ มักจะต้องการการเติบโตมากถึง 100 เท่า

ดังนั้นนี่จึงเป็นโอกาสดีสำหรับใครที่อยากเติบโตในสายงานอาชีพต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น การมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ Blockchain ก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับตัวคุณอย่างแน่นอนในอนาคตอันใกล้นี้

5 อาชีพที่เกี่ยวข้องกับสาย Blockchain และ Metaverse ที่คาดว่ามาแรงแซงทางโค้งในอนาคต

หลังจากที่ได้เห็นตัวเลขการเติบโตของตลาดอาชีพในสาย Blockchain และ Metaverse กันไปแล้ว เรามาดูกันว่าจะมีอาชีพไหนกันบ้างที่สามารถพัฒนาต่อยอดความรู้ความสามารถไปสู่สาย Blockchain ได้มากยิ่งขึ้นในอนาคต 

Blockchain Developer

อย่างที่สถิติได้เกริ่นถึงอาชีพนี้ไปข้างต้นก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าอาชีพ Blockchain Developer นั้นจะค่อนข้างได้เปรียบกว่าหลาย ๆ อาชีพ เพราะด้วยความที่พวกเขาเป็นบุคคลที่มีความรู้ ทักษะ ความสามารถในการพัฒนาซอฟต์แวร์หรือแอปพลิเคชันแบบทั่วไปเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้การเพิ่มความรู้ในการพัฒนาในสาย Blockchain อาจจะเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าคนที่ไม่เคยมีทักษะทางด้านนี้มาก่อนเลย

อย่างไรก็ตาม การเป็น Blockchain Developer จะไม่เหมือนกับการเป็น Developer ในสายเทคโนโลยีทั่วไปทีเดียว เพราะต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางมากกว่าเดิมในการพัฒนา Blockchain เช่น ต้องศึกษาเกี่ยวกับ Web 3.0, โครงสร้างสถาปัตยกรรม Blockchain (Blockchain Architecture) ที่มีความสำคัญต่อการเขียนโค้ด รวมถึงทักษะเชิงเทคนิคอื่น ๆ อีกมากมาย

ความแตกต่างระหว่างโครงสร้างแบบ Centralized (แบบทั่วไป) และ Decentralized (Blockchain) / ภาพจาก mlsdev

สำหรับ Blockchain Developer ถือว่าเป็นอาชีพที่เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นในการพาทุกอาชีพที่เกิดใหม่ สามารถเข้าไปทำงานร่วมกันในโลก Blockchain และ Metaverse ได้ดีมากยิ่งขึ้น จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Blockchain Developer นับว่าเป็นผู้พัฒนาสำคัญอีกคนหนึ่งในการทำงานสู่โลกอนาคตในครั้งนี้

ภาพจาก leverageedu

Blockchain Marketer

แน่นอนว่าในอนาคตเมื่อตอนที่ธุรกิจต่าง ๆ มีการขยับขยายเข้าสู่โลก Blockchain และ Metaverse มากขึ้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจการเงิน, การท่องเที่ยว, การบริการและโรงแรม, ธุรกิจซอฟต์แวร์ต่าง ๆ บุคคลสำคัญอีกหนึ่งคนที่จะเข้ามาทำให้ธุรกิจเป็นที่รู้จักกับคนทั่วไปมากยิ่งขึ้น ก็คงจะหนีไม่พ้น Blockchain Marketer หรือนักการตลาด Blockchain 

ไม่ว่าจะในปัจจุบันหรืออนาคต ธุรกิจจะเติบโตได้ในทุกภาคส่วนนอกจากจะต้องอาศัยทีม Blockchain Developer ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกมาให้ดีแล้ว ก็ต้องอาศัยความรู้ความสามารถของ Blockchain Marketer ด้วยเช่นกัน เพราะถ้าผลิตภัณฑ์ดี แต่ถ้าไม่มีคนมารู้จัก ไม่มีคนมาใช้งาน ผลิตภัณฑ์นั้นก็ไม่สามารถแสดงคุณค่าออกมาให้ทุกคนรับรู้ได้อย่างแท้จริง

ดังนั้นทั้งผลิตภัณฑ์และการตลาดต้องดำเนินไปควบคู่กัน การเติบโตของธุรกิจจึงจะออกมาได้อย่างสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

สำหรับใครอยากเป็น Blockchain Marketer ก็ควรที่จะต้องศึกษาความรู้และทำความรู้จักในเรื่องของ Blockchain ให้มากยิ่งขึ้น และทริคง่าย ๆ ที่เราอยากแนะนำคุณ คือ การมีสกิลแบบ T-Shaped Skills to X-Shaped Skills หรือการที่คุณมีความเชี่ยวชาญด้านหนึ่งเป็นพิเศษแล้วก็พัฒนาตัวเองให้เชี่ยวชาญในอีกหลาย ๆ ด้าน จนกระทั่งกลายเป็นคนที่รู้รอบด้านของสายงานนั้น ๆ (เป็นหลักการพัฒนาตัวเองที่มาจากศาสตร์ Growth Marketing)

ตัวอย่าง T-Shaped Skills / X-Shaped Skills ของ Growth Marketer

อย่างเช่น ตอนนี้คุณมีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการตลาดอย่างถ่องแท้แล้ว (T-Shaped Skills) คุณจึงพัฒนาตัวเองให้มีความรู้ด้าน Blockchain มากยิ่งขึ้น จนกลายเป็นคนที่มีความรู้รอบด้านเกี่ยวกับการทำการตลาด Blockchain และสามารถนำมาปรับใช้กับการทำธุรกิจได้เชี่ยวชาญ (X-Shaped Skills)

นอกจากนั้น Blockchain Marketer ที่ดีในปัจจุบันควรจะต้องรู้จักการใช้เครื่องมือเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำการตลาดด้วย เพราะเครื่องมือเหล่าน้ันจะเป็นส่วนที่เข้ามาช่วยให้นักการตลาดทำงานได้รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งหนึ่งเครื่องมือที่น่าสนใจที่คุณควรจะรู้จักเอาไว้คือ Endlessloop 

Endlessloop คือ เครื่องมือที่มี Framework ที่ทำให้ทั้งนักการตลาดและนักพัฒนาทำงานร่วมกันได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับการเก็บไอเดียและ Feedback เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ไปพร้อม ๆ กับการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อทำการตลาดในโลก Blockchain ได้ทันที โดยที่ใช้เครื่องมือเดียวจบ ไม่ต้องแยกหลายแพลตฟอร์ม (สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมของ Endlessloop สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ ที่นี่)

ดังนั้นแล้ว ถ้าหากพูดว่าอนาคตของธุรกิจ Blockchain มีเบื้องหลังเป็น Blockchain Developer แล้ว อีกหนึ่งบุคคลสำคัญของเบื้องหน้าธุรกิจก็คงต้องยกให้ Blockchain Marketer นั่นเอง

Metaverse Fashion Designer

อีกหนึ่งอาชีพที่มีความสำคัญต่อโลก Metaverse ที่สุด ก็คงจะหนีไม่พ้นอาชีพ Metaverse Fashion Designer ที่จะเข้ามาเป็นผู้บุกเบิกและสร้างสีสันให้กับแพลตฟอร์ม Metaverse มากยิ่งขึ้น

เพราะเมื่อปลายปี 2021 ที่ผ่านมา คำว่า Metaverse กลายเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลมากยิ่งขึ้น จากการที่ Mark Zuckerburg ได้ออกมาเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Meta พร้อมทั้งบอกว่าจะยกระดับโซเชียลมีเดียและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของบริษัทให้เข้าสู่ยุค Metaverse อย่างเต็มตัวในอนาคต

Metaverse คือ โลกเสมือนจริง (Virtual World) ที่ทำให้ผู้คนได้เข้ามามีปฏิสัมพันธ์และทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น พูดคุย ท่องเที่ยว บันเทิง หรืออื่น ๆ ผ่านการจำลองตัวละคร Avatar ที่แทนตัวเอง ซึ่งเราสามารถเลือกตกแต่งได้ตามใจชอบทั้ง รูปร่าง หน้าตา หรือแม้แต่เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย โดยใช้เทคโนโลยีอย่าง Augmented Reality (AR) และ Virtual Reality (VR)

ภาพจาก coindesk

อย่างที่รู้กันว่าในโลกของ Metaverse เราสามารถเข้าไปใช้ชีวิตได้แบบเสมือนจริง ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อมีตัวละครเข้ามาแล้วก็ต้องมีการสวมใส่เสื้อผ้าแฟชันต่าง ๆ ด้วย และไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวไปไกลมากแค่ไหน แต่วงการแฟชันก็มักเป็นวงการที่มีการปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีทุกยุคทุกสมัยได้ดีเสมอ

ตัวอย่างหนึ่งของวงการแฟชันบนโลก Metaverse ที่เริ่มเห็นเป็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น นั่นคือ เมื่อวันที่ 24-27 มีนาคม 2022 ที่ผ่านมา ใน Decentraland (เกมแนวโลกเสมือนบน Ethereum Blockchain) ได้มีการจัดงาน Metaverse Fashion Week 2022 หรืองานแฟชันโชว์ครั้งแรกในโลกเสมือนขึ้นมา

ภาพจาก theindustry

จุดประสงค์ของงานนี้เพื่อเชื่อมต่อแฟชันหรูหราแบบดั้งเดิมสู่โลกดิจิทัลอย่างเต็มตัว โดยภายในงานก็มีกลิ่นอายและสร้างประสบการณ์การรับชมไม่แพ้งานแฟชันโชว์ในโลกจริงเลย เพราะมีทั้งการเดินแบบโชว์บนรันเวย์, After Party, งานเสวนา, มีสินค้าแฟชันมากมายให้ช้อปปิ้ง เป็นต้น

และที่สำคัญ ก็มีแบรนด์แฟชันระดับโลกมากมายที่เข้าร่วมในงานนี้ และจัดแฟชันโชว์ได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็น Dolce & Gabbana, Franck Muller, Etro, Gary McQueen, Puma, Miss J Collection และอื่น ๆ อีกมากมาย เป็นการแสดงถึงการก้าวสู่ความเป็นผู้นำในวงการแฟชันบนโลก Metaverse ไปอีกขั้น

ภาพจาก twitter

นี่ก็ทำให้เราเห็นว่าในอนาคต Metaverse Fashion Designer จะเป็นอาชีพที่มาแรง เป็นที่ต้องการของตลาด และจะเป็นคนที่เข้ามามีส่วนสำคัญมาก ๆ ในการทำให้ Metaverse หรือโลกเสมือนนี้มีสีสัน คงความมีกลิ่นอายเหมือนโลกจริง รวมถึงเป็นบุคคลที่เข้ามายกระดับให้ธุรกิจแฟชันเป็นที่รู้จักและสามารถสร้างรายได้ได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

ถ้าหาก Fashion Designer คนไหนที่อยากผันตัวเข้ามาเป็นนักออกแบบเสื้อผ้าวงการนี้ในอนาคต ก็ควรที่จะต้องเริ่มปรับตัว พร้อมทั้งศึกษาเทรนด์ตลาด Blockchain และ Metaverse กันได้แล้ว รวมถึงการใช้เครื่องมือออกแบบที่เป็นเทคโนโลยีกันมากยิ่งขึ้น

*สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Metaverse Fashion Week ได้ที่ ที่นี่

(สำหรับใครที่อยากเป็นส่วนหนึ่งของทีม Fashion Designer ในโลก Metaverse สามารถมาร่วมโปรเจกต์กับเราได้ ที่นี่)

Metaverse Architect

อย่างที่เราได้กล่าวไป Metaverse เป็นโลกเสมือนที่ทำให้เราได้เข้าไปมีปฏิสัมพันธ์ มีส่วนร่วมกับผู้อื่นในด้านต่าง ๆ มากขึ้นในอนาคต เพราะฉะนั้น Metaverse ก็เหมือนโลกอีกใบที่เราจะต้องมีการดำรงชีวิตอยู่ในนั้น และนอกจากเสื้อผ้าแฟชันที่ต้องมี (จากข้อที่ผ่านมาแล้ว) ที่ดิน ที่อยู่อาศัย หรือสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ก็เป็นส่วนประกอบที่จำเป็นเช่นกันใน Metaverse เพื่อเพิ่มประสบการณ์ให้เกิดความสมจริงมากขึ้นในโลกเสมือน

ภาพจาก parametric-architecture

ดังนั้นจึงทำให้เกิดอาชีพใหม่ที่เรียกว่า ‘Metaverse Architect’ หรือ ‘สถาปนิกในโลกเสมือน’ ขึ้นมา เพื่อเป็นผู้สร้าง ผู้ออกแบบ หรือตกแต่งสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น บ้าน ตึก อาคาร โรงแรม หรือสถานที่อื่น ๆ ให้เกิดขึ้นจริง 

เพราะในปัจจุบัน ก็เริ่มมีหลายคนที่เข้าไปซื้อ-ขาย, ลงทุนที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ดิจิทัลเพิ่มมากขึ้นแล้ว อย่างเช่นใน The Sandbox และ Decentraland แพลตฟอร์มที่นอกจากจะให้เราสร้าง Avatar เพื่อดำเนินชีวิตได้อย่างอิสระแล้ว ยังให้เราสามารถเข้าไปลงทุนซื้อที่ดินดิจิทัล (Virtual Land) หรือถือครอบครองอสังหาริมทรัพย์ในโลกเสมือนได้อีกด้วย

เพราะด้วยคอนเซปต์ของ The Sandbox และ Decentraland ที่ให้ผู้ครอบครองที่ดินสามารถสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างเพิ่มเติมบนที่ดินผืนนั้นได้ ทำให้ตอนนี้เจ้าของหลายคนก็ได้มีการจ้างให้ Metaverse Architect ได้มาออกแบบสร้างอาคาร บ้านเรือน หรือแม้แต่สถานที่ที่เอาไว้ทำธุรกิจโดยเฉพาะบนพื้นดินดิจิทัลพื้นนั้น เช่น สร้างอาคารที่ใช้จัดแสดงผลงานศิลปะหรือ NFT ที่สะสม, คาร์สิโน, อาณาจักรสำหรับเล่นเกม เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เราจะพบว่าถึงแม้ว่าสิ่งเหล่านั้นจะเป็นเพียงที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ดิจิทัลในโลกเสมือน แต่มูลค่าของมันก็สูงไม่แพ้ในโลกความเป็นจริงเลย แถมยังมีบางคนที่สร้างรายได้จากสิ่งปลูกสร้างเหล่านั้นอีกด้วย เช่น เก็บค่าเช่า, ค่าโฆษณา จากการติดป้ายบิลบอร์ดบนอาคารหรือที่ดิน เป็นต้น ถ้าหากว่าทำเลหรืออาคารมีการออกแบบมาดี (นับว่าเป็นธุรกิจที่น่าสนใจมากในอนาคต)

ภาพจาก metaverse-billboards

และในปัจจุบัน ก็ได้มี Studio ที่ให้คำปรึกษาและรับจ้างทำงานทางด้าน Metaverse Architecture โดยเฉพาะแล้ว เช่น Decentraland Architects, Voxel Architects, Metaverse Architects เป็นต้น ดังนั้น Metaverse Architect จึงเป็นอาชีพที่ต้องการตัวมาก ๆ ในปัจจุบันและในอนาคต

ถึงแม้ว่าในตอนนี้ในต่างประเทศจะมีความต้องการมากกว่าในประเทศไทย แต่เราเชื่อว่าก็ความต้องการตัว Metaverse Architect นี้จะถึงคราวในบ้านเราอย่างแน่นอนในอนาคตอันใกล้

Metaverse Tour Guide

หากเราเคยไปเที่ยวต่างประเทศ ต่างจังหวัด หรือในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยมาก่อน การมี ‘Tour Guide’ หรือ ‘มัคคุเทศก์’ ก็นับว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะเขาจะเป็นคนที่คอยอธิบายและแนะนำทุกสิ่งทุกอย่างที่เราไม่คุ้นเคยให้กระจ่างแจ้ง ไม่ว่าจะเป็น วัฒนธรรม อาหาร หรือแม้แต่สถานที่ท่องเที่ยว เพื่อให้เราได้เข้าใจว่ามีอะไรที่ควรทำ หรือไม่ควรทำ ไม่เป็นการรบกวนผู้คนในท้องถิ่น หรือลบหลู่วัฒนธรรม ความเชื่อในสถานที่เหล่านั้น

เช่นเดียวกัน ในอนาคตเมื่อมนุษย์เราเข้าไปอยู่ในโลก Metaverse มนุษย์ก็จะถูกแทนที่ด้วย Avatar (หรือพูดง่าย ๆ ว่าเป็นตัวเราแต่แทนด้วยคนในรูปแบบของดิจิทัล) บางครั้งเราก็อาจจะทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าต้องทำตัวอย่างไร ไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมในโลกเสมือนใบใหม่ใบนั้น

นั่นจึงทำให้เกิดอาชีพใหม่ที่เรียกว่า Metaverse Tour Guide อีกหนึ่งอาชีพที่น่าจับตามองมาก ๆ เพราะอาชีพนี้เป็นอาชีพที่เหมือนมัคคุเทศก์ในชีวิตจริงเลย เพียงแต่ย้ายไปอยู่บนโลก Metaverse แทน ,มีทั้งการให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ภายในแพลตฟอร์มหรือสถานที่ที่เราอยู่ เช่น พิพิธภัณฑ์, สวนสนุก, สถานที่สำคัญต่าง ๆ ของเมืองนั้น ๆ เป็นต้น

ภาพจาก businessinsider

ซึ่งก็มีการคาดการณ์ว่าการเติบโตของโลก Metaverse จะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2022 นี้ ไปจนถึงปี 2030 มากถึง 43.3% คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,607.12 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว

นอกจากนั้น ก็มีข่าวออกมาว่านอกจากประเทศเกาหลีใต้จะเป็นศูนย์กลางส่งออก Culture ของตัวเองไปทั่วโลก ผ่าน Soft Power ใน K-Pop หรือ K-Series แล้ว รัฐบาลยังได้มีการทุ่มงบประมาณกว่าร้อยล้านบาท เพื่อที่จะสร้าง Metaverse Seoul ออกมาในปี 2023 โดยที่ให้โซลเป็นเมือง Metaverse แห่งแรกของโลก เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ พร้อมท้ังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ 

ภาพจาก nftevening

Metaverse Seoul จึงนับว่าเป็นคลื่นลูกใหม่ด้านการท่องเที่ยวที่จะเปิดให้บริการในรูปแบบ Virtual Tourist Zone ซึ่งเป็นการยกสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในกรุงโซลอย่าง จัตุรัสควางฮวามุน (Gwanghwamun Square), พระราชวังถ็อกซูกุง (Deoksugung Palace) และแหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในโซลอย่าง ตลาดนัมแดมุน (Namdaemun Market) เข้ามาในแพลตฟอร์มทั้งหมด ก็จะมีส่วนช่วยให้อาชีพ Metaverse Tour Guide มีโอกาสเติบโตมากยิ่งขึ้นไปอีก

ภาพจาก nftevening

ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าหากพูดถึงไลฟ์สไตล์ของคนในปัจจุบันที่อาจจะต้องกักตัวจนไม่สามารถออกไปเที่ยวที่ไหนได้ บวกกับคนบางกลุ่มที่มีความต้องการไปเที่ยว แต่ไม่อยากออกจากบ้าน เนื่องจากอุปสรรคหลาย ๆ อย่าง เช่น การแพร่ระบาดของ Covid-19, สภาพการจราจรที่ไม่เอื้ออำนวย, ค่าครองชีพ ค่าอุปโภค-บริโภคที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักนั้น 

ดังนั้นการท่องเที่ยวบนโลก Metaverse จึงได้เข้ามาทำลายกำแพงเหล่านั้นออกไป เปิดประสบการณ์ของเราได้อย่างอิสระ ทำลายทุกขีดจำกัดที่เข้ามารั้งเราไว้ไม่ให้สามารถออกไปท่องเที่ยวได้โลกกว้างได้ นี่ก็อาจจะเป็นสิ่งที่เข้ามาดึงดูดผู้คนให้เข้าไปท่องเที่ยวบนโลก Metaverse ได้เป็นอย่างดีนั่นเอง

ภาพจาก www.chinatravelnews

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้การเข้าถึง Metaverse อาจจะยังเป็นเรื่องที่ใหม่และมีความยากอยู่ เพราะก่อนที่เราจะเข้าไปสัมผัสประสบการณ์บนโลก Metaverse ต้องมีการอาศัยเทคโนโลยี AR และ VR เป็นตัวกลางเพื่อผสานระหว่างโลกแห่งความเป็นจริงและโลกเสมือนเข้าด้วยกันกลายเป็นโลกเดียวกันอย่างไร้รอยต่อ 

แต่เทคโนโลยี AR / VR ยังนับว่าเป็นกลุ่มเทคโนโลยีที่ยังมีราคาที่สูงมากจนคนบางกลุ่มไม่สามารถเอื้อมถึง หรือคนทั่วไปอาจจะยังไม่รู้จักและมีความต้องการใช้งานมากนัก นั่นจึงทำให้การเข้าไปยังโลก Metaverse ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ยากอยู่นั่นเอง

ถ้าหากในอนาคต Metaverse กลายเป็นโลกที่มีความเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน และคนทั่วไปเข้าถึงได้ง่ายกว่านี้ การเข้าไปใช้งานบน Metaverse ในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทั้ง การท่องเที่ยว, การประชุม, การเข้าไปทำกิจกรรมกับผู้อื่น, การครอบครองสิ่งปลูกสร้าง ก็จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานได้ดีกว่านี้ รวมถึงกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ก็จะมีโอกาสในการเจาะและขยายตลาดของคนกลุ่มเป้าหมายได้

ตัวอย่างเช่น โดยปกติแล้ว ธุรกิจมีการโฆษณาโดยใช้บิลบอร์ด หากเป็นบิลบอร์ดแบบออฟไลน์ ถ้าเราไม่ใช่คนในพื้นที่หรือไม่ได้ผ่านเข้าไปในบริเวณที่บิลบอร์ดติดอยู่ก็จะมองไม่เห็นบิลบอร์ดนั้น ๆ แน่นอน แต่พอบิลบอร์ดนั้นมาอยู่บนโลก Metaverse ก็จะเป็นการเพิ่มการมองเห็นให้กับคนได้มากขึ้น แตกต่างจากบิลบอร์ดแบบออฟไลน์อย่างสิ้นเชิงนั่นเอง

ภาพจาก linkedin

สรุปทั้งหมด

จริง ๆ แล้ว เกือบทุกสายอย่างชีพที่มีอยู่ในปัจจุบันก็สามารถเบนสายไปสู่ Blockchain และ Metaverse ได้ เพียงแต่คุณอาจจะต้องมีสกิลทางด้านเทคโนโลยีที่รอบด้านมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยี Blockchain รวมถึงการใช้เครื่องมือซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ให้เชี่ยวชาญมากขึ้น 

ซึ่งเราเชื่อว่าในอนาคตไม่เพียงแต่ 5 อาชีพที่เรายกตัวอย่างมาข้างต้นเท่านั้น ที่จะเป็นที่ต้องการของตลาด Blockchain และ Metaverse แต่ยังรวมถึงอีกหลาย ๆ อาชีพเช่นกัน หากคุณเปิดใจยอมรับที่จะเรียนรู้ ปรับตัว และพัฒนาตัวเองไปยังโลกแห่งอนาคตนั้น ก็จะเป็นโอกาสชั้นดีที่ทำให้คุณเติบโตขึ้นในสายอาชีพในอนาคตอันใกล้นี้นั่นเอง 

ไม่พลาดทุกข้อมูลที่ช่วยให้ธุรกิจคุณเติบโตได้เร็วยิ่งขึ้น

ติดตามได้หลากหลายช่องทางที่คุณสะดวก ไม่ว่าจะเป็น e-mail, line หรือ youtube
Subscribe